ช็อก! หญิงขับเก๋งฝ่าสายฝนชนคนดับ ก่อนพบเป็นสามีตัวเอง

เกิดอุบัติเหตุทางถนน ระหว่างเดินทางกลับโดยภรรยาขับรถชนสามีตัวเองเสียชีวิตขณะพายุฝนกระหน่ำ

เมื่อช่วงค่ำวาน (29 พฤษภาคม 2560)  นี้  “ร.ต.อ.ณัฐพงศ์ นุชเจริญ”  (รองสารวัตรสอบสวน) สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่บริเวณถนนอ่างทอง – สิงห์บุรี หมู่ 4 ต.ย่านซื่อ  อ.เมือง จ.อ่างทอง จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีบรอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน กง 2824 อ่างทอง มีร่องรอยยุบที่บริเวณด้านหน้าและห่างไปประมาณ 2 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีดำหมายเลขทะเบียน  กก 7489 อ่างทอง พังเสียหาย ผู้เสียชีวิตมีบาดแผลฉีกขาดที่ศรีษะเลือดไหลนอง โดยผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งทราบชื่อ “นางสาวศิริพร  เกตุหอม” อายุ 38 ปี อยู่บริเวณหน้ารถเก๋ง นั่งร้องไห้ฟูมฟาย นั่งกอดศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา คือ “นายมงคล  ทองคำ” อายุ 48 ปี บ้านเลขที่96 หมู่ 4 ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง

จากการสอบสวนเบื้องต้น “นางพรทิพย์ เกตุหอม” อายุ 58 ปี ผู้เป็นแม่ของนางสาวศิริพรคนขับรถชน  ให้การว่าทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน มีอาชีพค้าขายน้ำปั่นอยู่ในตลาดสดเทศบาล2 และเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาได้เกิดพายยุฝนกระหน่ำทั้งสองจึงได้ปิดร้านค้าเก็บข้าวของ และเดินทางกลับบ้านพร้อมกัน โดยสามีได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนภรรยาได้ขับขี่รถยนต์ตามหลังเดินทางกลับบ้านมาตามถนนสายอ่างทอง-สิงห์บุรี ท่ามกลางพายุฝนและถนนที่ลื่น จึงได้เกิดอุบัติเหตุที่น่าสลดใจขึ้น

แต่อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานพยานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

กลุ่มไอเอส หวังยึดเกาะมินดาเนา ในฟิลิปปินส์ ใช้เป็นฐานในอาเซียน

เกิดเป็นความหวั่นวิตกอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ออกมาระบุว่า กลุ่มไอเอส หวังยึดเกาะมินดาเนา ใช้เป็นฐานในอาเซียน จนเกิดการสู้รบอย่างดุเดือดในพื้นที่ดังกล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานความคืบหน้าล่าสุด ของเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างกองทัพจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ และรัฐอิสลาม หรือ กลุ่มไอเอส ที่เกิดขึ้นในเมือง มาราวี บนเกาะมินดาเนา ทางฝั่งตะวันออกทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ กระทั่งตอนนี้ ประธานาธิบดีดูเตร์เต ได้ออกมาประกาศกฎอัยการศึกทางตอนใต้ทางตอนใต้ของประเทศเป็นที่เรียบร้อย หลังจากมีกลุ่มติดอาวุธ เสียชีวิตจากการปะทะ 31 ศพ และฝั่งทหาร เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ

ทั้งนี้ กลุ่มก่อความไม่สงบ ทยอยเข้ามาในประเทศเป็นเวลานาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ รวมทั้งในเมืองมาราวี โดยขณะนี้ฝั่งกลุ่มติดอาวุธได้จับตัวนักบวชชาวคริสต์ และพลเรือนหลายคนเป็นตัวประกัน มีการคาดการณ์ด้วยว่า รัฐบางฟิลิปปินส์ อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ เพื่อควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกนอกพื้นที่เพื่อหนีเอาชีวิตรอด

ทั้งนี้เกาะมินดาเนา ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของฟิลิปปินส์ มีประชากรอาศัยอยู่ราว 22 ล้านคน และอยู่ภายใต้การปกครองของทหาร เป็นเมืองใหญ่ที่นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลาม เนื่องจากมีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

น่ายกย่อง ตร.น้ำดีใช้เวลาหลังเลิกงานตัดผม ปชช.ฟรีถึงบ้าน

แห่ชื่นชม ตำรวจน้ำดีจิตอาสา ตัดผมให้กับผู้ป่วยสูงอายุและผู้ด้อยโอกาสถึงบ้านฟรี

ผู้สื่อข่าว Mthai ได้รายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธร อ.หันคา จ.ชัยนาท มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายหนึ่งคือ “ร.ต.ต. มนัส ปานเพ็ชร” หรือ “หมวดนัด” รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม ที่จะใช้เวลาหลังเลิกงาน ออกให้บริการตัดผมฟรีให้แก่ผู้สูงอายุ ,ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาสตามชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ และที่สำคัญคือไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ

จากการลงพื้นที่ติดตามหมวดนัดลงเราได้พบว่า ชาวบ้านที่เห็นชุดของหมวดนัด จะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มคอยต้อนรับด้วยความดีใจ เพราะหลายๆ คนบอกว่าจากสภาพร่างกายที่ไม่อำนวย ทำให้ไม่สามารถไปตัดผมที่ร้านได้ หมวดนัดที่มาตัดผมให้ถึงบ้านทุกคนจึงรักเหมือนญาติ เพราะนอกจากผู้ป่วยแล้วคนด้อยโอกาส คนยากจนไม่มีเงินไปตัดผม หมวดนักก็จะตัดให้ฟรีด้วย

สำหรับวิชาการตัดผมนั้น เริ่มจากความสนใจจึงไปเรียนที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจนจบคอร์สมา อาศัยลูกหลานตำรวจในโรงพักเป็นหัวหุ่นในการฝึกฝีมือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จนมั่นใจว่าสามารถตัดผมให้ประชาชนทั่วไปได้แล้ว จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา เพราะต้องการช่วยเหลือสังคม จนปัจจุบันชาวบ้านตั้งฉายาให้ว่า “หมวดนัดปัตตาเลี่ยน”

ทั้งนี้ “พ.ต.ท.นุกูล สังข์สุวรรณ” (สวป.สภ.หันคา)  ผู้บังคับบัญชาของหมวดนัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายปีกับการตัดผมฟรีให้ประชาชนของหมวดนัด วันนี้ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสามารถพูดได้เต็มปากว่า หมวดนัดเป็นตำรวจที่ทำงานได้ครบเครื่องรอบด้าน ทั้งจับปืนปราบโจรในเวลางาน เลิกงานก็วางปืนมาจับปัตตาเลี่ยนตัดผมให้ชาวบ้าน บ่อยครั้งที่ชาวบ้านเล่าเรื่อง หรือแจ้งเบาะแสคดีต่างๆ ให้ทราบ ในระหว่างการตัดผมด้วยความเชื่อใจและไว้ใจ จนนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้มามากมายหลายคดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้นสังกัดภูมิกับการทำหน้าที่ของผู้หมวดจิตอาสานายนี้เป็นอย่างมาก