น้ำป่าไหลท่วมถนนสายพิมาย-ชุมพวงโคราช

เกิดเหตุ น้ำป่า ไหลหลากเข้าท่วมถนนสายพิมาย-ชุมพวง โคราช  ระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตรรถเล็กสัญจรลำบาก

เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บริเวณถนนสายพิมาย-ชุมพวง หลักกิโลเมตรที่ 5-6 หน้าโรงเรียนพิมายสามัคคี ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ภายหลังจากที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ส่งผลให้น้ำซึ่งอยู่บริเวณป่าบ้านหนองโทน ต.นิคม อ.พิมาย ไหลหลากลงมาเข้าท่วมพื้นที่บริเวณถนนสายพิมาย-ชุมพวง

โดยมีระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร ส่งผลให้รถจักรยานยนต์และรถเล็กสัญจรผ่านไปมาลำบาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ต้องมายืนคอยส่งสัญญาณไฟให้รถยนต์ขับด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยว เกรงว่ารถจะตกร่องถนน ขณะเดียวกันก็มีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใต้น้ำ ถูกน้ำไหลทะลักเข้าท่วม ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 50 หลังคาเรือน

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เดินหน้าฟ้องคดีแบบกลุ่ม ‘โคเรียคิง’ หลังปฏิเสธการเจรจา

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ( คอบช.) แถลงผลการนัดเจรจาไกล่เกลี่ย เผย เดินหน้าฟ้องคดีแบบกลุ่ม ‘โคเรียคิง’ หลังปฏิเสธการเจรจา 

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคประกาศฟ้องคดีแบบกลุ่มแทนผู้บริโภค กรณีกระทะโคเรียคิงที่โฆษณาทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญของการโฆษณา และคุณภาพสินค้าไม่เป็นไปตามที่มีการโฆษณา ถือว่าเป็นการโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมและผิดกฎหมายต่อผู้บริโภค โดยมีผู้บริโภคประสงค์จะฟ้องคดีแบบกลุ่ม จำนวน 109 ราย

โดยขั้นตอนการทำงานของมูลนิธิฯ ได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับ บริษัท Wizard Solution จำกัด หรือ Korea King (ประเทศไทย) ในวันนี้ (25 พ.ค.) แต่ทางตัวแทนของบริษัทได้แจ้งกับมูลนิธิ ฯ ว่า ไม่ประสงค์จะเจรจา และจะดำเนินการเยียวยากับผู้บริโภคเอง โดยให้ผู้บริโภคติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิฯ จึงเดินหน้าฟ้องคดีให้แก่ผู้บริโภค โดยจะฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม และเชื่อว่าคดีนี้จะเป็นคดีผู้บริโภคตัวอย่าง เพื่อทำให้ภาคธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการโฆษณาสินค้าและคุณภาพสินค้าเป็นไปตามที่โฆษณาให้ดีมากขึ้น

นายศิษฐวัศ ภาคินสกุลพัฒน์ ทนายอาสารับผิดชอบคดีนี้ของมูลนิธิฯ ขณะนี้ได้เตรียมจัดทำคำฟ้อง และเห็นว่าการฟ้องแบบกลุ่ม จะทำให้ผู้บริโภคทุกคนได้รับความเป็นธรรม เพราะหากผู้บริโภคแต่ละคนไปฟ้องคดีจะเป็นภาระกับผู้บริโภคมมาก โดยกรณีนี้จะคุ้มครองผู้บริโภคทุกคนที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือใช้สินค้าดังกล่าว

นายภูวดิท ชลาธารโฆษิต ตัวแทนผู้เสียหายที่ซื้อกระทะโคเรียคิง บอกเหตุผลว่า ตนเองมีปัญหาสุขภาพ เป็นความดันสูง ไขมัน เห็นว่ากระทะนี้เคลือบ 8 ชั้นไม่ต้องใช้น้ำมัน และเห็นโฆษณาบ่อยมาก และพรีเซ็นเตอร์ทำให้เห็นน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจซื้อ

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม กรรมการ คอบช. กล่าวว่า ความเสียหายของผู้บริโภคในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลของการการโฆษณาเกินจริง ซึ่งแม้ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.จะออกมาดำเนินการระงับโฆษณาดังกล่าว และให้กลับไปแก้ไข คอบช. ขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดบทลงโทษทางอาญา ในความผิดฐานโฆษณาเกินจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น ในเมื่อ สคบ.พิจารณาว่าเป็นโฆษณากระทะเกินจริง เหตุใดจึงแค่ระงับการออกอากาศชิ้นงานโฆษณาเท่านั้น ไม่ได้มีมาตรการลงโทษทางอาญาจากการโฆษณาเกินจริงด้วย การสั่งให้ระงับโฆษณา และนำโฆษณาไปแก้ไขให้ถูกต้อง อาจเป็นมาตรการที่ถือว่าเบาเกินไป เมื่อเทียบกับความเสียหายของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง

นางสาวนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับตัวแทนผู้บริโภคที่ร้องเรียนและร่วมฟ้องคดีกับมูลนิธิฯ ในครั้งนี้ เห็นร่วมกันว่าจะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินตามราคาของกระทะที่ผู้บริโภคได้ซื้อไป ซึ่งรุ่นไดมอนด์อยู่ที่ราคา 3,900 บาท และรุ่นโกลด์ ราคา 3,300 บาท รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าเดินทางเพื่อติดต่อร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มีหนังสือไปยังกรมศุลกากร เพื่อขอข้อมูลจำนวนสินค้าและราคานำเข้าของสินค้าดังกล่าว เพื่อประกอบการดำเนินคดี และในระหว่างนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อจัดทำคำฟ้องคดีแบบกลุ่ม ซึ่งคาดว่าจะฟ้องได้ ภายในเดือนมิถุนายนนี้

นอกจากนี้ ในตลาดยังพบว่า มีสินค้าอื่นๆ ที่ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาปลอม แล้วค่อยลดลงมา สร้างแรงจูงใจในการซื้อสินค้าอื่นๆ เช่น เครื่องออกกำลังกาย เครื่องสำอาง สินค้าต่างๆ ซึ่งเสนอขายผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ ที่ยังมีการโฆษณาในลักษณะนี้ ไร้การควบคุม และกำลังแพร่หลายในสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้อง ควรเข้มงวดในการตรวจสอบโฆษณาเหล่านี้ ก่อนออกสู่สายตาของผู้บริโภค

โรงงานพลุอ่างทองระเบิด เพลิงไหม้ลุกลาม โชคดีไร้คนเจ็บ

โรงงานพลุอ่างทองระเบิด ไฟไหม้ลุกลามโรงงานเสียหายยับ โชคดีไร้คนเจ็บ คาดสาเหตุจากอากาศร้อน

ร.ต.อ.จักรี พันเอ็ด รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุโรงงานพลุเกิดระเบิดและมีเพลิงไหม้ลุกลามขยายวงกว้าง ที่บริเวณในโรงงานฉลวยทำพลุ ตำบลโพสะ อำเภอเมือง จึงประสานไปยังรถดับเพลิงเทศบาลเมืองอ่างทอง และรถดับเพลิงเทศบาลโพสะ รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง

ในที่เกิดเหตุเป็นเพลิงสังกะสี ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตร ที่เก็บพลุสีและสารเคมีทำสีพลุ มีเพลิงลุกไหม้พร้อมด้วยการระเบิดเป็นระยะๆ ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งการควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นายฉลวย อายุ 79 ปี เจ้าของโรงงานให้การว่า เบื้องต้นคาดว่าฝนที่ตกลงมานั้นเกิดรั่วลงไปในสารเคมีทำพลุแล้วเกิดความร้อนสะสมจากแสงแดดในช่วงกลางวันทำให้เกิดประทุระเบิดขึ้น อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป