ธปท. เตือน “ซื้อขายบัญชีธนาคาร” เข้าข่ายฟอกเงิน

ธปท. เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อคำชักจูง หลังมีผู้เปิดเพจรับ “ซื้อขายบัญชีธนาคาร” ในโลกออนไลน์

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การกระทำของเพจดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมาย และการเสนอผลตอบแทนจากการซื้อขาย อาจเข้าข่ายขบวนการฟอกเงิน พร้อมกำชับให้ธนาคารทุกแห่ง เพิ่มความเข้มงวดในการพิสูจน์ตัวตนผู้ขอเปิดบัญชี รวมทั้งตรวจสอบธุรกรรมในบัญชีที่น่าสงสัย

ขณะที่ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการผิดกฎหมาย เนื่องจากสุจริตชนทั่วไป สามารถเปิดบัญชีได้ตามปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องรับซื้อ หรือ ขายสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มแต่อย่างใด

ขณะที่ พลตำรวจเอกชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ ซึ่งหากพบบุคคลใดมีการจ้างเปิดบัญชี ปปง.จะเข้าตรวจสอบธุรกรรม และออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีฐานฟอกเงิน มีโทษจำคุก 1 ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท

สำหรับเพจ “รับซื้อขายบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม” เริ่มโพสต์ข้อความเชิญชวนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเปิดขายและรับซื้อสมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็มธนาคาร ทุกแห่ง รวมทั้งซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบลงทะเบียน ซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 16 คน แต่แทบไม่มีการแสดงความเห็นใดๆ บนหน้าเพจ โดยล่าสุดได้ปรับสถานะเป็นกลุ่มลับ และต่อมาก็ปิดตัวลง

ชาวบ้านแห่รุมประชาทัณฑ์ ผู้ต้องหาฆ่าแม่ค้าขายล๊อตเตอรี่ หมกสวนลำไย

จับได้แล้วคนร้าย ทุบหัวฆ่ารัดคอแม่ค้าหวย ชิงเงินแสน อ้างนำเงินไปใช้หนี้ ขณะที่ชาวบ้านสุดทนรุมเข้าประชาทัณฑ์ขณะทำแผน

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ( 4 พฤษภาคม) ตำรวจ สภ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ควบคุมตัวนายจันทร์ทิพย์ กันทะวงค์ อายุ 51 ปี ภูมิลำเนา อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ผู้ต้องหา ฆ่าผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังลงมือฆ่านางสาวธนาวรรณ เปอะปันสุข อายุ 40 ปี แม่ค้าขายล๊อตเตอรี่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง มาทำแผนภายในสวนลำไย บ้านสันตึง หมู่ที่ 8 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง

โดยเจ้าหน้าที่เตรียมนำผู้ต้องหามาทำแผนแต่เช้ามืดเพื่อหลีกเลี่ยงญาติและชาวบ้านที่โกรธแค้นผู้ต้องหา แต่ปรากฏว่ามีชาวบ้านบางส่วนทราบข่าวและเดินทางมายังจุดที่ทำแผนกว่า 100 คน พร้อมกับตะโกนสาปแช่งและพยายามจะเข้าไปทำร้าย จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถยนต์กลับไปยังโรงพักทันที

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 2 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพหญิงวัยกลางคนถูกฆ่านอนเสียชีวิตอยู่ภายในสวนลำไย สภาพศพถูกรัดด้วยสายรัดแบบยางยืด ตามร่างกายมีร่องรอยโดนทุบด้วยของแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟไอ สีแดง หมายเลขทะเบียน จรว 10 เชียงใหม่ ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ รวมทั้งโทรศัพท์ของผู้ตายที่ผู้ต้องหานำไปโยนทิ้งน้ำ แต่โชคดีโทรศัพท์ไปติดอยู่กับต้นไม้ไม่จมลงไปในน้ำ

ฆ่าทุบหัว, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่, ฆ่าแม่ค้าหวย

เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบและแกะรอยจนพบหมายเลขสุดท้ายที่โทรหาผู้ตาย คือเบอร์ของนายจันทร์ทิพย์ กันทะวงค์ อายุ 51 ปี

สอดคล้องกับพ่อสามีของผู้เสียชีวิตที่ให้การว่า วันเกิดเหตุลูกสะใภ้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปขายลอตเตอรี่ตามปกติ ขณะที่เพื่อนของผู้ตายก็บอกว่ามีคนโทรศัพท์มาสั่งซื้อลอตเตอรี่ หลังจากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

ขณะที่นายจันทร์ทิพย์ สารภาพว่า ลงมือก่อเหตุเพราะติดหนี้พนันและนำรถไปจำนำ จึงวางแผนลวงฆ่าชิงทรัพย์โดยโทรศัพท์ให้ผู้เสียชีวิตซึ่งรู้จักกันได้ 3 เดือน นำล๊อตเตอรี่มาส่งภายในสวนลำไยจุดเกิดเหตุ ก่อนจะลงมือฆ่าด้วยการใช้ค้อนทุบไปที่ศีรษะ 3 ครั้ง และใช้สายรัดของแบบยางยืด รัดคอผู้ตายซ้ำ จากนั้นนำกระเป๋าคาดเอวของผู้เสียชีวิตซึ่งมีเงินสด 6 หมื่นบาท หลบหนีไปยังบ้านพัก ใน อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน จนถูกจับกุมได้ในที่สุด

สลด! พบศพตำรวจดับคาปั๊มน้ำมัน ย่านจตุจักร

พบศพตำรวจนอนเสียชีวิตในปั๊มน้ำมันย่านจตุจักร คาดเมาสุรา เร่งส่งชันสูตรหาสาเหตุ

วันนี้(4 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุพบตำรวจนอนเสียชีวิตภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.กำแพงเพชร 2 ฝั่งสวนจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงเข้าไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.ตำรวจ และมูลนิธิร่วมกตัญญู

จากการตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณห้องเช่าแบ่งเป็นคูหาเปิดโล่งใกล้กับร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบศพ พ.ต.ต.อนันต์ ปราบพลา ตำแหน่ง สว.ฝอ.3 บก.อก.ภ.1 สภาพนอนพิงกำแพง สวมเครื่องแบบครึ่งท่อน ใส่เสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงสีกากี ข้างตัวพบรองเท้าแตะหุ้มส้น 1 คู่ ห่างออกไปพบรถยนต์ฟอร์ด จอดอยู่ ภายในรถพบเครื่องแบบตำรวจ และขวดสุรา 1 ขวด มีสภาพถูกเปิดดื่มแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด

จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น เล่าว่า ช่วงเที่ยงของวานนี้ (3 พ.ค.) ผู้ตายมานอนเกลือกกลิ้งอยู่ตรงจุดเกิดเหตุในสภาพมึนเมา และไม่ได้ลุกไปไหน กระทั่งเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีคนเห็นผู้ตายนอนพิงกำแพง สภาพตัวเหลือง จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบทันที ทั้งนี้ ผู้ตายยังมาเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งนี้เป็นประจำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป