เกษตรกรเมืองปทุมฯพลิกแปลงนาปลูก ‘ดาวเรือง’ ยอดสั่งจองเพียบ

ภายหลังจากกระทรวงมหาดไทยได้มีการออกประกาศเชิญชวนประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมกันปลูก ‘ดาวเรือง‘ หรือ ดอกไม้ที่มีสีเหลือง ซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในวันที่ 15 ส.ค. 60 นี้ เพื่อให้ออกดอกบานทั่วแผ่นดินในช่วงวันที่ 25-26 ต.ค. 60 ซึ่งเป็นช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จนทำให้เกษตรกรที่เพาะปลูก ‘ดาวเรือง‘ ตื่นตัวกันอย่างมาก

วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ มีโอกาสได้เดินทางไปที่ ‘ไร่ดาวเรือง นิอร‘ ตั้งอยู่หมู่ที่ 15 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ของนายสิงห์ ปฏิทิน อายุ 65 ปี สมาชิกสภาเทศบาลเมืองท่าโขลง หรือ สท.ปาน ที่พลิกวิกฤติในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำเปลี่ยนแปลงนามาปลูก ‘ดาวเรือง‘ สร้างรายได้ ซึ่งปัจจุบันมีคุณนิอร ปฏิทิน บุตรสาวและคุณแม่ ช่วยกันบริหารจัดการไร่ดาวเรือง

โดยคุณนิอร เปิดเผยว่าแต่เดิมที่บ้านประกอบอาชีพเป็นชาวนาอยู่แล้ว แต่ช่วงหลังราคาข้าวตกต่ำทำให้มีแนวคิดหันมาเพาะปลูกพืชอย่างอื่น จนสุดท้ายก็หันมาทำสวน ‘ดาวเรือง’ ซึ่งส่วนตัวชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับอยู่แล้ว จึงศึกษาจากทางอินเตอร์เน็ตและสะสมความรู้เรื่อยมา และลงพื้นที่สำรวจตลาดแหล่งรับซื้อซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่เกษตรกรบางรายมองข้าม โดยเจาะไปตามแหล่งตลาดใหญ่ๆ อาทิ ปากคลองตลาด ตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง

ภายหลังได้สำรวจตลาดเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มทดลองปลูกต้นดาวเรืองในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง ใช้ต้นกล้าประมาณ 1 หมื่นต้น โดยใช้สายพันธุ์ทองเฉลิม ซึ่งการเพาะจากต้นกล้าจะได้ผลดีกว่าการเพาะจากการหว่านเมล็ด เนื่องจากการหว่านเมล็ดต้องหว่านหลุมละ 2 เมล็ด เพื่อป้องกันความเสียหายจากแมลงที่จะมีกินกัดเมล็ดพันธุ์ทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเสียหายได้

โดยหลังจากนั้น 15 วัน ก็จะเด็ดยอดต้นดาวเรืองออก เพื่อให้ต้นแตกกิ่งก้านสาขาเยอะขึ้นและเป็นการเพิ่มจำนวนดอกดาวเรืองได้เป็นอย่างดี ส่วนการดูแลที่ไร่ของคุณนิอรจะให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น โดยใช้เป็นระบบน้ำหยดซึ่งจะประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและแรงงานได้เป็นอย่างดี พร้อมคอยดูแลทำความสะอาดบริเวณแปลงไม่ให้เป็นหญ้าขึ้นรก และใส่ปุ๋ยและน้ำหมักทุกๆ 7 วัน เพื่อเสริมให้รากแข็งแรง และยังช่วยป้องกันการเกิดเชื้อรา ส่วนโรคและแมลงที่มักพบได้บ่อยคือ หนอน เพลี้ยไฟ และเชื้อรา

‘ดาวเรือง’ จะใช้ระยะเวลาประมาณ 60 วันหลังจากการเพาะปลูกก็จะสามารถตัดดอกเพื่อจำหน่ายได้แล้ว ซึ่ง 1 ต้นจะให้ดอกประมาณ 50 ดอก ในระยะเวลาเก็บเกี่ยวช่วง 2 เดือน โดยปกติแล้วดอกชุดแรกจะเป็นไซส์ใหญ่ หลังจากนั้นดอกก็จะขนาดเล็กลงตามอายุการเก็บเกี่ยว โดยในช่วงหน้าร้อน-ฝน จะเพาะปลูกยากแต่ราคาดอกก็จะสูงขึ้น ช่วงหน้าฝนผลผลิตจะออกเยอะจนล้นตลาด ทำให้ในช่วงหน้าฝนนี้ราคาของดอกดาวเรืองจะตกลง

ปัจจุบันที่ไร่ของคุณนิอรมีต้นดาวเรืองประมาณ 30,000 ต้น จะตัดดอกได้ครั้งละ 50,000 ดอก ซึ่งจะเก็บทุกๆ 2 วัน หรือแล้วแต่ออร์เดอร์ที่เข้ามา ส่วนราคาของดอกแต่ละวันก็จะจากแตกต่างกันออกไป แบ่งเป็น 4 ขนาด ราคาไซส์จัมโบ้จนไปถึงเบอร์เล็ก เฉลี่ย 140-50 บาท ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการร้อยมาลัย โดยสามารถสร้างรายได้ยังไม่หักค่าใช้จ่าย เฉลี่ยเดือนละประมาณ 150,000 บาท

ทั้งนี้การทำสวนดาวเรืองยังส่งผลดีต่อชุมชน ซึ่งจะใช้แรงงานจากคนในชุมชนทำให้ชาวบ้านที่ว่างงานมีรายได้อีกด้วย สำหรับอนาคตคุณนิอร เผยว่าตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตให้ได้ 100,000 ดอกต่อวัน โดยใช้พื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งหมด 50 ไร่ เพื่อให้เพียงต่อความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตามภายหลังจากกระทรวงมหาดไทยได้มีการออกประกาศเชิญชวนประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมกันปลูก ‘ดาวเรือง’ ซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้เกษตรกรชาวสวนที่เพาะปลูกดาวเรืองตื่นตัวอย่างมาก เนื่องจากเริ่มมีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงภาคเอกชนเริ่มสั่งจองล่วงหน้ากันไว้แล้ว โดยที่ไร่ของคุณนิอรเปิดจำหน่ายเพียงต้นละ 15 บาทเท่านั้น แต่ต้องสั่งจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน

หากใครสนใจอยากเข้ามาศึกษา หรือสนใจสั่งจองต้นดาวเรือง ก็สามารถเดินทางไปได้ที่ ‘ไร่ดาวเรือง นิอร’ หมู่ที่ 15 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 097-018-6457 (คุณนิอร)

เรื่อง/ภาพ ธเนตร พุทธิตระกูล

แจ้งตร.สอบเหตุ พระฉุน! ทำร้ายญาติโยม – หลวงพ่อยกมือไหว้วอนปล่อยตัว

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเหตุการหลังมีชาวบ้านแจ้ง  ถึงอาการของพระรูปหนึ่งที่โวยวายพูดจาไม่รู้เรื่องเเละได้เข้าไปทะเลาะกับญาติโยม จนสุดท้ายต้องรอการตัดสินผิดถูกจากทางวัด 

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 “ร.ต.ท.ศรศักดิ์ ปิ่นทอง” (รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา) จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพระทะเราะวิวาทกับประชาชน เหตุเกิดภายในซอยบัวขาว ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ

จากที่เกิดเหตุพบ พระสุรินทร์ (ไม่ทราบฉายา เนื่องจากไม่พบใบสุทธิ) อายุ 80 ปี อยู่ในอาการโวยวายเถียงกับชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทางพระสุรินทร์ ก็พยายามจะเดินหนี จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึง จึงสอบถามแต่พระสุรินทร์ กลับพูดจาวกไปวนมาให้การไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะพาไปวัดที่พระสุรินทร์อ้างว่าจำวัดอยู่ แต่ทางพระสุรินทร์ ออกอาการบ่ายเบี่ยงไม่ยอมไป เจ้าหน้าที่พยายามเกลี่ยกล่อมอยู่นาน พระสุรินทร์ “จึงยกมือไหว้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว” สร้างความงงงวยให้กับตำรวจและชาวบ้านเป็นอย่างมาก

สอบถามนายวิทิวัฒน์ สงวนตระกูล 31 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่าขณะที่ตนเองนั่งดื่มสุราอยู่ สังเกตเห็นพระภิกษุ เดินผ่านมาเกิดสงสัยเนื่องจากยังดึกและเป็นวันพระ จึงเข้าไปสอบถามว่าหลวงพ่อจะไปไหน แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดหลวงพ่อกลับยกมือค้ำคอพร้อมตะโกนด่าทอลั่น ตนเองเห็นเป็นพระสงฆ์ จึงเดินถอยหนีออกไปและสอบถามเหตุผลที่ทำร้ายตน แต่พระสงฆ์กลับโวยวาย ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ภายหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปส่งยัง “วัดธรรมสามัคคี” พร้อมทั้งให้ “พระอาจารย์สมบูรณ์” เลขธมฺโม เจ้าอาวาสวัดธรรมสามัคคี ตรวจสอบว่าเป็นพระลูกวัดหรือไม่ พบว่าเป็นพระลูกวัดจริงชื่อพระสุรินทร์ เป็นพระที่มักจะมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง แต่ปรากฏว่าพระสุรินทร์ ก็โวยวายด่าพระอาจารย์สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องห้ามปรามก่อนปล่อยตัวกลับที่พัก เพื่อรอให้พระอาจารย์สมบูรณ์ตัดสินถูกผิดและดำเนินการต่อไป

รวบคนขับรถ ‘อบต.บ้านใหม่’ โยงค้ากามแม่ฮ่องสอน

ตำรวจ รวบ “เดียร์” คนขับรถ อบต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี โยงค้ากามแม่ฮ่องสอน คาสนามบินเชียงใหม่ ก่อนคุมตัวสอบ

วันนี้(25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้ติดตามจับกุมตัว นายอนุชาติ ดวงจันทร์ หรือ เดียร์คนขับรถ ของ นายวสุ ผันเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำรวจบ้านใหม่ จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาสนับสนุนผู้อื่นในการเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นยินยอมก็ตาม

หลังนายอนุชาติ มีพฤติการณ์ขับรถนำหญิงสาวเพื่อไปค้าประเวณีในคดีค้าประเวณีในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยชุดสืบสวนควบคุมตัว นายอนุชาติ ได้ที่สนามบินเชียงใหม่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ จากนั้นได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป