แบบนี้ก็ได้เหรอ ?? พ่อตาให้ว่าที่ลูกเขย ขายยาบ้าเพื่อเก็บเงินขอลูกสาวแต่ง

ตำรวจเข้าบุกตรวจค้นห้องพักใน หมู่บ้านหนองวัวเฒ่า จ.ลำปาง พบ “ว่าที่ลูกเขยและว่าที่พ่อตา” พร้อมกิ๊กสาว ร่วมกันครอบครองยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 1,333 เม็ด

วันที่ (25 พ.ค. 2560) เมื่อเวลา 16.00 น. “พ.ต.ท.พินิจ เนตรปัญญา” (รอง.ผกก.สืบสวน สภ.เขลางค์นคร) “พ.ต.ต.สุริยฎิษ สุริยะธง” (สว.สส.)  พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการตรวจเข้าค้น ที่หอพักแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านหนองวัวเฒ่า ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ภายหลังจากสืบทราบว่า มีผู้เข้ามาเช่าหอพักดังกล่าว จำหน่ายยาบ้าให้กับ ผู้ใช้แรงงาน นักศึกษาทั่วไป จึงเข้าตรวจค้น

พบ “นายรังสรรค์ ท้วมบ้านคลอง” อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ที่ 3 ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง และนางสาววรรณวิภา ป้อต๊ะมา อายุ 21 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 7 ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  จากการตรวจค้นภายในตู้เสื้อผ้า พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน จำนวน 7 ถุง ตรวจนับ จำนวน 1,333 เม็ด และยังพบว่าขณะเจ้าหน้าที่ เข้าทำการตรวจค้น พบว่ามีลูกค้าจำนวนหลายคน มารอซื้อยาบ้าจากนายรังสรรค์

จากการสอบสวนเบื้องต้น “นายรังสรรค์” รับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมด มี “นายจะสีดา แสงคำ” เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ อยู่บ้านห้วยวาด ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงที่ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่ง “นายจะสีดา แสงคำ” เคยปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว เหตุเกิดเมื่อเดือน มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา

ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา จ.ลำปาง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 3 นาย และที่สำคัญนายรังสรรค์ ให้การต่อว่า ยาบ้าทั้งหมด นายจะสีดา แสงคำ นำมาให้ตนเองไปขาย เพื่อเก็บเงินไปขอลูกสาวของ นายจะสีดา

ซึ่งก่อนหน้านั้น “นายรังสรรค์” เคยได้เป็นทหารเกณฑ์ ประจำการเฝ้าระวัง ที่บ้านห้วยวาด จนรู้จักกับลูกสาวของนายจะสีดา เมื่อตนปลดประจำการมาแล้ว ไม่มีงานทำ จึงได้นำยาบ้าทั้งหมด มาจำหน่ายเพื่อที่จะเก็บเงินไป แต่งงาน จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าตรวจค้นจับกุม พร้อมกับนางสาววรรณวิภา ซึ่งเป็นกิ๊ก เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลขออนุมัติหมายศาล เพื่อจับนายจะสีดา และดำเนินคดีผู้ต้องหา ตามกฎหมายต่อไป……..

ชื่นชม! หนุ่มชาวเล ประกาศหาเจ้าของกระเป๋า หลังพบลอยอยู่กลางทะเล

หนุ่มชาวเลพบกระเป๋าลอยกลางทะเล จ.กระบี่ ส่งมอบเจ้าหน้าที่ตามหาเจ้าของ มีเงินกว่า 5 หมื่นบาท พร้อมเอกสารของชาวจีน ล่าสุดพบว่าเจ้าของเดินทางกลับประเทศแล้ว เตรียมประสานสถานทูตส่งคืนเจ้าของ

วันที่ 25 พ.ค.60 ที่ว่าการอำเภอเมืองกระบี่ นายอินทรพล สุทธิวิริยะ นายอำเภอเมืองกระบี่ รับมอบกระเป๋าสะพายจากนายอนันต์ คลองรั้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 ม.6 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ และนายสมชาย สาระวารี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.3 ต.คลองประสงค์ อ.เมืองกระบี่ ที่เก็บกระเป๋าสะพายดังกล่าวและภายในมีเงินสดเป็นเงินหยวนและเงินไทย รวมกว่า 5 หมื่นบาท

โทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง บัตรประชาชน ระบุชื่อ นางสาวลี ชุง อายุ 39 ปี สัญชาติจีน บัตรเครดิต 1 ใบ และเครื่องสำอางจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้ง 2 คนได้เก็บได้ภายในทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 5 กม. ที่ ต.คลองประสงค์ อ.เมืองกระบี่  โดยมีนายสมพร จันทร์อ่อน กำนันตำบลหนองทะเล และประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจ.กระบี่ ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอนันต์ กล่าวว่า เมื่อ 2 วันก่อน ได้ออกเรือหางยาวไปทำการประมงวางอวนกุ้งในทะเล ปรากฏว่าได้พบกระเป๋าใบดังกล่าวลอยอยู่ในทะเล จึงได้เก็บขึ้นมาพบว่าภายในมีเงินสดอยู่จำนวนมาก พร้อมโทรศัพท์ หลังเก็บได้ จึงไปแจ้งความลงบันทึกไว้กับตำรวจ พร้อมแจ้งนายสมพร ให้รับทราบ รวมทั้งได้ประสานไปยัง ตม.กระบี่ เพื่อช่วยตรวจสอบอีกทางหนึ่ง

จนกระทั่งวันนี้ทราบว่านักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว จึงได้นำกระเป๋าพร้อมเงินสดทั้งหมด มามอบให้กับทางอำเภอเมืองกระบี่ เพื่อช่วยส่งกลับไปให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป

ด้านนายอินทรพล สุทธิวิริยะ นายอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวว่า ถือเป็นตัวอย่างที่ดีสมดังที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ใช้เป็นสโลแกนว่า “กระบี่ ดีทุกคน” ซึ่งบุคคลทั้ง 2 แม้จะมีอาชีพทำการประมง หาเช้ากินค่ำ ฐานะไม่ได้ร่ำรวย แต่เมื่อพบเจอทรัพย์สินของผู้อื่นก็ไม่เก็บไว้เป็นของตัวเอง ได้นำมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่เพื่อส่งคืน

ซึ่งหลังทราบเรื่องทางตนได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ประสานทาง ตม.กระบี่ตรวจสอบ พบว่านักท่องเที่ยวรายนี้ได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนที่กระเป๋าลอยอยู่ในทะเลนั้นคาดว่าคงพลัดตกระหว่างโดยสารเรือกลับจากท่องเที่ยว และจะได้ส่งทรัพย์สินทั้งหมดไปให้สถานทูต ส่งคืนให้นักท่องเที่ยวต่อไป

ชาวบ้านพัทลุงร้อง! โครงการรัฐรุกที่สวนยางเสียหาย

ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ร้องเรียนถึงโครงการรัฐ รุกที่สวนยางพาราเสียหาย เดินเรื่องยาวนาน 5 ปี เรื่องเงียบ

วันนี้ 25 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่ามีชาวบ้าน หมู่ 4 ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ร้องเรียนถึงโครงการรัฐ รุกที่สวนยางพาราเสียหาย เดินเรื่องยาวนาน 5 ปี เรื่องเงียบ ไร้การเหลียวแล โดยนางอุส่าห์ บุญจันทร์ อายุ 41 ปี พร้อมนางกล่ำ บุญจันทร์ อายุ 81 ปีผู้เป็นมารดา พาไปชี้จุดบริเวณสวนยางพาราในพื้นที่ หมู่ 4 ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ที่ถูกบริษัทรับเหมาโครงการขุดลอกคลองตาย ของกรมทรัพย์ยากรน้ำภาค 8 ใช้รถแบ็คโฮเข้าทำการขุดเอาต้นยางพาราอายุ 11 ปี จำนวน 50 ต้นและขุดดินรุกล้ำไปในที่โฉนดที่ดิน เสียหายไปกว่า 1 ไร่ ทั้งที่ไม่มีการเวนคืน และหลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่มีใครเข้ามาแสดงความรับผิดชอบ

โดยนางอุสาห์ ฯ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงหน้าฝน ในพื้นที่กรีดยางไม่ได้ตนพานางกล่ำ ฯ ผู้เป็นแม่ไปอาศัยอยู่ด้วยชั่วคราวในพื้นที่ จ.นราธิวาสซึ่งตนไปรับจ้างกรีดยางพาราอยู่ที่นั้น ประมาณ 1 เดือน พอกลับบ้าน พบว่าผู้รับเหมาได้ขุดที่ดินของตนเพื่อปรับเป็นร่องน้ำขนาดความกว้างประมาณ 5 เมตร พร้อมได้ขุดเอาต้นยางพาราไปด้วย ที่ร้ายหนักคือนำต้นยางพาราของตนไปขายด้วย

หลังเกิดเหตุตนได้เข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด แต่จังหวัดให้กลับมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอป่าบอน
ตนก็ไปร้องเรียนแต่ไม่ได้รับการดูแล ตนจึงไปติดต่อทนายอาสาของจังหวัดพัทลุงแต่กลับถูกเรียกเงินในการดำเนินการ ซึ่งขณะนั้นตนและแม่ไม่มีเงิน จึงไม่สามารถทำอะไรได้อีกตนต้องเดินเรื่องยาวนานร่วม 5 ปี สุดท้ายมีคนแนะนำไปให้ร้องศาลปกครอง แต่ล่าสุดปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่สามารถยุติได้ จึงต้องการเรียกร้องผ่านสื่อเพื่อขอความช่วยเหลือให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดูแลครอบครัวของตน

สำหรับโครงการ ขุดลอกคลองน้ำตาย ในพื้นที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุงเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 ตามคำร้องขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าบอน เพื่อขุดลอกแหล่งน้ำ แก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรแกชาวบ้านในพื้นที่ มีบริษัทมิ่งสวัสดิ์ทรัพย์การโยธาจำกัด เป็นผู้รับเหมาโครงการ ในงบประมาณ กว่า 3 ล้านบาท ตามสัญญา มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 180 วัน เริ่มโครงการ 26 ก.ย. 2555 สิ้นสุดโครงการ 25 มี.ค. 2556 ที่ผ่านมา