วอนช่วย! เด็กพิการทั้งหูหนวก ตาบอด หัวโต แพดานโหว่ ที่ จ.ปทุมธานี

ชีวิตแสนลำเค็ญ วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือเด็กพิการทั้งหูหนวก ตาบอด หัวโต แพดานโหว่ ที่ จ.ปทุมธานี

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือกรณีน้องพิการหัวโต พักอยู่ภายในหมู่บ้านพรพิสาร 4 ซอย 23 บ้านเลขที่ 45/46 ม.1 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบพบ นางกมลรัตน์ ธนเฮือง 50 ปี และ นายอลงกต วงศ์สอน อายุ 52 ปี 2 ตายาย อาชีพ ขายปลาดุกย่างไก่ย่างและส้มตำ พร้อมหลานชายอีก 2 คน น้องพี อายุ 5 ขวบ กับน้องพุทโธ อายุ 2 เดือน ซึ่งพิการหัวโตผิดปกติ

ล่าสุดหมอบอกสมองน้องเหลือแค่ 4 เปอร์เซ็น หัวโตขึ้นเรื่อยๆ หูข้างขวาไม่ได้ยิน ตามองไม่เห็น และเนื่องจากหัวน้องไม่มีกระโหลก การอุ้มน้องแต่ละครั้งจะต้องใช้ความระมัดระวังมาก เพราะถ้ามีการเคลื่อนไหวมากๆ จะกระทบต่อสมอง ร่างกายทั่วไปต้องคอยบีบนวดแขนขา ให้น้องตลอดเวลาเพื่อเป็นการกระตุ้น ไม่ให้แขนขาหมดแรง ตอนนี้น้องเริ่มดูดนมเองลำบากขึ้นเนื่องจากเพดานน้องเริ่มโหว่

นายบุญแปลง ธานีเนียม ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 เปิดเผยว่า จากการไปตรวจสอบทราบว่าสองงสามีภรรยาซึ่งลูกบ้านนำเด็กหัวโตมาเลี้ยงซึ่งเป็นหลานของเขาเองแต่ไม่สามารถพาไปหาหมอในเรื่องการรักษาพยาบาลได้ เพราะเด็กไม่มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ จึงได้ทำเรื่องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของตนเอง เพื่อเป็นการช่วยเหลือในระดับหนึ่งในการรักษาพยาบาลบัตร 30 บาท ซึ่งทางหน่วยงานรัฐก็ดูได้เพียงระดับหนึ่งตามกรอบระเบียบที่วางไว้ ทางเพื่อนบ้านในชุมชนและ อสม.ก็เข้ามาช่วยเหลือดูแลหยิบยืนข้าวปลาอาหารให้บ้างเป็นบางครั้งซึ่งก็ช่วยกันเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ใจบุญต้องการที่จะช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวนี้ สามารถช่วยเหลือได้ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีของ นางกมลรัตน์ ธนเฮือง บัญชีเลขที่ 480-035309-2 ธนาคารกรุงไทย สาขารังสิต-นครนายก คลอง6 หรือโทร นางกมลรัตน์ เบอร์โทร 083-3115498, 095-6842236

เปิดประวัติ ‘มาครง’ ว่าที่ผู้นำเมืองน้ำหอม ?

หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีในรอบแรกสิ้นสุดลง ผลของการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่ออกมาปรากฏว่า ผู้ลงสมัครทั้งสองคนได้แก่นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระสายกลาง และนางมารีน ลูแปน หัวหน้าพรรคขวาจัด ได้คะแนนสูงสุด ซึ่งที่น่าแปลกคือในครั้งนี้ผู้สมัครทั้งสองคนไม่ได้มาจากพรรคการเมืองใหญ่เป็นครั้งแรก

ซึ่งผู้ที่สื่อจับตามอง คือผู้คว้าคะแนนอับดับ 1 ในครั้งแรก คือนายเอ็มมานูเอล มาครง วัย 39 ปี ถึงขั้นที่ว่า มีการคาดการณ์ไว้แล้วว่าเขาคือผู้นำฝรั่งเศสคนใหม่ ไม่ใช้เพียงโปรไฟล์ที่น่าสนใจ แต่เขาเป็นผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลา และยังอายุน้อย ซึ่งหากเขาชนะการเลือกตั้ง ก็จะกลายเป็นเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

เอ็มมานูเอล มาครง เป็นนักการเมืองหน้าไฟแรง เคยทำงานด้านการธนาคาร และเป็นพนักงานรัฐบาล กระทั่งได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจในรัฐบาลของนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีพรรคสังคมนิยม ก่อนจะลาออกและก่อตั้งขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง En Marche! หรือ Let’s Move ซึ่งมีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงปัญหาเก่าในประเทศที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ที่ฝังรากลึกมานานกว่า 30 ปี

มาครงมีฐานความนิยมจากผู้มีการศึกษา ชนชั้นกลาง และคนหนุ่มสาว เนื่องจากเขาสนับสนุนสหภาพยุโรป และมีแนวคิดชาตินิยมน้อยกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ โอบอุ้มผู้อพยพและคนต่างเชื้อชาติศาสนา ในขณะเดียวกันก็มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศ เอื้อต่อนักธุรกิจ ไม่สังคมนิยมจัดเหมือนรัฐบาลพรรคสังคมนิยมของนายออลลองด์ ซึ่งเป็นมิตรต่อภาคธุรกิจ

ส่วนด้านชีวิตส่วนตัว มาครง เคยความเป็นศิลปินเนื่องจากเคยเป็นนักเปียโน และที่น่าทึ่งคือชีวิตรักของเขาที่ไม่ธรรมดา เขาแต่งงานตั้งแต่อายุ 17  ครูสอนการแสดงโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแม่ม่ายลูกติด 3 ที่แก่กว่ามาครงถึง 24 ปี มาครงได้ตกหลุมรัก บริจิตต์ ครูสาวโรงเรียนมัธยมปลายที่เมืองเอเมียงส์ มขณะเป็นวัยรุ่น อายุได้เพียง 16 ปี และได้ประกาศว่าเขาจะต้องแต่งงานกับครูบริจิตต์ แม้จะถูกครอบครัวคัดค้าน

เมื่อมาครงขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส บริจิตต์ โทรนเญอซ์ ภรรยาภริยาวัย 64 ของเขา ก็จะขึ้นมาเป็นสตรีหมายเลข 1 เช่นกัน…

ส่วนนโยบายของมาครง ในการการฝึกงานและสร้างงานใหม่ ๆ โดยใช้งบประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท และไม่ต้องการพึ่งพาพลังงานถ่านหิน แต่มุ่งหวังใช้พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมทั้งด้านการปรับโครงสร้างระบบสาธารณูปโภค ปรับปรุงระบบต่าง ๆ ให้ทันสมัย และลดการเก็บภาษีนิติบุคคล รวมถึงเจรจาให้นายจ้างเจรจาเรื่องการทำงานสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมง
ลดอัตราการว่างงานให้อยู่ที่ 7% และยังมีนโยบายเกี่ยวกับภาคการศึกษา ระบุว่าห้ามนักเรียนอายุน้อยกว่า 15 ปีใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน

ระวัง ! แบงค์พันปลอมระบาด ร้านขายทุเรียนโดนวันเดียว 2 ร้าน

พ่อค้าแม่ค้าตลาดแม่พิมพ์จันทบุรีสุดเซ็ง หลังมิจฉาชีพอาศัยช่วงชุลมุนทำทีมาซื้อทุเรียน ก่อนจ่ายธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาท กว่าจะรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมก็ข้ามวัน ตรวจสอบพบถูกหลอก 2 ร้านติด

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังตลาดผลไม้แม่พิมพ์ ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี หลังจากได้รับแจ้งว่ามีธนบัตรปลอมระบาดในพื้นที่ และได้พบกับนางสาวมะลิ บุญเลิศ อายุ 57 ปี เจ้าของร้านลัดดา มะลิ พร้อมกันนี้นางสาวมะลิ เจ้าของร้านยังนำธนบัตรปลอมราคา 1,000 บาท หมายเลข 7A1195612 ออกมาให้ผู้สื่อข่าวดู และวางเปรียบเทียบกับธนบัตรจริงรุ่นเดียวกันที่มีอยู่ให้ดู พบว่าธนบัตรใบที่ปลอมนั้นมีจุดที่แตกต่างกับธนบัตรจริงอยู่หลายจุด เช่น เนื้อกระดาษหนากว่าธนบัตรจริง รูปรัชกาลที่ 5 ที่อยู่กึ่งกลางธนบัตร มีสีเข้มกว่าปกติ แถบสะท้อนแสงไม่มีการสะท้อนกับแสง และเมื่อส่องดูกับแสงพบว่า ไม่มีลายน้ำที่เป็นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 เหมือนธนบัตรจริงด้วย

นางสาวมะลิ ได้เปิดเผยว่า ตนได้รับธนบัตรใบนี้มาตั้งแต่เมื่อวาน(1 พ.ค.60) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรงงาน ที่ร้านมีลูกค้าเข้ามาซื้อทุเรียนเพื่อเป็นของฝากจำนวนมาก ตนก็ได้แต่ขายของอยู่เพียงคนเดียว ไม่ได้สังเกตว่ามีลูกค้าคนใดมีท่าทางพิรุธ ลูกค้าซื้อทุเรียนตนรับเงินมาก็ใส่กระเป๋าอย่างเดียว จนช่วงเช้าวันนี้ (2 พ.ค.60) มีชาวสวนนำมังคุดมาส่ง ตนจึงหยิบธนบัตรในกระเป๋าที่มีจ่ายไป แต่ชาวสวนที่รับไปบอกว่าเป็นธนบัตรปลอม ตนจึงรับกลับมาดู และนำมาเทียบกับธนบัตรใบอื่นจึงพบว่าเป็นธนบัตรปลอมจริงๆ โดยนางสาวมะลิบอกว่า ตั้งแต่ขายของมาเป็น 10 ปี ไม่เคยเจอ เพิ่งจะเจอครั้งนี้เป็นครั้งแรก จึงนำไปให้พ่อค้าแม่ค้าร้านข้างเคียงดู เพื่อเตือนภัยและให้ระมัดระวัง

ขณะที่แผงผลไม้ของนายประกอบ ไชเย็น อายุ 71 ปี ร้านขายผลไม้ริมทาง ที่อยู่ห่างจากร้านนางสาวมะลิไปเพียง 500 เมตร ก็โดนมิจฉาชีพขับรถยนต์เก๋งสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาทำทีซื้อทุเรียน และสละลอยแก้วในราคา 270 บาท ก่อนจ่ายด้วยธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาทเช่นเดียวกัน โดยช่วงที่นายประกอบกำลังขายของนั้น ขายอยู่กับภรรยา และเป็นช่วงที่ลูกค้ากำลังเข้ามาซื้อของหลายคน ซึ่งมิจฉาชีพได้จ่ายเงินด้วยธนบัตรปลอมราคา 1,000 บาท กับภรรยาของตน แต่ตอนที่รับมานั้นตนและภรรยาก็ไม่ได้ดูหรือสังเกต ทั้งยังทอนเงินไปให้มิจฉาชีพอีก 730 บาทด้วย มารู้อีกทีตอนปิดร้าน เข้าบ้านนับเงินพบว่าธนบัตรมีลักษณะแปลกๆ รุ่งขึ้นจึงนำไปให้ธนาคารตรวจสอบให้แน่ชัด ก็พบว่าเป็นธนบัตรปลอม และด้วยความช้ำใจ ตนไม่อยากเก็บธนบัตรปลอมไว้จึงได้ฉีกธนบัตรปลอมนั้นทิ้งท่อระบายน้ำไป ทั้งนี้เจ้าของร้านทั้งสองร้านได้ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้ารายอื่น ให้ตรวจสอบเงินก่อนทุกครั้งด้วย อย่าคิดว่าเป็นการเสียเวลา เพราะอาจต้องเสียของ เสียเงิน และเจ็บใจแบบพ่อค้าแม่ค้าสองรายนี้ก็ได้