สั่งเด้ง 5 เสือ สน.คันนายาว กรณีปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนพนัน

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 สั่งเด้ง 5 เสือ สน.คันนายาว กรณีปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนพนันไฮโลย่านคู้บอน

พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 มีหนังสือคำสั่งเลขที่ 123/2560 เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ และรักษาราชการแทน ระบุ ตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคันนายาวกับพวก

กรณีปล่อยปละละเลยไม่สืบสวนปราบปรามจับกุม หรือมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับการพนันในพื้นที่รับผิดชอบนั้น เพื่อให้การบริการงานในภาพรวมตลอดจนการปฏิบัติตามนโยบายของ บก.น.2 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการตำแหน่งต่างๆ และรักษาราชการแทน ภายในสังกัด บก.น.2 ดังนี้

พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว ปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.น.2

พ.ต.ท.นภณัฐ แปงเครื่อง รองผกก.ฝ่ายอำนวยการ 5 กองบังคับการอำนวยการ บชน. ปฏิบัติราชการในตำแหน่ง รองผกก.ป.สน.คันนายาว ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.น.2

พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สารวัตรสืบสวน รักษาราชการแทนรองผู้กำกับการสืบสวน สน.คันนายาว ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.น.2

ร้อยตำรวจเอกนิพนธ์ หงศ์สิบสอง รองสารวัตรป้องกันปราบปราม รักษาราชการแทนสารวัตรป้องกันปราบปรามสน.คันนายาว ปฏิบัติราชการ ศปก.บก.น.2

ร.ต.อ.ทวี ลาดแล่น รองสารวัตรสืบสวน รักษาราชการแทน สารวัตรสืบสวน สน.คันนายาว ปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.น.2

พ.ต.อ.สำเริง สวนทอง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.คันนายาว และให้พิจารณามอบหมายหน้าที่ข้าราชการตำรวจสังกัด สน.คันนายาว รักษาราชการแทนตำแหน่งที่ว่างตามความเหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าว รายงานว่าคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ทหารได้สนธิกำลังตรวจค้นอาคารพาณิชย์ ภายในซอยคู้บอน 27 พบมีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน สามารถจับกุมนักพนันได้ 74 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์การเล่นการพนันประเภทไฮโล โต๊ะไฮโล หลายสำรับไพ่ และเงินสดกว่า 4 แสนบาท

สามีสาวคาราโอเกะ เข้าให้ปากคำ ยันไม่เกี่ยวข้องฆ่าหั่นศพ

เปิดใจสามี น้องแอ๋ม สาวคาราโอเกะเหยื่อถูกฆ่าหั่นศพยัดถัง ยันไม่เกี่ยวข้อง ลั่น คนฆ่าเมียผมใจโหดมาก!

ความคืบหน้ากรณีฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม สาวคาราโอเกะ หน้าตาดีของสถานบันเทิงชื่อดัง จ.ขอนแก่น นั้น เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (26 พ.ค. 60) นายศักดิ์ชัย บาทเต็มดี ซึ่งอ้างว่าเป็นสามีของผู้ตายได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสวนกวางแล้ว เพื่อแสดงความบิรสุทธิ์และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุสยองดังกล่าว (อ่านข่าว : สยอง! สาวโอเกะถูกฆ่าหั่นศพ แยกร่าง 2 ท่อนฝังดินที่ขอนแก่น)

โดยนายศักดิ์ชัย เผยว่า แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมาตั้งแต่ต้นปี ก่อนจะย้ายไปทำงานด้วยกันที่ กทม. ส่วนตัวทราบดีว่าผู้ตายเคยคบหาสาวหล่อมาก่อน ซึ่งตนทราบว่าชื่อ “ป็อปปี้” แต่หลังแต่งงานตนต้องออกต่างจังหวัดบ่อยๆ เพราะทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แฟนสาวจึงไปอยู่กับญาติที่ จ.ชัยนาท และพบรักกับสาวหล่ออีกคนชื่อ “เบ็น”

หลังจากนั้น แฟนสาวก็ไปๆ มาๆ ระหว่าง กทม. กับ จ.ชัยนาท เวลาอยู่ด้วยกันก็เคยเห็นสาวหล่อชื่อ “เบ็น” โทรมา ตนก็เคยห้ามแต่แฟนสาวก็ไม่เลิกคบหาพูดคุย จึงปล่อยไปตามใจ เพราะไม่อยากมีปัญหา ยังทราบอีกว่า สาวหล่อชื่อ “เบ็น” เคยทำร้ายร่างกายแฟนของตน ซึ่งเคยแจ้งความไปแล้ว

จนกระทั่งแฟนสาวขอมาอยู่กับญาติที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตนก็ไม่ว่าอะไร เพราะห้ามแล้วไม่ฟัง และทราบดีว่าแฟนสาวมาอยู่กับสาวทอมชื่อ “ป๊อปปี้” ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และทำงานหาเงินตามประสาช่างรับเหมาก่อสร้าง แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอๆ โดยครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันคือวันที่ 22 พ.ค.2560 เวลา 23.47 น. ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้อีกเลย

ทั้งนี้รายงานข่าวได้แจ้งว่า ก่อนการเข้าให้ปากคำนายศักดิ์ชัย ได้กล่าวสั้นๆ ว่า “ผมคงไม่ขอพูดอะไร แต่คนทำกับเมียผมมันเป็นคนที่โหดร้ายมาก”

อุกอาจ! คนร้ายควงM16 บุกยิงอดีตรองนายก อบจ.นครศรีฯ ดับคาบ้านพัก

อุกอาจ! คนร้ายควง M 16 บุกถล่ม “อนันต์ คลังจันทร์” อดีตรองนายก อบจ.นครศรีฯ ดับคาบ้านพักนครศรีธรรมราช

วันนี้(27 พ.ค.) พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมารับแจ้งเกิดเหตุ คนร้ายชาย 2 คน ขับรถยนต์ใช้อาวุธปืนสงคราม M16 บุกยิง นาย อนันต์ คลังจันทร์ อดีตรองนายกองค์การบริหารจังหวัดนครศรีธรรมราช และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ที่บ้านพักอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เสียชีวิต โดยคนร้ายกระหน่ำยิง นายอนันต์กว่า 20 นัด นอนจมกองเลือดเสียชีวิต ขณะทำภารกิจอยู่ในบ้านพัก ก่อนจะขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป

ทั้งนี้ เบื้องต้น ตำรวจตั้งชนวนเหตุไว้ 3 ประเด็น ประกอบด้วยขัดแย้งผลประโยชน์ด้านธุรกิจรับเหมา ประเด็นทางการเมือง และเรื่องชู้สาว โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย