‘กำนันแมว’ อดีตแกนนำ กปปส. คนสนิทสุเทพ ถูกรถจยย.ชนเสียชีวิต

‘กำนันแมว’ อดีตแกนนำ กปปส. คนสนิทสุเทพ ถูกรถจยย.ชนเสียชีวิต ที่บริเวณถนนสาย วังขรี – บ่อมอง หมู่ที่ 3 ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

วันที่ 2 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุรินทร์ ช่วยแก้ว ร้อยเวร สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสาย วังขรี – บ่อมอง หมู่ที่ 3 ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง ให้ไปพลิกศพและสอบสวนด้วยหลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบนถนนพบศพนายธวัชชัย รัตนพันธ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ที่ 6 ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หรือ “กำนันแมว” นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นถนนมีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน สกย – 4744 นครศรีธรรมราช ห่างเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีดำหมายเลขทะเบียน กรก – 338 นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นรถ ของคู่กรณีสภาพพังเสียหาย ทราบชื่อคนขับนายอองโจนุ อายุประมาณ 35 ปี เป็นชาวพม่า นอนแน่อยู่ที่พื้นถนน บาดเจ็บขาหักทั้งสอง เจ้าหน้าที่มูนนิธิฯ จึงนำคนเจ็บส่ง รพ..ทุ่งสง ให้แพทย์ช่วยเหลือ

จากการสอบสวนของตำรวจเบื้องต้นทราบว่า นายธวัชชัย หรือ “ กำนันแมว ” เป็นอดีตแกนนำ กปปส.ของ อ.ทุ่งสง เป็นคนสนิทนายสุเทพ เทือกสุบรรณเคยร่วมเดินขบวนขับไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปัจจุบัน ผู้ตาย ทำงานที่ผับแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง

ก่อนเกิดเหตุผู้ตาย ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก เพื่อไปทำงานที่ผับ แต่ขณะที่ขับมาถึงที่เกิดเหตุได้มีนายอองโจนุ ชาวพม่าคนงานของโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง อยู่ในอาการเมา ซิ่ง รถ จยย.มาตามถนนด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงที่เกิดเหตุพุ่งข้ามเลนชนประสานงากับรถ จยย.ของผู้ตาย ส่วนนายอองโจนุ ชาวพม่าบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้ญาติ ๆ นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และอายัดตัวนายอองโจนุ คู่กรณีไว้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

มท.1 แจง ย้ายผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดทางสอบยึดตามกม.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจงย้ายผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เปิดทาง คกก.ตรวจสอบทำงานสะดวกขึ้น ยันต้องฟังข้อมูลทุกฝ่าย ยึดตามขั้นตอนกฏหมาย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ให้ย้ายนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาช่วยราชการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ว่า คำสั่งดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เข้าไปหาข้อมูลตรวจสอบในพื้นที่ได้สะดวก (อ่านข่าว : ด่วน! สั่งเด้ง ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน รอผลสอบคดีค้ากาม)

ผู้ว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน, กระทรวงมหาดไทย,

เพราะขณะนี้ไม่สามารถที่จะหาข้อมูลจากผู้กล่าวหาได้ เพราะอยู่ในการคุ้มครองพยานของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.) ทำให้ได้ข้อมูลเพียงบางส่วน อีกทั้งเมื่อมีการกล่าวหาผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ทำให้ทำงานลำบากจึงเป็นเหตุผลให้สั่งย้ายมาช่วยราชการในกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า การตรวจสอบการเอาผิดทางวินัยต้องรอผลการตรวจสอบ จะรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียวไม่ได้ ส่วนข้อเรียกร้องของภาคประชาชนต้องการให้มีตัวแทนประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบนั้น ต้องถามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว

ข่าวจาก INN

นายกฯ เผย ‘ทรัมป์’ ให้กำลังใจบริหารประเทศ ยันรับฟังทุกฝ่ายเกี่ยวกับ กม.คุมสื่อ

นายกรัฐมนตรี บอก “โดนัลด์ ทรัมป์” ให้กำลังใจ หวังไทยพัฒนาประเทศไปได้ด้วยดี ยันทุกเรื่องมีความสำคัญ  ย้ำยินดีรับฟังทุกฝ่าย ขอใจเย็นๆ หลังองค์กรสื่อยื่นหนังสือคัดค้านกฎหมายคุมสื่อ 

วันนี้(2 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงการหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิปดีสหรัฐอเมริกา ว่า สำหรับประเทศเวลานี้ทุกเรื่องทุกเรื่องเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างงั้นต่างประเทศไม่มาคุยกับไทย เมื่อวานนี้ ทางสหรัฐฯ ก็คุยดี และหวังว่าไทยจะพัฒนาประเทศไปได้ด้วยดีและทราบว่าไทยมีการพัฒนาและให้กำลังใจ

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวภายหลังที่นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย 30 องค์กรสื่อมวลชน เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบเสื้อที่ระลึกเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก รวมถึงยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนด้วยว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, กฎหมายคุมสื่อมวลชน, สื่อมวลชน

ยินดีที่จะให้มีการหารือร่วมกันแต่ยังมีอีกหลายขั้นตอน จึงขออย่าเพิ่งไปลงความเห็น และพร้อมรับฟังทั้งสองฝ่าย โดยส่วนตัวหวังว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศดีขึ้นได้ และขอสื่อมวลชนช่วยกันทำในสิ่งใหม่ๆ เพราะสื่อมวลชนถือเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลแต่ขออย่าตัดสินว่าสิ่งใดถูกหรือผิดขอให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณา และยืนยันว่าจะดูร่างพ.ร.บ.ที่เป็นปัญหาให้

ส่วนข้อเสนอเปิดเวทีนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องหารือกับคณะรัฐมนตรีก่อน เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอน และขออย่ายุ่งกับกระบวนการยุติธรรมไม่อย่างงั้นจะวุ่นวายไปหมด พร้อมย้ำว่าการหารือยังไม่ได้ข้อยุติ และรัฐบาลดูแลเรื่องเป็นพิเศษ จึงขอความร่วมมือจากสื่อให้ช่วยประเทศชาติ และจะดูแลองค์กรสื่อ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน ว่าจะทำอย่างไรให้เดินไปในทางที่ไม่กีดขวางการพัฒนาประเทศ ขอให้สื่อใจเย็นๆ