เปิดใจ ‘เนติวิทย์’ หลังได้รับเลือกเป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯ คนใหม่

เปิดใจ ‘เนติวิทย์’ หลังได้รับเลือกเป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯ คนใหม่ ลั่นปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพเพื่อนิสิต

การประชุมสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัยสามัญครั้งแรก โดยมีรองอธิการบดีเป็นประธานชั่วคราวดำเนินการประชุม วาระเพื่อเลือกสมาชิกสภานิสิตสามัญเป็นประธาน และรองประธาน รวมถึงเลขาธิการสภานิสิต โดยที่ประชุมมีการถกเถียง เรื่องรูปแบบการจัดให้ลงคะแนน ก่อนมีมติให้ลงคะแนนแบบลับ โดยปรากฏว่า นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ ได้คะแนน 27 คะแนน ได้รับเลือกเป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯคนล่าสุด

ทั้งนี้ นายเนติวิทย์ กล่าวหลังรับตำแหน่งว่า จะมุ่งเน้นนโยบายเรื่องการปกป้อง คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ของนิสิตจุฬาฯ แม้ว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มักถูกมองจากสังคมและสื่อมวลชน ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีภาพลักษณ์อนุรักษ์นิยม ต่างจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สำหรับ นายเนติวิทย์ ถือเป็นนิสิตนักกิจกรรม และถือเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ในประเด็นการต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ เช่นการต่อสู้กับการรับน้อง ที่ใช้ความรุนแรง และระบบโซตัส รวมถึงการบังคับให้นิสิตใส่ชุดนิสิตให้เรียบร้อย หากไม่ทำตามระเบียบจะมีโทษ ตลอดจนมีแนวคิดปฎิรูปการศึกษาไทย และเสนอแนวคิดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และการเชิญ นาย โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชื่อดังชาวฮ่องกง มาปาฐกถาที่จุฬาฯ ด้วย

ขอบคุณคลิปจากเฟซบุ๊ก Nawakhun Sanasilapin

ฝากขังแล้ว! 5 ผู้ต้องหาคดีค้ากาม ค้านประกัน

ตร.ปคม. คุมตัว 5 ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์แม่ฮ่องสอนฝากขังศาลอาญาผัดแรกแล้ว ค้านประกันหวั่นยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

วันนี้(4 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในขบวนการค้ามนุษย์ “นกฮูกน้ำเพียงดิน” ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน 5 ราย ประกอบด้วย นางสาวกัลยา วุฒิคุณ,นายมงคล เกียรติภัคดีพงศ์ ,นางสาวขวัญหทัย ฤกษ์อุดม ,นางสาวปัทมพร อิ่นแก้ว และ นางสาวกนกวรรณ รัตนภักดี ผู้ต้องหาในข้อกล่าวหา ค้ามนุษย์และร่วมกันค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งควบคุมตัวมาจากสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง มายังศาลอาญารัชดา เพื่อฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

พ.ต.อ.มนตรี เบ้าทอง ผู้กำกับการสอบสวนกลุ่มงานสอบสวน บก.ปคม. เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้จากการสอบสวนเพิ่มเติมของ ปคม. ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ยังปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่ได้กระทำผิด แต่คำให้การของผู้ต้องหาไม่มีผลต่อการดำเนินคดีเพราะเจ้าหน้าที่จะต้องไปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งพยานแวดล้อม และ พยานหลักฐานอื่นๆ เช่น กรณีของนายมงคล ที่อ้างว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุนายมงคลไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เพราะไปทำงานที่แขวงบนดอย แต่เจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบบันทึกการทำงาน และอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะเร่งรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุด เพราะขณะนี้มีเพียงคำให้การของเด็กผู้เสียหาย ที่ยืนยันว่าผู้ต้องทั้ง 5 ราย เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ คาดว่าจะสรุปสำนวนคดีให้เร็วที่สุดภายใน 1 เดือนนี้

ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายระบุว่า นายมงคล กับ นางสาวปิยทัศน์ เทียนสุวรรณ หรือ ฟ้า ส่งเด็กให้กันนั้น ปคม.ก็จะสอบปากคำเพิ่มเติมกับนางสาวปิยทัศน์ เพราะจากการสอบสวนนายมงคลยังคงปฏิเสธว่าไม่รู้จักกับนางสาวปิยทัศน์

เปิดคลิปแฉ บริษัท รับ-สั่งพัสดุดัง โยนของลูกค้าระหว่างคัดแยก !!

คลิปนาทีพนักงานโยนพัสดุระหว่างคัดแยก ด้านชาวเน็ตจี้บริษัทปรับปรุงหากยังต้องการดำเนินธุรกิจต่อ 

วันนี้ (4 พ.ค. 60) เพจ วิชศรุตม์ โชติอาริยพงษ์ ได้มีการเผยคลิปเหตุการณ์ ที่อ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่งที่รับจ้างส่งพัสดุภัณฑ์ไปยังที่ต่างๆ  มีการทำงานที่ไม่เหมาะสม ระหว่างการคัดแยกพัสดุ ด้วยการโยนสิ่งของต่างๆ เหล่านั้นเหมือนกับของไม่มีค่า

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของพนักงานคนหนึ่ง หยิบพัสดุออกมาลังเหล็ก จากนั้นเขาได้อ่านชื่อที่อยู่ ก่อนจะโยนพัสดุลงพื้นอย่างแรง เพื่อให้พนักงานคนอื่นๆ นำไปเก็บไว้ตามหมวดหมู่ ขณะที่ผู้โพสต์คลิปได้มีข้อคยวามระบุว่า

นี่คือการคัดแยกสินค้าของบริษัทขนส่งเอกชนสีส้มชื่อดังครับ
การทำงานไม่ต่างจาก ปณ. เลย มิน่าคนถึงบ่นเรื่องสินค้าพัง
แต่พนักงานเขาไม่สนครับ เพราะนโยบายบริษัทคือ พนักงานถูกทุกอย่าง ลูกค้าคือคนผิด….เคอ….

ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่โจมตีการกระทำของพนักงานคนดังกล่าวว่าไม่เหมาะสม เพราะสิ่งของที่อยู่ด้านในอาจเกิดแตกเสียหายได้ ขณะที่บางส่วนได้มีข้อความติดตลกว่า น่าจะเขียนหนังสือตัวโตๆ ว่าห้ามโยนเพราะข้างในมีระเบิด อาจจะเป็นการเตือนสติให้พนักงานหยุดคัดแยกพัสดุสิ่งของในลักษณะดังกล่าว

พัสดุ, รับส่งพัสดุ, ข่าวสดวันนี้

นอกจากนี้ยังแนะนำไปเจ้าของกิจการด้วยว่า หากอยากดำเนินธุรกิจต่อ ก็ควรลงทุนในเรื่องสายพาน เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายของพัสดุระหว่างการคัดแยกได้