คสช.ปัดตอบ ปมจับผู้ต้องสงสัยวางระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้าได้ โยนตำรวจแจง

โฆษก คสช. ปัดตอบปมจับผู้ต้องสงสัยวางระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้าได้ โยนตำรวจแจง เร่งรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเพิ่มขึ้น

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึง มาตรการรักษาความปลอดภัยหลังเกิดเหตุระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดำเนินการด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว โดยได้มีการเพิ่มเติมการซักซ้อมเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสถานที่สำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เกิดความเข้าใจ และสามารถป้องกัน แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

รวมถึงได้มีการตรวจตรากล้องวงจรปิดให้ใช้งานได้สมบูรณ์ พร้อมกับลาดตระเวนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มีช่วงเวลาถี่มากยิ่งขึ้น โดยได้เข้มงวดการดูแลในพื้นที่สำคัญ คือ ท่ารถ ท่าเรือ สนามบิน ห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการและสถานที่ที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากด้วย

ทั้งนี้ พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวถึง กระแสข่าวที่สามารถจับผู้ต้องสงสัยวางระเบิดได้แล้ว ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ชี้แจงในเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวยังไม่ทราบข้อมูลในเรื่องนี้แต่อย่างใด

ล่าชายลวงเหยื่อซื้อมือถือให้ พบซื้อไปแล้ว 15 เครื่อง หวั่นถูกนำไปก่อเหตุ

ตำรวจ ห้วยขวาง สอบเค้นคนงานก่อสร้าง รับจ้างซื้อโทรศัพท์มือถือ ตร.เร่งขยายผล หลังซื้อไปแล้ว 15 เครื่อง หวั่นถูกนำไปก่อเหตุ

ตำรวจ สน.ห้วยขวาง คุมตัว นายพรชัย อินละวงศ์ อายุ 34 ปี คนงานก่อสร้าง ชาว จ.อุบลราชธานี มาสอบสวน หลังจากเจ้าหน้าที่ของร้านทรู คอร์ปอเรชั่น อาคารฟอร์จูนทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก แจ้งว่ามีกลุ่มคน มาซื้อโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก

สอบสวน นายพรชัย ว่า ตนเองเป็นคนงานก่อสร้าง อาศัยอยู่ย่านสุเหร่าคลอง 1 ระหว่างที่ออกมารอหัวหน้างาน ได้มีชายไว้หนวดเครา มาว่าจ้างตนเองกับเพื่อน ให้นำบัตรประชาชนไปซื้อโทรศัพท์มือถือที่ห้างฟอร์จูนฯ โดยจะให้ค่าจ้าง 500 บาท ตนเองกับเพื่อนประมาณ 20 คน จึงรับงาน ก่อนตำรวจจะมาตรวจสอบมีการซื้อโทรศัพท์มือถือไปแล้วกว่า 10 เครื่อง

ด้าน พ.ต.ท.ณัฐจักร จันลา รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 1 เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่ามีเหยื่อหลงเชื่อ นำบัตรประชาชนแลกเครื่องโทรศัพท์มือถือให้ชายต้องสงสัยไปแล้ว 15 ราย ซึ่งเหยื่อแต่ละรายเป็นคนงานอาชีพกรรมกรรับจ้างรายวันไม่มีความรู้ พอเห็นว่ามีข้อเสนอดีแถมได้เงินง่าย ก็รีบมาทำงานให้

อย่างไรก็ตาม อยากประชาสัมพันธ์ให้เหยื่อทั้งหมดเดินทางมาแจ้งความเอาไว้เพื่อยกเลิกสัญญา และจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบหากมีการนำเครื่องมือถือไปใช้ก่อเหตุ ส่วนชายต้องสงสัยที่นำเครื่องโทรศัพท์ทั้ง 15 เครื่องหลบหนีไปได้นั้น กำลังตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดว่าเป็นผู้ใด มีลักษณะการทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ก่อนติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พบร้านขายยาเภสัชกรรม จ.พัทลุง ขายยาอันตราย

ตรวจสอบร้านขายยาเภสัชกรรม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ยังคงขายยาอันตราย ที่สาธารณะสุขสั่งห้าม

เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขจังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบ ร้านขายยาแห่งหนึ่ง ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง หลังพบว่าร้านยาดังกล่าว มีการขายยาอันตรายให้กับลูกค้า โดยไม่มีมาตรฐาน ซึ่งจากการตรวจค้น พบว่าร้านดังกล่าว มี นายสุทิน อายุ 64 ปี พร้อมภรรยา เป็นผู้ดูแลร้าน ส่วนบุตรสาว ที่เป็นเภสัชกร นาน ๆ มาดูชักครั้งหนึ่ง

โดยการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าร้านขายยาดังกล่าว มีการแอบขายยาที่ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่รับรอง และเป็นยาอันตราย อย่างยาชุดที่เป็นยาอันตรายต่อระบบไตของผู้บริโภค และมีการสั่งห้ามเลิกใช้ไปนานแล้วแต่ทางร้านยังได้สั่งชื้อมาขายให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ยังพบเครื่องสำอาง ยาไวอากร้า และยาสมุนไพร ที่ไม่ได้ผ่านการรับรอง มาวางจำหน่ายอีกจำนวนมากเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจพบยาแก้ไอ บรรจุในลังอีกจำนวนกว่า 4,000 ขวด ที่ทางร้านได้สั่งชื้อมาสต๊อกไว้ แต่ไม่สามารถทำการตรวจยึดได้ เนื่องจากเป็นร้านยาเภสัชที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง

ทั้งที่ยาแก้ไอดังกล่าว เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการแอบจำหน่ายให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ป่าพะยอม โดยมีนักศึกษาแวะเวียนมาชื้อ ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งดึก เพื่อนำไปต้มน้ำใบพืชกระท่อมดื่มกิน แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้