เพลิงไหม้กุฎิไม้สักวัดดัง เชียงใหม่ เงินสดถูกเผากว่าล้านบาท

เพลิงไหม้กุฎิไม้สักวัดดัง เงินสดถูกเผากว่าล้านบาท พร้อมพระพุทธรูปโบราณรวมมูลค่านับสิบล้าน หลวงปู่เจ้าอาวาสอายุ 90 ปี รอดหวุดหวิด คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เช้ามืดวันนี้ (25 พ.ค. 60) เกิดเหตุเพลิงไหม้กุฎิไม้สักสองชั้นหลังใหญ่ของ หลวงปูอินทรคำ อินทวณ.โณ (อิน-ทะ-วัน-โน ) เจ้าอาวาสวัดไชยสถาน ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เกจิล้านนาชื่อดัง โดยไฟได้โหมลุกไหม้ บริเวณชั้นสองและลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นหลังคา เนื่องจากเป็นไม้สักเชื้อเพลิงอย่างดี พระภิกษุสามเณร และชาวบ้านพยายามช่วยกันดับ แต่ไม่สามารถดับได้ จึงประสานรถน้ำดับเพลิงจำนวนนับ 10 คัน เข้าฉีดน้ำดับไฟ ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ไฟไหม้ชั้นบน เสียหายเกือบทั้งหมด ส่วนหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัย 90 ปี ปลอดภัย

จากการสำรวจเบื้องต้น มีเงินสดนับล้านบาท ที่ลูกศิษย์นำมามอบให้ เพื่อเตรียมนำไปทำบุญ ทอดผ้าป่า ถูกไฟไหม้ทั้งหมด รวมทั้งพระพุทธรูปโบราณประเมินค่าไม่ได้หลายองค์ ถูกไฟไหม้เสียหาย รวมทั้งของมีค่าอีกเป็นจำนวนมาก ได้รับความเสียหาย รวมความเสียหายอาคาร เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ส่วนสาเหตุคาดว่า กระแสไฟฟ้าลัดวงจร

ขณะที่เช้าวันนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ พร้อมขอความร่วมมือ กรรมการวัดและชาวบ้าน ช่วยกันดูแลทรัพย์สินภายในวัด เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดี ที่อาจจะเข้ามาขโมยทรัพย์สินได้

สำหรับ กุฏิสงฆ์วาสนา-ประชาอุทิศ หรือ กุฏิสุจิณโณ-พุทธาจาโรย์ อุปถัมน์ ถือเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาประยุกต์ โครงสร้างเสริมเหล็ก บุด้วยไม้สักทองทั้งหลัง กุฏิสงฆ์หลังนี้เป็นการสร้างขึ้นเพื่อทดแทนกุฏิสงฆ์หลังเดิม ซึ่งถูกอัคคีภัยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2540 เวลา 03.00 น. และเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า ขณะเกิดเพลิงไหม้นั้น ป้ายกุฏิไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และทางวัดยังคงเก็บรักษาไว้จนถึงปัจจุบันนี้ กุฏิสงฆ์หลังเดิมนั้นนามว่า “กุฏิสุจิณโณ-พุทธาจาโรย์อุปถัมภ์” ซึ่ง หลวงปู่แหวน สุจิณโน แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และหลวงปู่สิม พุทธาจารโร แห่งสำนักถ้ำผาบ่อง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นผู้อุปถัมภ์ในการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเรียบร้อย เมื่อปี พ.ศ.2518 ใช้ทุนทรัพย์ทั้งสิ้นในการก่อสร้างขณะนั้น 5 แสนบาทเศษ ส่วนกุฏิหลังใหม่นี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ใช้ทุนทรัพย์ในการก่อสร้างทั้งสิ้น กว่า 17 ล้านบาท

ตำรวจออกภาพสเก็ตช์ ผู้ต้องสงสัยบึ้ม รพ.พระมงกุฎเกล้า

ตำรวจ เผยความคืบหน้าเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า ล่าสุด ออกภาพสเก็ตช์ผู้ต้องสงสัย สอบพยานไปแล้วหลายปาก

วันนี้ (25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้า คดีลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า ขณะนี้สอบพยานไปแล้วหลายปาก รวมทั้ง ชาย 3 คน ที่ปรากฏในภาพ พร้อมแจกันระเบิด โดยทั้ง 3 ได้รับบาดเจ็บ และเชื่อว่าไม่มีความเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ชุดสืบสวนสามารถออกภาพสเก็ตช์ผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน เป็นชาย จากปากคำของพยานในที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการนำภาพที่ได้ ไปเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานฐานอื่นๆ หากสอดคล้องตรงกัน จะนำไปขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป

ส่วนเรื่องจดหมายขู่ 3 ฉบับ ที่ส่งไปยังโรงพยาบาลรัฐ ในย่านถนนพระราม 6 พบว่าเป็นการเขียนด้วยลายมือ แต่เป็นคนละลายมือกัน และส่งจากในกรุงเทพฯ ด้วยการหย่อนตู้ไปรษณีย์ ในพื้นที่เขตสามเสน, จตุจักร, และปทุมวัน ซึ่งมีจำนวนตู้ไปรษณีย์กว่า 400 ตู้ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่า พยานหลักฐานเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เคยก่อเหตุในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2550 แต่ยังไม่ติดประเด็นใดๆ ทิ้ง

ด้านพลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า มีข้อมูลผู้กระทำผิด 3 – 4 กลุ่ม ซึ่งเป็นคนไทย ด้วยกันเอง ไม่ใช่ต่างชาติ โดยตนเองพร้อมดำเนินการกับกลุ่มดังกล่าวทันที หากได้รับคำสั่ง แต่ขณะนี้ นายกรัฐมนตรี ยังไม่สั่งดำเนินการใดๆ เพราะต้องการรอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน ตนเองขอประณามผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ว่าเป็นพวก “หน้าตัวเมีย”

ขณะที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการติดตามคนร้าย ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดสงขลาว่า ได้รับข้อมูลเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างไล่ล่าติดตาม โดยขอให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ในการเฝ้าระวัง พร้อมขอสาปแช่งและประณามผู้ที่ก่อเหตุ

ส่วนบรรยากาศรักษาความปลอดภัยที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยกำลังตำรวจนครบาล รวมถึงทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบ เนื่องจากยังอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวัง 7 วัน อย่างไรก็ตาม ได้เกิดเหตุที่สร้างความตื่นตกใจอีกครั้ง เมื่อพบกระเป๋าปริศนา บริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด ปรากฏว่าเป็นเพียงกระเป๋าสัมภาระใส่เสื้อผ้าของคนไข้

สลดใจ ! บึ้มฆ่าตัวตายที่สถานีขนส่งในอินโดนีเซีย

เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งที่สถานีขนส่งในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 10 คน

แถลงการณ์ของตำรวจอินโดนีเซีย ระบุว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งใกล้กับสถานีขนส่ง ในเขตกัมปุง เมลายู ทางตะวันออกของกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ช่วงเย็นวานนี้ โดยระเบิด 2 ลูกถูกจุดห่างกัน 5 นาที

นายเซตโย วาซิสโต โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยผลการสอบสวนเบื้องต้นว่า เหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งเป็นตำรวจ และผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายน่าจะมี 2 คน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 10 คน ทั้งตำรวจและพลเรือน ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลหลายแห่งที่อยู่ใกล้เคียง

ด้านเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์เมโทร ว่า มีตำรวจ 2 นาย และพลเรือน 1 คน กำลังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งทั้งสามคนรู้สึกตัวแล้ว

ขณะที่ทางการอินโดนีเซีย ประเทศซึ่งมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ขยายลัทธิแนวคิดสุดโต่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ กลุ่มไอเอส

หลังจากนั้น เพจ Royal Thai Embassy, Jakarta ระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุระเบิดที่ท่ารถประจำทาง Kampung Melayu ทางเขตตะวันออกของกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 24พฤษภาคม เวลาประมาณ 21.00 วันนี้ (25 พ.ค.) สถานทูตไทยในกรุงจาการ์ตารายงานว่า ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ขอให้ชาวไทยในอินโดนีเซียหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ติดตามข่าวสารจากทางการอินโดนีเซีย และสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยในกรณีฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +62811186253