พม่า รับมีแผนซื้อเรือดำน้ำเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพจริง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเมียนมา ได้ออกมายืนยันกรณีที่ กองทัพเรือเมียนมามีแผนการที่จะซื้อเรือดำน้ำ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพ

ภาพประกอบข่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน พล.ต.มี้น นเว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเมียนมา ได้ออกมายืนยันกรณีที่สำนักข่าวอิรวดีรายงานว่า กองทัพเรือเมียนมามีแผนการที่จะซื้อเรือดำน้ำ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บทางทหาร เพื่อรักษาชายฝั่งทางทะเลที่มีความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร

ทั้งนี้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาระหว่างการเยือนรัสเซียของ พล.อ.อาวุโส มิน อองหล่าย ผู้บัญชาการกองทัพได้มีความสนใจเกี่ยวกับเรือดำน้ำ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเรือดำน้ำของตนเอง ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม พล.ต.มี้น ระบุว่า การพิจารณาซื้อเรือดำน้ำ ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของรัฐบาล โดยงบประมาณเพื่อการป้องกันประเทศของเมียนมายังคงอยู่ที่ราวร้อยละ 13-14 ของงบประมาณทั้งหมดในประเทศ ซึ่งเรื่องนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาของผู้นำทางทหารต่อไป เนื่องจากต้องมีค่าใช้จ่ายด้านเทคนิค และการปฏิบัติการ รวมถึงการบำรุงรักษาเรือดำน้ำต่อไปเช่นกัน

ที่มา thediplomat.com

สั่งสอบ นักท่องเที่ยวกระทำอนาจาร บริเวณจุดชมวิวเกาะสมุย

ผู้การฯ สุราษฎร์ธานี สั่งสอบกรณีนักท่องเที่ยวทำอนาจารริมหาด เตรียมประสานท่องเที่ยวแจงต่างชาติเคารพวัฒนธรรมไทย

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากกรณีโลกโซเชียล เผยแพร่คลิปวิดีโอชายหญิง ชาวต่างชาติมีลักษณะคล้ายกระทำอนาจารกลางแจ้ง บนทางเท้า ถนนชลวิถี เลียบชายหาดบ้านหน้าทอน หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย ซึ่งเป็นถนนโค้งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน หรือ ซันเซ็ท สถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ล่าสุด ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ทั้งนี้ ยังได้เตรียมที่จะประสานไปยังฝ่ายปกครองและท่องเที่ยว เพื่อให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ไปยังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สำหรับสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนเมื่อเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะการเคารพวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ รวมถึงการไม่แสดงกิริยาที่อาจส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์และขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศต่อไป

เมียตำรวจเปิดใจ เหตุให้สามีพกปืนขู่ จนท.ทวงยึดรถ เล็งฟ้องกลับทำเสียหาย

หญิงเจ้าของรถในคลิปพกปืนขู่ จนท.เร่งรัดหนี้สินเข้าพบตำรวจแล้ว รับเป็นคนแจ้งสามีว่ารถถูกปล้น ทำให้ต้องพกปืนออกมาข่มขู่ เล็งแจ้งความเอาผิดไฟแนนซ์เหตุนำคลิปมาเผยแพร่ทำให้เสื่อมเสีย

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (8 พ.ค.60) พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคลิปชายอ้างเป็นตำรวจถือปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินของธนาคารแห่งหนึ่งที่จะเข้ามายึดรถ หลังจากมีการค้างค่างวดเป็นเวลาหลายปี ว่า จากการตรวจสอบพบว่าชายที่ปรากฏในคลิป คือ ด.ต.เอกฉัตร สมสิริ ผบ.หมู่ สืบสวน สน.บางเขน (อ่านข่าว : เผยแล้วชายควักปืนขู่ จนท.ทวงหนี้ค่างวดรถ ที่แท้เป็นตำรวจ )

ซึ่งหลังเกิดเหตุได้นำปืนพร้อมใบพกพามามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน และเบื้องต้นทราบว่าวันเกิดเหตุ ด.ต.เอกฉัตร ได้ออกเวรจากการปฏิบัติหน้าที่และได้นอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ต่อมา น.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยาได้มาเรียกว่าบอกว่า มีคนมาล้อมปล้นจะเอารถไป

ขณะที่ ด.ต.เอกฉัตรหลับอยู่จึงตกใจ ไม่รู้ว่าบุคคลที่เอารถมาเป็นใคร จึงนำปืนพกติดตัวไปด้วย โดยขณะที่ออกมาไม่ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นใคร ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากไฟแนนซ์จริงหรือไม่เนื่องจากไม่มีการแจ้งเอกสารแสดงตน ด้วยความกลัวจึงได้ตัดสินใจนำปืนออกมาด้วย ซึ่งการจ่ายค่าผ่อนรถนั้นตนไม่ทราบ

ด้าน น.ส.นพวรรณ ภรรยาของด.ต.เอกฉัตร ได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในส่วนของคดีแพ่งที่มีการผิดสัญญาการซื้อขาย ซึ่งยอมรับว่ามาการขาดส่งจริง โดยทางน.ส.นพวรรณระบุว่า พนักงานเร่งรัดหนี้สินไม่ได้แสดงบัตรแต่อย่างใด โดยได้ให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบว่ามีการติดตามยึดรถถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ รวมถึงการโพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ ผู้ทวงหนี้สามารถทำได้หรือไม่

ซึ่งการจะยึดรถของไฟแนนซ์ต้องกระทำตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาพ.ศ.2555 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค และขณะนี้มีพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 เรื่องการนำข้อมูลของลูกหนี้ไปเผยแพร่โพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ เข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 11 ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ วรรค (1)

การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และวรรค(3)การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้หลังจากผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ได้เข้าให้ปากคำกับเหตุที่เกิดขึ้น ทางเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า

โอ้โห กูไม่เคยเห็น ผัว-เมีย คู่ไหนหน้าด้านขนาดนี้ หนีหนี้ไม่เคยส่งงวดเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้ง 2 ปีแบบนี้ขอทานไปเลย พอเค้าตามเจอรถ มึงเอาปืนออกมาขู่อ้างสารพัดอย่าง พอวันนี้มีใบอนุญาติพกปืน (ใบอนุญาติใหม่เอี่ยมสัสๆ) แถมจะแจ้งความคนตามหนี้หาว่าเค้าเอามึงมาประจาน ถถถถถ

คนประจานมึงคือกูนี่คลิปที่ส่งมาก็ใครไม่รู้อวตารมึงเอาอะไรไปดำเนินคดีว่าเค้าประจานมึง!!!! เค้าถ่ายไว้เพื่อเป็นหลักฐานไอ้สัส นี่ไงตำรวจดีเด่น โหทุกวันนี้สีมันยังเน่าไม่พอหรา มึงถึงไปเพิ่มความเน่าให้เค้า ตำรวจดีๆเค้าจะชิบหายเพราะมึงตัวเดียว !!!!
เมีย…ผัวคอนไอ้…!!!!

สำหรับเรื่องการดำเนินคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งดำเนินการกับ กับ ด.ต.เอกฉัตร ในข้อหาผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ตัองระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 392 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 22)