พังงาคลื่นสูง ซัดบ้านประชาชนเดือดร้อนหนัก เตรียมประกาศภัยพิบัติ

พังงาคลื่นสูง ซัดบ้านเรือนประชาชนเกาะคอเขาเดือดร้อนหนัก ขณะทางอำเภอตะกั่วป่าเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า นายสุจิต ลิ่มพาณิชน์ กำนันตำบลเกาะคอเขา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต. เกาะคอเขา ได้ลงพื้นที่บ้านปากเกาะ หมู่ 3 ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เพื่อสำรวจความเสียหายจากปัญหาคลื่นลมแรงสูงกว่า 2 เมตร พัดเข้าหาฝั่งทำให้น้ำทะเลไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 12 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนหนักสุด

ส่วนถนนเข้าหมู่บ้าน 2 เส้นถูกน้ำทะเลพัดท่วมจนทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านที่อาศัยริมทะเลต้องเร่งขนย้ายข้าวของเสื้อผ้า ตู้เย็น พัดลม ทีวี ไว้บนที่สูง และต้องนอนอยู่บนชั้นสองของบ้าน ส่วนชาวบ้านบางส่วนได้อพยพออกไปพักอาศัยอยู่กับญาติในที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว จากการลงพื้นที่สำรวจของเจ้าหน้าที่พบว่ามีโรงแรม รีสอร์ท บ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายตลอดแนวชายหาดกว่า 20 กิโลเมตร

นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ามีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 30 ครัวเรือน ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวทางจังหวัด จะทำการเสนอของบช่วยเหลือจากทางรัฐบาล คาดว่าน่าจะได้รับการอนุมัติเร็วๆ นี้ คงจะดำเนินการสร้างแนวกันคลื่นออกห่างจากฝั่งไปประมาณ 200 เมตร

เพราะขณะนี้น้ำทะเลได้กัดเซาะเสียหายไปกว่า 300 ไร่ รวมระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เบื้องต้นทางอำเภอตะกั่วป่าได้เสนอไปยังจังหวัดเพื่อพิจารณาประกาศให้พื้นที่บ้านปากเกาะ หมู่ 3 เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อไป

จุฬาราชมนตรี ประกาศให้ 27 พ.ค. 60 เริ่มเดือนรอมฎอน

จุฬาราชมนตรี ประกาศวันที่ 1 ของ ‘เดือนรอมฎอน’ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1438 ตรงกับวันเสาร์ที่ 27 พ.ค. 2560 หลังมีคนเห็นดวงจันทร์

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าวว่า การประกาศผลการดูดวงจันทร์เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอนประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1438 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ปรากฎว่าในวันและเวลาดังกล่าวมีผู้เห็นดวงจันทร์ จุฬาราชมนตรี จึงประกาศว่า วันที่ 1 เดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1438 ตรงกับวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2560

“เดือนรอมฎอน” นั้น เป็นเดือนที่ทรงความประเสริฐเหนือเดือนอื่นๆ ตรงที่ศาสนกิจสำคัญ ได้แก่ การถือศีลอดถูกกำหนดให้มุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะแล้วต้องปฏิบัติกันในเดือนนี้ อีกทั้งเป็นเดือนที่องค์อัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า ทรงประทานอัลกุรอานมาเพื่อเป็นแนวทางแก่มวลมนุษยชาติอีกด้วย ความประเสริฐตรงนี้จึงทำให้รอมฎอนเป็นช่วงเวลาที่มุสลิมทุกคนพึงใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความสำเร็จทั้งในภพนี้และปรภพ โดยไม่ปล่อยให้เวลาอันมีค่าเหล่านี้ล่วงผ่านไปโดยเด็ดขาด การไตร่ตรองและการปฏิบัติอันจะนำการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่ตนเอง

ผู้จัดการส่วนตัว “ลำไย ไหทองคำ” แจงกรณีทีมผู้ว่าจ้างแจ้งความเอาผิด

ผู้จัดการส่วนตัวศิลปิน “ลำไย ไหทองคำ” ชี้แจง หลังทีมงานสวรรค์ฟ้าโปรโมชั่นแจ้งความเอาผิดกรณีว่าจ้างแต่ไม่ไปแสดงตามสัญญา

จากกรณีที่ นายสวรรค์ฟ้า พัวอุดมเจริญ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 ม.4 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี หรือ ทีมงานสวรรค์ฟ้า โปรโมชั่น ที่เป็นผู้ว่าจ้างติดต่อศิลปินค่ายเพลงต่างๆ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.บัณฑิต อ่อนสาคร ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.หัวหน้างานสอบสวน เพื่อแจ้งความเอาผิด นายประจักษ์ เนาวรัตน์ เป็นผู้จัดการส่วนตัวศิลปิน “ลำไย ไหทองคำ” หรือ น.ส.สุพรรณษา เวชกามา เจ้าของเพลง “ผู้สาวขาเลาะ” ที่กำลังโด่งดัง

และศิลปิน อาม ชุติมา ผลงานเพลง อดีตที่เคยพัง และดนตรี Band (มอซอ) พร้อมแดนเซอร์ 4 คน ที่ไม่มาดำเนินการแสดงตามสัญญาที่ได้ทำไว้ตามคิวงานที่รับทั้งหมด ทำให้ นายสวรรค์ฟ้า เกิดความเสียหายทั้งชื่อเสียงและค่าใช้จ่าย โดยความคืบหน้าล่าสุดเวลา 14.00น.วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ที่สำนักงานไหทองคำเรคคอร์ดภายในหมู่บ้านเดอะทรัสต์ ทาวน์ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

นายประจักษ์ เนาวรัตน์ เป็นผู้จัดการส่วนตัวศิลปิน “ลำไย ไหทองคำ” หรือ น.ส.สุพรรณษา เวชกามา ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนหลังจากวานนี้ถูกนายสวรรค์ฟ้า พัวอุดมเจริญ อายุ 45 ปี ผู้ว่าจ้างแจ้งความเอาผิดไม่มาดำเนินการแสดงตามสัญญาที่ได้ทำไว้ตามคิวงานที่รับทั้งหมด

นายประจักษ์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ พี่เปิ้ล นาแก ซึ่งเป็นโบรคเกอร์จัดหาศิลปิน ได้นัดตนกับอีกฝ่ายไปเจอกัน เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ปีที่แล้ว ที่ จ.นครพนม ทางนั้นได้ขอคิวโชว์ลำไย 20 คิว ตอนนั้นเพลงผู้สาวขาเลาะยังไม่มา ค่าตัวเต็มวง นักดนตรี และแดนเซอร์ อยู่ที่ 45,000 บาท ซึ่งต้องวางมัดจำคิวละ 10,000 บาท จำนวน 20 คิว เป็นเงิน 200,000 บาท และตนเองได้แถมให้ 1 คิว เป็นโปรโมชั่นพิเศษ แต่พอไปเซ็นสัญญาเรียบร้อย เขาขอจ่ายมัดจำ 50,000 บาท อีก 150,000 บาท บอกว่าจะเอามาจ่ายให้ภายใน 3 วัน

แต่เมื่อถึงวันนัดไม่มีเงินมาวางมัดจำ โดยบอกว่าขอเวลาไปขอความช่วยเหลือจากญาติ ที่ จ.ราชบุรี และจำนำเงินมาให้ ผ่านไป 1 สัปดาห์ก็ยังไม่ได้เงิน และเขาบอกต่อว่าจะไปเอาเงินกับผู้ใหญ่ที่นับถือใน จ.บุรีรัมย์มาให้ ซึ่งตามหลักการทำงานเขาผิดสัญญา เราจะยึดเงินมัดจำ 50,000 บาทก็ได้ แต่พี่เปิ้ล นาแก บอกว่าพรรคพวกกันจาก 20 คิว ก็ลดลงมาเหลือ 5-10 คิว ตามเงินที่วางมัดจำไว้ก็ได้

ตนจึงคิดว่าให้เขา 10 คิว คิดมัดจำแค่งานละ 5,000 บาท ก็ได้ โดยเห็นใจเขาที่ต้องปิดวิกทำการแสดงซึ่งมันมีความเสี่ยง ตนจึงพาลำไยไปเล่นให้ซึ่งเหลืออีก 2 คิวจะครบ แต่ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ตนไม่ได้ไปเพราะทางเขาไม่ได้คอนเฟิร์มมาล่วงหน้า หรือส่งป้ายโปรโมทงานว่าแสดงตรงไหนมาบอก ตนจึงดึงคิวคืนมาไปทำงานที่ภาคตะวันออก พอก่อนงานหนึ่งวันเขาโพสต์ว่ามีงาน

ซึ่งตนคิดว่าไปไม่ทันแน่นอน ปกติจะส่งป้ายโปรโมทงานให้ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ เขาจึงไปแจ้งความว่าเบี้ยวคิวทั้งๆ ที่คิวทั้งหมดได้ให้ด้วยความเสน่หา ตั้งแต่ที่จ่ายเงินมัดจำผม 20 คิวไม่ครบ ซึ่งตนจะดึงคิวคืนก็ได้ แต่ตนไม่ทำ โดยครั้งที่ผ่านมาไม่มีการยืนยันว่ามีงานชัดเจน แล้วยังไปบอกว่าจ่ายเงินมัดจำให้ 50,000 กับงานทั้งหมด 21 คิว อยากถามกลับทำไมไม่พูดความจริง