ชาวสวนปาดน้ำตา ! ช้างป่าบุกทำลายสวนทุเรียนเสียหายนับแสน

ช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บุกทำลายสวนทุเรียนป่าละอูที่กำลังออกลูกใกล้เก็บขาย เสียหายอย่างหนักชาวบ้านเดือดร้อนต้องสูญเงินกว่า 1 แสนบาท วอนหน่วยงานเยียวยาชาวบ้าน

วันนี้(วันที่ 5 พฤษภาคม 2560) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 2 บ้านฟ้าประทาน ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ว่า มีช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บุกทำลายต้นทุเรียนเพื่อหวังจะกินทุเรียนที่กำลังออกผลผลิตเตรียมตัดออกขายได้ภายในอีกไม่เกินหนึ่งเดือน สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ โดยจุดเที่เกิดเหตุพบ นางละไม นิลกลัด อายุ 77ปี บ้านเลขที่ 159 ม.2 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของบ้านและเป็นแม่ของ นายธานิล นิลกลัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่2 เจ้าของพื้นที่เสียหาย

นางละไม นำนายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว พาเข้าไร่ทุเรียนบนพื้นที่ปลูก 8 ไร่ พบต้นทุเรียนอายุประมาณ10ปี ที่กำลังติดผลทุเรียนเต็มต้น ต้นละเกือบ 50 ลูก ซึ่งอีกประมาณ1เดือนเศษ ก็สามารถเก็บผลทุเรียนจำหน่ายได้ แต่ต้องพังเสียหายจากการที่ช้างป่าแก่งกระจานเข้ากัดกินผลทุเรียนอ่อนกระจัดกระจายอยู่รอบๆ และช้างป่ายังดันให้ต้นทุเรียนหักโคนไป 2ต้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1แสนบาท

นางละไม กล่าวว่า มูลค่าความเสียหายของปีนี้ก็นับแสนบาท แต่ถ้าอายุของต้นทุเรียนเหล่านี้ยังสามารถออกลูกได้อีกหลายปี ทำให้เป็นความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ โดยเฉพาขณะนี้ทุเรียนป่าละอูกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะรสชาดดี หวานมัน เนื้อหนา ราคาหน้าสวนล่าสุด อยู่ที่กิโลกรัมละ 170 บาท ราคาขายที่ตัวเมืองหัวหินราว กิโลกรัมละ 200-250 บาท และราคาจำหน่ายที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 250-300 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบว่าช้างป่าแก่งกระจานยังได้เข้ากินต้นกล้วยจนพังราบไปอีกหลายกอ

นางละไม เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เมื่อเช้ามืดเวลาประมาณ ตี3.30 นาฬิกา ตนตื่นลุกขึ้นมาหุงข้าวเพื่อรอใส่บาตร ได้ยินเสียงช้างเดินจากหลังบ้าน ผ่านไปทางสวนทุเรียน ทำให้ตนต้องรีบปลุกลูกชาย ให้ไปไล่ช้าง แต่พอไปดูก็ไม่พบ แต่พอเดินกลับมาบ้าน ก็ได้ยินเสียงต้นทุเรียนโค่นลงกับพื้น จึงต้องทำใจเพราะจะออกมาตอนช้างกำลังกินก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย กระทั่งเช้าเมื่อเข้ามาตรวจความเสียหายก็ต้องเข่าอ่อน เพราะเห็นต้นทุเรียนเสียหาย เงินที่จะได้จากการขายทุเรียนในเดือนหน้า ก็หายไปในพริบตาต้องหายไปในทั้งหมด ตนก็ไม่ทราบว่าจะอย่างไรได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือ เยียวยาผลกระทบที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่ามากัดกินพืชผลทางการเกษตร
นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งความเดือดร้อนได้รีบลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายจากนั้นจะรีบรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ทั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, คณะกรรมการติดตามแก้ไขปัญหาช้างป่า และทางจังหวัด ได้ทราบเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือ โดยผลผลิตทุเรียนป่าละอูล็อตแรกจะเริ่มออกสู่ตลาดราวต้นเดือนมิถุนายน 2560 นี้ และผลผลิตจะออกมากที่สุดราวเดือนสิงหาคม โดยปีนี้ผลว่าทุเรียนติดผลให้ผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง ซึ่งในปีนี้พื้นที่การปลูกทุเรียนกว่า 2พันไร่ ผลผลิตน่าจะมากกว่า 1,000 ตัน สร้างรายได้ให้กับเจ้าของสวนทุเรียน รายละไม่ต่ำกว่า 1ล้านบาท และบางรายหากผลผลิตติดเต็มที่ ก็สามารถสร้างรายได้ให้หลายล้านบาทเลยทีเดียว

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ให้การช่วยเหลือในเรื่องการจัดซื้อลูกโป้งให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และชาวบ้านเพื่อใช้จุดไล่ช้างปีละกว่า 2 แสนบาท แต่ถึงปัจจุบันนี้ช้างป่าไม่กลัว อีกทั้งการจัดทำรั้วกันช้างป่าก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเวลาประมาณ 01.30.น.วันนี้ขณะเดินทางกลับออกจากป่าละอู ก็พบช้างป่าขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกมาเดินข้ามถนนส่งผลให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมาถนนทางเข้าหมู่บ้านป่าละอู ต้องจอดรถและบางคันต้องถอยรถยนต์ เนื่องจากช้างป่าได้เดินเข้าหา เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงพฤติกรรมของช้างป่า ที่ออกมาหากินใหนหมู่บ้านมากกว่าหากินในป่า รวมทั้งจำนวนช้างป่าก็เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม

ช่อง 7 ดีเดย์ 15 มิ.ย. นำร่องยุติออกอากาศอนาล็อก

กสท. เตรียมเจรจาช่องอื่นยุติออกอากาศทีวีอนาล็อก หลังช่อง 7 ส่งแผนยุติการออกอากาศ 15 มิถุนายนนี้หวังนำคลื่นความถี่ กลับมาใช้ประโยชน์ ได้เร็วขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (5 พ.ค. 60 ) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า กสท.ได้รับหนังสือจากกองทัพบก ถึงแนวทางเบื้องต้นในการจัดทำแผนยุติการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7

ช่อง7, ทีวีอนาล็อก, คลื่นความถี่, ข่าวสดวันนี้

เบื้องต้น ช่อง 7 จะยุติการออกอากาศในระบบอนาล็อก ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือนพฤษภาคม ปี 2566 เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้ เนื่องจากโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิตอลขยายครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว หลังจากนี้ช่อง 7 จะส่งแผนงานการยุติออกอากาศที่ชัดเจน มาให้ กสทช.

ทั้งนี้ กสทช.มองว่ามาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี ที่ช่อง 7 ยุติการออกอากาศทีวีอนาล็อกเร็วกว่ากำหนด เพราะจะช่วยให้การพูดคุยกับทีวีช่องอื่นๆ ทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยให้การใช้งานทรัพยากรคลื่นความถี่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

สำหรับช่องทีวี ที่จะมีการยุติการออกอากาศอนาล็อก เป็นดังนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที ตามแผนจะยุติออกอากาศทีวีอนาล็อก วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ไทยพีบีเอส ยุติออกอากาศทั้งหมด 16 มิถุยายน 2561 สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 วันที่ 16 มิถุนายน 2561 และช่อง9 จะยุติ 16 กรกฎาคม 2561

ติ่ง มัลลิกา จี้ นายกฯ เร่งแก้กม. อูเบอร์ ให้เป็นวาระด่วนเหมือนซื้อเรือดำน้ำ

มัลลิกา ทวิตจี้นายกฯ และคมนาคม แก้กฎหมายรับอูเบอร์รถบ้านเป็นแท็กซี่ ให้เป็นวาระด่วนเหมือนซื้อเรือดำน้ำ

วันนี้ (5 พ.ค. 60) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com ได้มีการโพสต์ข้อความทวิตเตอร์ส่วนตัว เรียกร้องให้นายรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ดันกฎหมาย รถอูเบอร์, รถบ้าน ให้เป็นแท็กซี่ ให้เป็นเรื่องด่วนเหมือนกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ โดยมีข้อความระบุว่า

มัลลิกา บุญมีตระกูล, อูเบอร์, แท็กซี่, เรือดำน้ำ
มัลลิกา บุญมีตระกูล

นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคมนาคม และกรมการขนส่ง คงรอให้เกิดเหตุฆ่ากันตายก่อนมั้งค่อยแก้ปัญหา! จะให้ประชาชนมีทางเลือกด้วยการเพิ่มการบริการ หรือจะให้แท็กซี่และบริษัทสะดวก เลือกมาจะทำงานเพื่อใคร กรมการขนส่งติดขัดอะไรนักหนา เมื่อรู้ปัญหาแล้วทำไมจึงนิ่งเฉย แล้วไม่รีบเร่งปัดฝุ่นกฎหมายเก่าแก่นั้นโดยเร็ว

ท่านรัฐมนตรีคมนาคมทำงานกระทรวงนี้มา 3 ปี ไม่รู้เหรอคะว่ากรมการขนส่งติดขัดอะไร อะไรติดกรมการขนส่ง
ทนได้หรือคะอันธพาลครองเมือง โดยการอ้างกฎหมายของกรมการขนส่งเนี่ย ประเทศนี้ต้องไทยแลนด์4.0ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ตามบัญชาของกระบวนการ

ประชาชนเดือดร้อนจากการโบกแท็กซี่จากการเรียกใช้บริการแท็กซี่ท่านเคยแก้ได้ไหม? สิ่งที่ทดแทนได้คือเทคโนโลยี นี่ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปจะให้คนไปเสี่ยงยืนโบกTaxi 10คันไม่ไป ทั้งอันตราย ฝนตก ซอยมืด จะไม่ช่วยประชาชนหน่อยหรือ

การทำงานนโยบายคือการนำวิชั่นไปบริหารไม่ใช่รอความคิดจากผอ.กอง หรือ อธิบดีกรม ไม่งั้นเขาจะให้มีรัฐมนตรีไปทำไม ก็ไม่แปลกใจทำไมนายกถึงเหนื่อยก็ใช้รัฐมนตรีที่มาจากซุปเปอร์ปลัดเกือบทุกกระทรวง อย่าบ่น 3 ปีได้เท่านี้อย่าบ่น  แก้ปัญหาแท็กซี่ความเดือดร้อนของประชาชนทำให้เป็นวาระเร่งด่วนเหมือนซื้อ