แชร์ชีวิตหนุ่มอ้วน ก่อนพลิกเป็นคนหล่อจนสาวกรี๊ด !!

โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของหนุ่มอ้วน ก่อนจะพลิกชีวิตตัวเองด้วยการออกกำลังกาย จนกลายเป็นหนุ่มหล่อที่สาวๆ ต้องหันมอง 

วันนี้ (5 พ.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์ลดความอ้วนของตนเองด้วยการออกกำลังไม่เพิ่งยา จนทำให้เปลี่ยนตัวเองจากคนอ้วนจ้ำม้ำกลายมาเป็นหนุ่มหล่อที่สาวๆ เห็นเป็นต้องเหลียวหลัง ในระยะเวลาเพียง 1 ปี  โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก @Mos Sataporn ที่ระบุว่า

ลดน้ำหนัก, ออกกำลัง, หนุ่มอ้วน

ครบ1ปีกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้จากเด็กอ้วน อ้วนตั้งแต่เกิด เกิดมาก็อ้วน ถามว่าทำไมถึงอ้วนนะเหรอไม่เคยโทษใครเลยนอกจากตัวเองเป็นคนทำเริ่ม ตั้งแต่จำความได้ทุกคนต้องรู้จักอาหารเสริมของเด็กนั้นคือ ซีรีแล็ค(CERELAC) กินจนถึงเข้าอนุบาลแม่งจะไม่อ้วนได้ไง

ตอนเรียนอนุบาลจำได้เลยว่าพี่เลี้ยงจะไปรับทุกเย็น จะต้องแวะซื้อของกินกลับบ้านทุกวัน และของโปรดนั้นคือ คอหมูย่าง กับขนมโตเกียวไส้กรอก กินแบบนี้แทบทุกวัน ตั้งแต่อนุบาลแล้วที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ น้ำอัดลมแช่เย็น แช่จนเป็นน้ำแข็งแล้วเอามาแคะกิน นี่ละชีวิตเด็กอ้วนอนุบาล

พอเข้าประถมก็ไปพบกับแสงสว่างได้เงินไปซื้อขนมเองทุกเย็น ก่อนบ้านจะแวะร้านขนม ชื่อร้านป้าเจ๊ จะซื้อขนมทุกอย่างที่มีในร้าน และที่ขาดไม่ได้คือ ขนมยี่ห้อตูมตามกับขนมตราไก่ย่าง ขนมตราไก่ย่างแม่งเหนือกว่าขนมชนิดอื่นคือแม่งมีน้ำจิ้มแถมมาสุดก็ตรงนี่ละ

กินทุกวัน กินหมูปิ้งที่ 20ไม้ข้าวเหนียว 2 ห่อ กินไก่ทอด 5ไม้ ข้าวกล่องราดข้าว 3 อย่าง กินแบบนี้แทบทุกวันหลังเลิกเรียน พอเข้ามัธยม ก็ได้เจอ กับข้าวป้าเป้า กับ เจ๊นก กินแม่งทุกวัน เป็นร้านกับข้าวราดแกงที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญคือน้ำมัน

เมนูโปรดคือ ซีกิ ซีกิคือ (ไก่ทอดกรอบ) แล้วต้องมีท็อปปิ้งเสริมคือบวกด้วยผัดกระเพา เบคอน บวกหมูยอ กินแบบนี้ตลอด พอเลิกเรียนก็ต้องกิน ส้มต้ม+ไก่ทอด อย่า งง ว่าส้มตำไก่ทอด อ้วนได้ไง เพาะไก่ทอดที่นี่ ทอดเสร็จจะราดด้วยน้ำเชื่อม เยสเข้ อ้วนไมละเมิง

พอเข้ามหาลัย ก็ว่าจะลดน้ำหนักเพราะอยากมีความรัก อิอิ แต่แล้ว ก็ไม่ลดเสือกกลับอ้วนกว่าเดิมอีก กินข้าวขาหมูทุกวัน ทุกเช้า มือกลางวัน ข้าวราดแกง 5 อย่าง+ต้มยำรวม แล้วที่ขาดไม่ได้ทุกมื้อจะมีน้ำอัดลมด้วยเสมอกินแทนน้ำเปล่าเลยก็ว่าได้

แล้วกินข้าวทุกอย่างต้องดีที่สุด นั้นคือทุกอย่าง ต้องพิเศษจะกินอะไรก็แล้วแต่ทุกอย่างต้องสั่งพิเศษ ไมว่าจะข้าวตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว สเต็ก ข้าวราดแกง ไม่เว้นแม้แต่ โจ๊ก 555 ทำแบบนี้มาตลอด ตอนนั้นรู้สึกมีความสุขกับการกินมากกก ใครห้ามก็ไม่ฟัง จนรู้สึกว่าตัวเองปกติจนรู้สึกว่าไม่ปกติต้องไปซื้อกางเกงยีนต์กับเพื่อนที่มหาลัย อย่างแต่งตัวเท่เหมือนคนอื่นเค้าบ้าง

แต่พีคที่สุดคือไม่มี การเกงยีนไซส์ตัวเอง555 เพราะตอนนั้นเอว 42 กางเกงสวยเอวเต็มที่ก็ 38 รู้สึกถึงความพิการของตัวเอง ไม่เคยมีเสื้อยืดใส่ ไม่เคยใส่เสื้อคอวี ใส่แต่เสื้อเชิ๊ต เสื้อโปโล ถามว่าทำไมถึงใส่แต่แบบนั้น บอกเลยเพราะปกปิดปมด้อยของตัวเองคือ คอดำ คนอ้วนส่วนใหญ่จะคอดำ เพราะเกิดจากการกินของที่มีความหวานเยอะจนทำให้เซลผิวหนังที่คอผิดปกติ

นั่นคือความอัปยศของชีวิตสุดละ จนเรียนจบ น้ำหนักก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจนถึง 140กิโล แล้วก็เอาอีกว่าจะลดอีกก่อนรับปริญญา แต่จนได้กลายเป็น 155 โล ใส่กางเกงเอว 46 (ปัจจุบันเอว32) อิอิ 555 จีบ ญ นี่อย่าให้พูดถึงไม่เคยติดเลยแถวโดนหลอกอีก 555

ชีวิตเด็กอ้วนฝัดและแล้วชีวิตมาถึงทางออกละมอส แล้วก็เจอแสงสว่างปลายอุโมงค์ได้รู้จักกับพี่ Chirasak Banyaem ขอบคุณนะครับพี่ และที่สำคัญที่ อยากจะขอบคุณมันมากคือ ใจ ตัวเอง ขอบคุณร่างกายตัวเองขอบคุณมันที่อดทนกับเรามา 1 ปีเต็ม
#ขอบคุณที่เสียเวลาอ่าน #ขอบคุณทุกคำดูถูก #ขอบคุณเพื่อนที่ให้กำลังใจ #ขอบคุณเวลา1ปีเต็ม #เป้าหมายต่อไปคือจะมีกล้ามให้ได้

ขอบคุณทุกคำเม้นครับ
สำหรับคนที่ถามเข้ามาว่าผมลดน้ำหนักยังไง
ผมจะตื่น 8 โมงเช้ามาคาดิโอ โดยการวิ่งวันละ 1 ชม ให้ได้ประมาณ 400-500 แคล สำหรับคนไม่มีเวลาก็วันละครึ่งชม ให้ได้ 200-300แคล (ก่อนวิ่งผมจะกินกาแฟดำ1แก้ว) คาร์บคือ ข้าว แนะนำเป็นข้าวกล้อง)

ควรกินให้ห่างกัน2-3ชม.นะครับต่อมื้อ
มื้อที่1/มื้อเช้าผมจะกินไข่ขาว5ไข่แดง1+คาร์บ80กรัม
มื้อที่2/มื้อก่อนเที่ยงผมจะกินอกไก่ผัดกะหล่ำปลี200กรัม+คาร์บอีก80กรัม
มื้อที่3/มื้อเที่ยงผมก็จะกิน อกไก่ผัดบล็อคโคลี่อีก200กรัม+คาร์บอีก80กรัม
มื้อที่4/มื้อบ่ายผมจะกินสเต็กอกไก่200กรัม+คาร์บอีก80กรัม
มื้อที่5/มื้อก่อน6โมงเย็นผมจะกินปลา200กรัม+ผักเท่าไรก็ได้ที่อยากกิน (แน่นำปลาดอลลี่ ทูน่า แซลมอลก็ได้)
แล้วก็มาคาดิโอโดยการวิ่งอีกครึ่ง ชม.
และสิ่งที่ขาดได้คือการเล่นเวท ด้วย อาทิตนึงควร เวท ให้ได้3วัน วันละ 1 ชม อย่างต่ำ ท่าเวทต่างแนะนำให้ไปหาตามเว็บดูนะครับหาในgoogleก็ได้
ลองไปทำดูกันนะครับบ
ผลไม้ทานได้นะครับทานปริมาณที่พอเหมาะไม่ควรกินหลัง6โมงเย็น

ปล.การปรุงอาหารควรทำโดนวิธี นึ้ง ต้ม ย่าง ไม่ควรทอด แล้วที่สำหรับห้ามใช้น้ำมันเลยเด็ดขาดและน้ำตาลห้ามโดยเด็ดขาดแนะนำให้ไปทานน้ำตาลอีคัว ถ้าอยากได้รสชาติหวาน และแนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกในการอาหารและที่สำคัญครึ่งปรุงควรใช้เครื่องปรุงที่ลดโซเดียมแนะนำยี่ห้อ GoodLife เพาะการที่กินเครื่องปรุงที่มีโซเดียมเยอะจะทำให้บวมน้ำ
ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ

ที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวเองชนะมันให้ได้
ผมทำได้คุณก็ทำได้

ปล.ผมไม่ใช้อาหารเสริมหรือยาลดน้ำหนักเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก Mos Sataporn

ดีเจ เชา เชา โดน 3 ข้อหา เหตุจากขับรถชนคนตายแล้ว

ดีเจ เชา เชา เข้ารับทราบข้อกล่าวหาขับรถชนคนตายแล้ว ด้าน จนท. แจ้ง 3 ข้อหา ขณะที่เจ้าตัวเตรียมแถลงวันนี้ 

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (4 พ.ค. 60) พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังนายชวลิต  ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี หรือดีเจ เชาเชา พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบตามหมายเรียก หลังตกเป็นผู้ต้องหาขับรถชนคนตาย ว่า (อ่านข่าว :‘เชาเชา’พบตร.แล้วขอโทษแม่ผู้ตาย-รับตกใจจึงปฏิเสธชน)

ในวันนี้ดีเจเชาเชา เดินทางเข้ามาให้ปากคำในคดีดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกประชุมภายในพิจารณาเห็นแล้วว่าดีเจเชาเชามีส่วนร่วมในความประมาทด้วย แม้จะมองว่าเป็นการระมัดระวังแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอ

จึงมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ หลังจากการสอบปากคำเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา 3 ข้อหากับนายชวลิต ประกอบด้วย 1.ข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2.ข้อหาขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่

และ3.ข้อหาขับรถโดยไม่จัดทำพ.ร.บ. ผู้ประสบภัยทางรถ ซึ่งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทนายชวลิต ให้การภาคเสธ ว่าได้ขับขี่รถและมีเกิดการชนกันเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ขับขี่รถโดยประมาท เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามขับรถตัดหน้าออกมา จึงทำให้หยุดรถไม่ทันและเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และจากการตรวจสอบ ดีเจเชาเชาไม่ได้ต่อใบอนุญาตขับขี่มามากกว่า 1 ปี

ด้าน นายชวลิต  ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี หรือดีเจ เชาเชา ได้กล่าวภายหลังรับทราบข้อกล่าวหาได้เปิดใจสั้นๆ ว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวในวันนี้ (5 พ.ค. 60) ที่ตึกแกรมมี่ ในเวลา 11.00 น.

คลิปจาก matichon tv

ผบ.ทบ.ยัน ไม่มีกลุ่มไอเอส หลบหนีเข้ามาในไทย ชี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันไม่มี กลุ่มไอเอส หลบหนีเข้ามาในไทย ชี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวยืนยันสั้นๆ ถึงกรณีมีรายงานจากทางการมาเลเซีย พบสมาชิกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ยืนยันว่าไม่มีกลุ่มไอเอสหลบหนีเข้ามาในไทย พร้อมให้ความมั่นใจว่ายังไม่มีอะไรน่าห่วง ก่อนระบุถึงกลุ่มที่เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติว่าอาจมีบ้าง แต่ไม่ใช่กลุ่มไอเอส

ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการการพัฒนาภาค 4 ส่วนหน้าแล้ว ย้ำไม่มีอะไรน่าห่วง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก