ช่วงวันที่ 25-28 พฤษภาคม ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น – ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2560) “

ในช่วงวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2560 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน หลังจากนั้น ภาคตะวันออกและภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ในวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2560
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธิ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ
– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และ กำแพงเพชร
– ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2560
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
– ภาคกลาง บริเวณจังหวัด อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สำหรับภาคตะวันออกและภาคใต้ จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตจราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
– ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้น ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนาม และอ่าวตังเกี๋ย และในช่วงวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2560 หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างจะมีกำลังแรงขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะเคลื่อนขึ้นไปบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศเมียนมาลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในระยะนี้

ชีวิตรันทด! 3 พี่น้องดูแลกันเองเพียงลำพังมานาน 2 ปี หลังพ่อแม่ติดคุก

ชีวิตรันทด 3 พี่น้องดูแลกันเองเพียงลำพังมานาน 2 ปี หลังพ่อแม่ติดคุก โดยมีเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ และปลากระป๋องประทังชีวิต

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า อยากให้ประสานผู้ใจบุญช่วยเหลือ ด.ช.ธนากร โหมดอ่อน หรือ น้องเอ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3/9 โรงเรียนสิงห์บุรี ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ด.ญ.ชนนเนตร โหมดอ่อน หรือน้องพี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1/3 โรงเรียนวัดพรหมสาคร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และ ดช.ปรินทร โหมดอ่อน หรือน้องเก้า อายุ 5 ปี อยู่ชั้นอนุบาล 2/1 โรงเรียนวัดพรหมสาคร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

โดย 3 คนพี่น้องได้อาศัยกันตามลำพังมาเกือบ 2 ปีแล้ว ภายในบ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 1 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เนื่องจากพ่อและแม่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ จ.สิงห์บุรี ในข้อหาจี้ชิงทรัพย์ ทำให้ต้องอยู่กันอย่างยากลำบากโดยเฉพาะน้องคนเล็ก ซึ่งมีอายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น อาหารหลักของครอบครัวคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ และปลากระป๋อง

ซึ่งหลังจากลงพื้นที่โรงเรียนวัดพรหมสาคร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนของน้องพี และน้องเก้า ได้พบกับ ครูอรุณี สำราญจริง และครูนันทกานต์ จันทร์หอม ซึ่งเป็นคุณครูประจำชั้นของน้องพี ได้เล่าว่า ตั้งแต่ที่พ่อและแม่ของน้องเอ น้องพี และน้องเก้า ถูกตัดสินคดีจนต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งตอนนั้นน้องเก้ามีอายุเพียง 3 ขวบกว่าเท่านั้น น้องพี ซึ่งเป็นลูกผู้หญิงเพียงคนเดียวและมีอายุเพียง 10 กว่าขวบ

ต้องรับภาระคอยดูแลทั้งพี่ชายและน้องชายคนเล็ก ขาดโรงเรียนบ่อยเพราะเวลาน้องเก้าไม่สบาย น้องพีต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ในเรื่องของค่าใช้จ่ายทางโรงเรียนได้ช่วยดูแลบ้าง ให้อาหารกลางวันกินฟรี แต่มีปัญหาในเรื่องของค่ารถที่เป็นรถประจำเนื่องจากทางบ้านของเด็กๆ ไม่มีรถโดยสารผ่าน ในตอนนี้ได้ติดค่ารถมา 3 เดือนแล้ว ส่วนเด็กๆ เป็นเด็กดี น้องพีจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในครอบครัว

ทั้งนี้ ป้าสะใภ้ที่อยู่บ้านใกล้กัน เล่าว่า ตั้งแต่พ่อและแม่ของหลานทั้ง 3 จำคุกไปก็ลำบากมากขึ้น ยังได้น้องพีซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดูแลน้องคอยทำความสะอาดบ้าน คอยทำกับข้าวให้พี่น้อง ตั้งแต่อายุ 10 ขวบกว่า ส่วนน้องเอพี่ชายคนโตอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและดูเป็นเด็กเก็บกด อาหารเช้าไม่ได้กิน อายุจะ 15 ปีแล้ว

อีกทั้งยังเป็นเด็กผอมตัวแกรน ส่วนอาหารกลางวันก็ได้กินที่โรงเรียน โดยจะไปเบิกที่ธนาคารโรงเรียนวันละ 20–30 บาท ส่วนมื้อเย็นก็มีอาหารหลักที่กินเป็นประจำคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ ปลากระป๋อง หรือมีญาติๆ นำกับข้าวมาให้บ้าง ส่วนกลางคืนทั้งหมดก็นอนกันเพียงลำพัง 3 คนพี่น้องเท่านั้น

อย่างไรก็ตามล่าสุด ดร.สุเมธี จันทร์หอม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมครูนันทกานต์ จันทร์หอม ได้มอบเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งและสิ่งของจำเป็นแก่เด็กนักเรียน ส่วนผู้ที่ต้องการจะช่วยเหลือเด็กนักเรียนทั้ง 3 คน

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ครูนันทกานต์ จันทร์หอม ซึ่งเป็นคุณครูที่ดูแลครอบครัวนี้มาตลอด ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-8532704 หรือบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี 0268479880 ธนาคารกสิกรไทย สาขาสิงห์บุรี บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี นายพรณรงค์ โหมดอ่อน และ ด.ญ.ชนนเนตร โหมดอ่อน

ทั่วกรุงเทพฯ น้ำท่วมหลายจุด หลังฝนตกกระหน่ำหนักเกิน 130 มม.

ทั่วกรุงเทพฯ น้ำท่วมหลายจุด หลังฝนตกกระหน่ำหนักเกิน 130 มม. ขณะที่ เขตวังทองหลางมีปริมาณฝนรวมสูงสุด

จากกรณีที่กลุ่มฝนก่อตัวขึ้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. และขยายตัวลงมาปกคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำท่วมรอการระบายหลายจุด โดยเวลา 24.00 น. สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานปริมาณฝนรวมสูงสุดเขตวังทองหลาง 130 มม., บางกะปิ 120 มม., และจตุจักร 98 มม. รวมถึง แจ้งวัฒนะ งามวงศ์วาน พหลโยธิน ลาดพร้าว รัชดาภิเษก ฯลฯ

ภาพจาก จส.100

ทั้งนี้ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่ากทม. พร้อมทีมงานสำนักการระบายน้ำได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณ ถ.แจ้งวัฒนะ หน้า ร.1 พัน.2 รอ. ขณะที่ เขตหนองจอก บางซื่อ ลาดกระบัง หลักสี่ และเขตจตุจักร โดยในเขตหนองจอกมีปริมาณฝนถึง 102 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

ภาพจาก จส.100
ถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญา
บริเวณแยกคลองตัน
บริเวณอุดมสุข ภาพจาก @C22892530

ขอบคุณภาพ/คลิปจาก  @The_BoSo