หญิงวัยกลางคนเผยสาเหตุทุบตีคนพิการ บอกสุดจะทนกับพฤติกรรมแย่ๆ ยินดีที่หน่วยงานรัฐพาไปดูแล เพื่อจะได้ไม่เครียดและโรคประสาทไม่ขึ้น
ความคืบหน้ากรณีคลิปสลดหญิงวัยกลางคนทุบตีคนพิการไม่มีทางสู้ จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่เหมาะสม
อย่างกว้างนั้น ล่าสุดหญิงวัยกลางคนคนดังกล่าวได้ออกมาเปิดใจพร้อมยอมรับว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าวจริง ทราบชื่อคือ น.ส.สมจิตร อายุ 56 ปี มีศักดิ์เป็นพี่สาวของชายพิการคนดังกล่าว (อ่านข่าว : สลด! หญิงวัยกลางคน ด่าทอ ทุบตีคนพิการ )
โดยเธอเปิดใจว่า สาเหตุที่กระทำรุนแรงดังกล่าวเนื่องจากทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของผู้พิการ ที่ชอบทำตัวให้คนอื่นสงสาร คือ เวลาอยู่ในบ้านสามารถใช้วอร์คเกอร์ช่วยเดินได้เป็นปกติ แต่เวลาออกไปนอนบ้านจะชอบทำแบบเดินแล้วไร้เรี่ยวแรงก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงกับพื้น และชอบแกล้งให้คนในบ้านปวดหัวตลอดเวลา เช่น พอตื่นนอนมาก็จะกินแต่ข้าว แอบซื้อกาแฟมากินแบบไม่ต้องชงวันละ 3 – 4 ซอง แอบดื่มสุรา สูบบุหรี่ ชอบลักไข่ไก่กินแบบดิบๆ บอกว่าช่วยรักษาขาให้มีแรง ไม่ชอบสวมเสื้อผ้าเวลาอยู่ในห้อง และที่ทำให้ตนหมดความอดทนจนลงมือทำร้ายร่างกายตามภาพที่ปรากฎในคลิป
นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรม ขโมยของในร้านไปกินแล้วก็เอาเศษอาหารที่เหลือ รวมถึงถุงพลาสติก ขยะต่างๆ ไปทิ้งในโถส้วม จนทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งทำแบบนี้มานานแล้ว ตนจะว่ากล่าวกี่ครั้งก็ยังคงทำอยู่เหมือนเดิม แต่เมื่อทำแล้วกลับไม่ยอมรับความจริง พอถูกว่าถูกตีก็บอกว่าจะเป็นคนดีจะไม่ทำอีกแล้ว แล้วก็มาทำอีกจนตนและคนในบ้านสุดจะทนจริงๆ
ซึ่งตนนั้นรู้สึกเครียดกับพฤติกรรมจนจะกลายเป็นโรคประสาทอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมานั้นตนดูแลผู้พิการทุกอย่าง ทั้งหาข้าวให้กิน หาเสื้อผ้าให้ใส่ ทำความสะอาดห้องให้ทุกวันอาทิตย์ และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้หากใครจะเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน ตนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เพราะทุกวันนี้ก็เครียดกับพฤติกรรมมากพอแล้ว
ส่วนการที่มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาดูแลแบบนี้ก็ดี ก็นับว่าเป็นเรื่องดี เผื่อว่าเพราะอาจจะทำให้เขาดีขึ้นได้ ตนเองและหลานๆ ก็จะไม่ต้องเครียดอย่างเช่นทุกวันนี้
ข่าวจาก matichon tv
