นายกฯ ชี้ มาเลย์จับ IS ไม่โยงคนไทย ขณะที่ ผบ.ตร. สั่งเช็กข่าว

นายกรัฐมนตรี อวยพรสื่อวันเสรีภาพสื่อโลก ขอสร้างสมดุลลดขัดแย้งภาค ปชช. พร้อมร่วมมือรบ.ในเรื่องที่ดี ขออย่าล้มทุกอย่าง ยันไม่มีคนไทยโยงมาเลย์จับผู้ต้องสงสัยไอเอส ด้าน ผบ.ตร. สั่งเร่งเช็กข่าว (อ่านข่าว : ลือ!! ผู้ต้องสงสัย IS พร้อมอาวุธ หนีจากมาเลเซียเข้าไทย )

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวอวยพรสื่อมวลชนเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกว่า ขออวยพรให้สื่อมวลชนทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสื่อ ประสบความสำเร็จในการทำงาน โดยสื่อถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานรัฐบาลและของประชาชนทุกคน ขอให้สร้างความสมดุลการทำงานร่วมกับรัฐบาลและการทำงานเพื่อประชาชนด้วย อย่าให้ทั้ง 2 เรื่องขัดแย้งกันและกัน หลายอย่างที่ไม่ดีขอให้ติติงมา ซึ่งส่วนตัวรับได้ พร้อมขอให้อยู่ในกรอบที่เคารพซึ่งกันและกัน

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไอเอส

ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนที่อยู่ในองค์กรสื่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและส่วนตัวตลอดไป มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพในอนาคต ลดความขัดแย้งในภาคประชาชนลงให้ได้ พร้อมให้ความร่วมมือ ส่งเสริมและสนับสนุนรัฐบาลในสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดีก็ติติงหรือเสนอมา ไม่ใช่ล้มทุกอย่าง ต้องรับฟังกัน เพราะรัฐบาลไม่ได้บริหารด้วยตนเองเพียงคนเดียว จึงขอให้สื่อ ทุกคนและครอบครัวมีความสุขใครยังไม่มีแฟนก็ขอให้มีแต่งงานให้ได้โดยเร็ว ใครยังไม่แต่งก็ดีแล้วสบายใจ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ว่า เมื่อวานที่ผ่านมาได้พูดไปแล้วขอให้ไปหาทางพูดคุยกัน จะคุมกันเองได้หรือไม่ได้ จะเชื่อมโยงกับรัฐบาลอย่างไร ซึ่งส่วนตัวได้ให้นโยบายกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายไปแล้ว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นกลุ่มไอเอสชาวมาเลเซีย และมีอีก 1 คนหลบหนีเข้ามายังชายแดนภาคใต้ของไทย ว่า ฝ่ายความมั่นคงกำลังตรวจสอบอยู่ หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องก็ต้องประสานหารือในเรื่องการขอตัวต่อไป เพื่อสอบสวนร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือกันอยู่แล้ว

ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงไม่อยากให้เปิดเผยมากนัก เพราะจะเป็นการเปิดหน้าออกไปข้างนอกมากเกินไป จนส่งผลกระทบกระประเทศไทย ยืนยันว่า ไม่มีคนไทยเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ไม่มีหลักฐานในเรื่องนี้ แต่ความเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะไม่ได้มีแค่ประเทศไทย พร้อมขอร้องในเรื่องของความมั่นคง เพราะได้มีการเปิดเผยกันไปมาก จนคนอื่นรู้หมดแล้วว่าจะดำเนินการอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทราบว่าตำรวจมาเลเซียมีการปฏิบัติการจับกุมกลุ่มก่อความไม่สงบในประเทศมาเลเซีย แต่เรื่องที่ผู้ต้องสงสัยหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน

อย่างไรก็ตามทางตำรวจก็ไม่ประมาท พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจสันติบาลร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) สืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวอย่างใกล้ชิด  เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว แม้ไทยจะไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง

ข้อมูลข่าวบางส่วนจาก INN

‘วัฒนา’ ยื่นคำให้การ ปมโพสต์ FB หมุดคณะราษฎร เป็นวัตถุโบราณ

‘วัฒนา เมืองสุข’ ยื่นคำให้การ ปมโพสต์ FB หมุดคณะราษฎร เป็นวัตถุโบราณ

จากกรณีที่ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกตั้งข้อกล่าวหา ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หลังจากที่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับหมุดคณะราษฎรว่า เป็นวัตถุโบราณ ให้คนไทยเรียกร้องทวงคืน เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (3 พ.ค. 60) เวลา 14.30 น. นายวัฒนา เมืองสุข ได้เข้ายื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร เกี่ยวกับคดีดังกล่าว ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยเผยว่า ตนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยได้นำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมายื่นต่อพนักงานสอบสวน เบื้องต้นหากพนักงานสอบสวนพบว่ามีมูลความผิดจริง ก็จะส่งฟ้องต่อไป

ทั้งนี้ ตามคำให้การเบื้องต้นของนายวัฒนา ระบุว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวในเฟซบุ๊ก เป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ ซึ่งตามคำจำกัดความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัณญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ประเด็นที่ว่าหมุดคณะราษฎรเป็นวัตถุโบราณหรือไม่ จึงเป็นปัญหาของข้อกฎหมาย เนื่องจากจะต้องมีการตีความตามคำจำกัดความ ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาข้อเท็จจริง การกระทำของตนจึงไม่ได้เป็นการนำเข้าข้อมูลปลอม หรือข้อมูลเท็จ

จบแล้ว! ศาลยกฟ้อง คดีอ้างพ่ออดีตนักบอลทีมดาราข่มขืนลูก

เพจ เพจแหม่มโพธิ์ดำ เผยคดีนักบอลทีมรวมดาราข่มขืนลูกสาว ศาลยกฟ้องแล้ว ฝ่ายหญิงกุเรื่องให้สังคมโจมตีอดีตสามี

วันนี้ (3 พ.ค. 60) เพจ  เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการเปิดเผยความคืบหน้า ในคดีที่หนุ่มนักบอลทีมรวมดารา ถูกภรรยากล่าวหาว่าลใมือข่มขืนลูกสาวแท้ๆ วัย 3 ขวบ โดยมีหลักฐานเป้นคลิปเสียที่อยู่ในห้องน้ำ ว่า คดีดังกล่าวจบแล้ว โดยศาลยกฟ้องผู้เป็นพ่อที่ถูกกล่าวหากระทำอนาจารลูกสาวแล้ว โดยระบุว่า

นักบอลดารา, ข่าวข่มขืน

#วันนี้ศาลมีคำสั่งยกฟ้องคดีนักบอลกระทำอนาจารลูกสาว #พ่อเป็นผู้บริสุทธิ์

ตอนแรกที่แม่ส่งข้อมูลมาพร้อมหลักฐานมากมาย ควีนก็รู้สึกเช่นกันเหมือนพวกมึง ว่าพ่อช่างชั่วร้าย แต่เพื่อนพี่เขาติดต่อมากันเพียบ ว่าเพื่อนเขาไม่ใช่คนแบบนั้น ซึ่งตามสไตล์เพจควีน ต่อให้คนที่มีแววว่ากระทำผิด เสียงเขาก็มีค่า จนสุดท้ายสายข่าวส่งเอกสารคำให้การของคุณหมอ ที่ยืนยันชัดเจน ว่ารอยแดงที่แม่ใช้เป็นข้อผูกมัดว่า พ่อเป็นอาชญากรทำร้ายลูกนั้น มันคือผื่นผ้าอ้อมและอาจเกิดจากการหมักหมม

ซึ่งมีประวัติมาก่อนด้วยซ้ำว่าน้องก็เคยใช้ยารักษาอยู่ แถมหมอยังให้การว่า ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่มีบาดแผลใดๆ #แล้วดราม่าพ่อทำร้ายลูกคืออะไร แม่บอกควีนว่า คดีไม่คืบหน้า แต่จริงๆ เขานัดฟังผลวันที่ 3 พฤษภาคม แล้วการอัดคลิปวีดีโอลูกสาวแก้ผ้าชี้นำสังคมออกทีวีคืออะไร นี่เพจดาร์คนะแม่ ไม่ใช่โรงเรียนการละคร อย่ามายืมมือเพจทำลายชีวิตคนอื่น

สงสารแต่เด็กและพ่อที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ ส่วนนี่คือภาพของน้องกับพ่อ ถามจริง ถ้าพ่อมันเลวขนาดนั้น น้องมันจะรักจะเทิดทูลขนาดนี้ไหมถามใจมึงดู ตอนนี้กูสงสารพ่อมาก ที่ถูกเมียเก่าทำลายชีวิตอย่างเลวร้ายด้วยข้อหาที่เขาไม่ได้ทำ ยัดข้อหายักยอกทรัพย์ อายัดบัญชี ทำทุกวิธีให้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ผุดได้เกิด จะทะเลาะกัน เข้ากันไม่ได้ และเลิกรากันไป ก็ยัดความผิดที่เขาไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนร้ายทำลายลูกไม่ได้ ฝากไว้ให้คิดนะแม่นะ

ส่วนพี่ . . . ควีนทำตามสัญญาแล้ว เมื่อศาลตัดสินชัดเจน ยกฟ้องว่าพี่คือผู้บริสุทธิ ควีนจะมายืนข้างพี่เต็มตัวและเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่ สู้ๆ นะพี่นะ สองปีที่ถูกทำลายไป มันเรียกคืนไม่ได้ แต่พี่เริ่มต้นใหม่ได้ ขอโทษอีกครั้งที่ให้พื้นที่แม่นำรหัสคดีมาลงในเพจ