ผู้รับจ้างถมดิน ร่ำไห้กลางห้องประชุม หลังเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือ มทบ. 41 กรณีไม่ได้รับค่าจ้างถมดิน
วันที่ 31 พ.ค.60 ที่ห้องประชุมเสนาณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 41 ค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41/ ผบ.ควบคุม มทบ.41 ได้เรียกประชุมผู้ถมดินรายย่อย ศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวแทนบริษัทร่วมกิจการค้า พีวีที ตัวแทน กอ.รมน.จังหวัด และ ภาคส่วนอื่นๆ เข้าร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาค่าถมดินศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ โดยมีตัวแทนผู้ถมดินรายย่อยเข้าร่วมกว่า 20 คน
โดย พล.ต.อาคม กล่าวว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้ถมดินรายย่อย จำนวนกว่า 20 คน ว่ายังไม่ได้รับเงินค่าจ้างจากโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงมอบหมายให้ตนเองในฐานะ ผบ.มทบ.41เรียกประชุมหารือถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งร่วมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา
เนื่องจากจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ และขณะนี้ก็เปลี่ยนผู้รับจ้างก่อสร้างรายใหม่แล้ว แต่ผู้รับจ้างถมดินรายย่อยยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ภายใต้การอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย คสช. ตนจึงต้องเรียกทุกฝ่ายมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจะได้รายงานให้ มทภ.4 ทราบต่อไป
ทางนางพวงรัตน์ เทพสุวรรณ์ ตัวแทนผู้ถมดินรายย่อย กล่าวว่า เวลาผ่านมา 3 ปี ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาจาก มหาวิทยาลัยดังกล่าว ตนต้องขายบ้าน ขายรถ แม้กระทั่งลูกชายก็ต้องออกจากการเรียนหนังสือ เพื่อมาช่วยพ่อทำงานหาเงินใช้หนี้ พวกเราบางคนก็ตายไป บางคนครอบครัวแตกแยก
จึงอยากวอนขอความช่วยเหลือด้วย พวกเราไม่ได้คดโกง พวกเราทำหน้าที่ขนย้ายดินจากที่หนึ่งมากองในที่หนึ่ง เราไมรู้ว่าใครจะโกงใคร เราต้องการเพียงค่าแรงที่เราทำงานให้ มวล.วันนี้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจาก มทบ.41ก็ต้องกู้เงินนอกระบบ 2,000 บาท และต้องดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อวัน เพื่อใส่น้ำมันรถ 1,000 บาท และเก็บไว้ติดตัวไว้ 1,000 บาท พวกเราไม่ได้ทำลายภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย แต่เราต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม
ด้าน ผศ.ดร.ผดุงศักดิ์ สุขสะอาด รองอธิการฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย รับผิดชอบงานด้านคดีความและการแก้ไขปัญหาเรื่องการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางมหาวิทยาลัย ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงแต่มหาวิทยาลัยไม่ใช่เป็นคู่สัญญากับผู้ถมดินรายย่อย มหาวิทยาลัยจึงไม่สามารถที่จะจ่ายเงินให้ได้
โดยวันนี้เงินค่าถมดินมหาวิทยาลัยยังไม่ได้จ่ายให้ใครสักคน ทางมหาวิทยาลัยจึงขอให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเป็นคนกลางตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาผู้รับจ้างและปริมาณดินที่ถม เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงนำเข้าสู่ที่ประชุม เพื่อรวบรวมเสนอ ศธ. เพื่อนำเข้าสู่ ครม.พิจารณาอนุมัติ ซึ่งต้องใช้เวลา
พ.อ.ชาญวิทย์ ปิ่นมณี รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตอนนี้ตั้งกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เร่งขับเคลื่อนปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โดยจะลงพื้นที่ตรวจสอบคิวดินทั้งหมด อาจจะให้ทหารพันช่างที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทำงานร่วมกับวิศวกร ลงไปตรวจสอบ แล้วนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมควบคู่กับศูนย์ดำรงธรรม
