หนุ่มหายออกจากบ้านนาน 15 ปี ได้พบครอบครัวแล้ว หลังประกาศตามหา

หนุ่มหายออกจากบ้านมา 15 ปี ประกาศตามหาครอบครัว ล่าสุดได้พบครอบครัวแล้ว

จากกรณีที่ทาง MThai ได้นำเสนอเรื่องราวของ คุณอั้ม ชายหนุ่มที่ต้องการตามหาครอบครัว โดยเขาได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่อายุประมาณ 7-8 ขวบ รวมระยะเวลาที่หายออกจากบ้านประมาณ 15 ปี ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ขอความช่วยเหลือจาก ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา หลังเรื่องถูกเผยแพร่ผู้คนต่างช่วยกันแชร์ภาพและข้อมูลต่าง ๆ

คลิกอ่านข่าว >>> หนุ่มหายออกจากบ้านตั้งแต่จำความไม่ได้ ประกาศตามหาครอบครัว

ล่าสุด แฟนเพจ ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา รายงานว่า คุณอั้มได้พบครอบครัวแล้ว วานนี้ (1 พ.ค. 60) ทีมงานของศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้ลงพื้นที่ย่านชุมชนตลาดศรีเขมา ริมทางรถไฟพระรามหก ตามที่มีแฟนเพจแนะนำข้อมูล ปรากฏว่า มีคนในชุมชนรู้จักญาติของคุณอั้ม และพาพวกเขาไปพบพ่อของคุณอั้ม ทางพ่อและญาติพี่น้องดีใจมาก ๆ ที่ทราบข่าวคุณอั้ม และคุณอั้มก็ตื่นเต้นดีใจมากเช่นกัน

เอกชน มอง ‘ทรัมป์’ ต่อสายตรงนายกฯ หารือด้านความร่วมมือการค้าการลงทุน

เอกชน มอง ‘ทรัมป์’ ต่อสายตรงคุยนายกฯ เป็นสัญญาณบวกสะท้อนความเชื่อมั่นด้าน เศรษฐกิจ โดยหารือความร่วมมือการค้าการลงทุน

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โทรศัพท์สายตรงถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งหากมีการพูดคุยกันคาดว่าจะหารือเรื่องความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยปัจจุบันสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐร้อยละ 40

ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สหรัฐเข้ามาลงทุนผลิตในไทยแล้วส่งกลับไปสหรัฐ ส่วนอีกร้อยละ 60 เป็นยางรถยนต์และอัญมณี เพราะสหรัฐมองว่าไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ทำให้สหรัฐที่เคยมีท่าทีจะใช้มาตรการกีดกันสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐก่อนหน้านี้น่าจะผ่อนคลายลงด้วย

ด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่สหรัฐขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีของไทย นับเป็นสัญญาณที่ดีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 4-8 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นในสายตาชาวต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลไทย ขณะที่ทิศทางการลงทุนภาคเอกชนขณะนี้ภาคเอกชนยังอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน

โดยเชื่อว่าจะค่อยๆ ทยอยมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป โดยเฉพาะหากการส่งออกขยายตัวเป็นบวก เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีต่อเนื่อง เชื่อว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นตามมา โดยขณะนี้เอกชนได้ทยอยลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต

พบซากเครื่องบินรบ ใช้ในสมัยปราบคอมมิวนิสต์ปี 2518

นักเดินป่าร่วมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว  จ.ระนองและชุมพร  พบซากเครื่องบินรบ คาดเป็นเครื่องบินที่ใช้ในสมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี 2518-2524

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 พ.ค. 60 ว่าที่ร.อ.ฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนองและชุมพร เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 27-30 เม.ย. 60 ในขณะที่ จนท.ของ “อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนองและชุมพร ได้ดำเนินการออกตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ โดยเขตจัดการอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวที่ ๒ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร) ลาดตระเวนตรวจสอบการล่าสัตว์ การลักลอบตัดไม้ และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับทีมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อำเภอพะโต๊ะ จ.ชุมพร

นำโดยนายสมชาย สอนสุวรรณ อายุ 56 ปี ประธานชมรมท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จนท.หน่วยพิทักษ์ป่าที่ น.ง.2(น้ำตกหงาว) คลองพละ จำนวน 9 คน ออกเดินทางขึ้นไปลาดตระเวน บนเทอกเขาพะโต๊ะ ตั้งเป้าหมาย ที่ยอดภูเขานมสาว ที่มีความสูงชันมาก และยังความอุดมสมบูรณ์ของป่าดงดิบ เนื่องจากมีความลาดชันสูงทำให้ไม่มีคนบุรุกขึ้นไปมากนัก อีกทั้ง พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นหิน

ต่อมาในวันที่ 28 เม.ย.60 บริเวณพิกัด 46p 0474892EUTM 1099285 N ขณะเดินบนยอดเขาสูงได้พบซากเครื่องบินกระจัดกระจายอยู่บริเวณยอดเขานมสาว ในจุดปลายคลองพละ เขตอทุยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างอำเภอพะโต๊ะ จ.ชุมพร กับ จ.ระนอง คาดว่าตกมานานหลายปี เนื่องจากชิ้นส่วนบางชิ้นมีการทับถมด้วยดินและเศษใบไม้ ซึ่งเกิดจากน้ำป่าไหลหลาก ชิ้นส่วนเครื่องบินบางชิ้นเป็นรูปปลาฉลามตัวสีเหลืองปากสีแดงมีฟันสีขาว

ทั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นที่โคนหางเครื่องบินมีรูปวงกลมเป็นสัญญลักษณ์ธงชาติไทยมีเลข 94 ซึ่งเครื่องบินทั้งลำน่าจะเป็นสีเขียว นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนบางชิ้นเป็นช่องของใบบัดเครื่องบิน กล่องสีขาวขนาดความกว้าง 6 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว หนา 2 นิ้วและมีที่เสียบสายไฟคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่กล่องมีภาษาอังกฤษเขียนกำกับ และลำตัวเครื่องบินซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่ภายในและเป็นเครื่องบิน 2 ที่ ประสานตรวจทางภาพเบื้องต้นกับ จนท.ทหารกองบิน๗ คาดว่า น่าจะเครื่องบินโจมตี 2ชนิด คือ อาจเป็นแบบ T-6 และ T-28D ใช้สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี ๒๕๑๘ -๒๕๒๔ จึงประสานงานเบื้องต้นกับ จนท.ทหารกองบิน๗ สุราษฏร์ธานี คาดว่า น่าจะเครื่องบินโจมตี 2ชนิด คือ อาจเป็นแบบ T-6 หรือ T-28D ใช้สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี ๒๕๑๘ -๒๕๒๔

ทางด้านนายสมชาย สอนสุวรรณ ประธานชมรมท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพรกล่าวว่า เมื่อตอนที่ตนอายุได้ 15-16 ปี ตนได้เดินทางมาอยู่ใน อ.พะโต๊ะและได้รับทราบข่าวจากเพื่อบ้านว่ามีเครื่องบินตก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเมื่อโตขึ้นมาก็ได้ทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ขึ้นมาซึ่งในแต่ละปีได้ชวนพรรคพวกท่องเที่ยวทุกปี

ในครั้งนี้กลุ่มของพวกตนและ จนท.อุทยานฯใช้เวลาในการเดินป่าจำนวน 3 คืน 4 วันซึ่งแต่ละจุดที่พักผ่อนจะต้องขอเจ้าที่เจ้าทางเพื่อพักผ่อนและขอให้พบในสิ่งที่ชาวบ้านได้เล่าขานกันมาว่ามีซากเครื่องบินรบ ก็ได้ขอให้เจ้าที่เจ้าทางให้ได้พบซากเครื่องบิน จนในที่สุดก็พบซากเครื่องบินจริงๆ แต่เนื่องจากอาหารที่นำไปหมดจึงได้ลงกลับก่อนกำหนด

อย่างไรก็ตามคาดว่าเครื่องบินที่ตกเมื่อดูจากภาพคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องบิน OV-10 ซึ่งเป็นเครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิด เป็นขนาด 2 ที่นั่ง ที่ผ่านมาเครื่องบินลำดังกล่าวบรรจุอยู่ในกองบิน5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีทั้งหมด 16 ลำ เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2525 ซึ่งในสมัยนั้นยังมีพรรคคอมมิวนิสต์กระจัดกระจายตามหัวงานต่างๆ(เขตปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งแบ่งเป็นเขตและค่าย) จึงได้บันทึกภาพและจะได้รายงานกองทัพอากาศ เข้าตรวจสอบโดยละเอียดภายหลังต่อไป