ผู้ว่าฯกทม.ลุยตรวจตึกสูงเมืองกรุง หวั่นซ้ำรอยไฟไหม้ลอนดอน

ผู้ว่าฯกทม. ลุยตรวจอาคารสูงป้องกันเหตุไฟไหม้ ยกกรณีไฟไหม้ตึกแกรนด์เฟลล์ ทาวเวอร์ ในกรุงลอนดอน เป็นตัวอย่าง

วันนี้ 22 มิ.ย. 60 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารสูง ที่ใบหยกสกาย 1 พร้อมเยี่ยมผู้ค้าระหว่างอาคารใบหยก 1 และอาคารใบหยก 2

โดยพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากกรณี เกิดเหตุไฟไหม้ที่ตึกแกรนด์เฟลล์ ทาวเวอร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษที่ผ่านมา จึงมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจึงได้กำชับให้สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เข้มงวดในการตรวจสอบอาคารต่างๆ เนื่องจากในกรุงเทพมหานครมีอาคารสูงเป็นจำนวนมาก ทั้งอาคารเก่าและใหม่ รวมถึงอาคารที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ

จากการตรวจสอบอาคารใบหยกสกาย 1 ในวันนี้ถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแม้จะเป็นอาคารที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ซึ่งถือเป็นอาคารที่ปลูกสร้างก่อนการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 แต่ก็ยังมีความแข็งแรง แต่ยังมีบางอาคารที่มีการต่อเติม ดัดแปลง ผิดไปจากแบบที่ขออนุญาตก่อสร้าง จึงมีความเสี่ยงเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย และทรุดตัว หรือแตกร้าว

ทั้งนี้ได้กำชับให้สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เข้มงวดในการตรวจสอบอาคารต่างๆตามกฏหมายกระทรวงฉบับที่ 33 กำหนดไว้ว่า อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือ สูงประมาณตึก 8 ชั้น และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ รวมถึงให้คำแนะนำในการปรับปรุง ระบบแจ้งเตือน และระบบอัคคีภัย ภายในอาคารให้สามารถใช้งานได้อย่างครบถ้วน เพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับอาคารสูงในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนทั้งสิ้น 2,810 อาคาร แบ่งเป็น อาคารที่ปลูกสร้างก่อนการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 จำนวน 1,033 อาคาร และอาคารที่ปลูกสร้างหลังการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 จำนวน 1,777 อาคา ซึ่งที่ผ่านมา 50 สำนักงานเขต ได้ดำเนินการตรวจสอบอาคารและระบบป้องกันอัคคีภัยของอาคารภายในพื้นที่เขต ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงและจัดส่งรายงานให้กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา ทุกปี

อย่างไรก็ตามทางกรุงเทพมหานครเตรียมประชาสัมพันธ์คำแนะนำการหนีไฟอาคารสูง คอนโดมิเนียม สำนักงานและโรงแรมให้แก่ประชาชน อาทิ ตรวจสอบทางหนีไฟฉุกเฉินที่ใกล้ห้องพักที่สุด หากได้ยินเสียงสัญญาณไฟไหม้ ให้หนีลงจากอาคารทันที และคลานให้ต่ำ หากต้องเผชิญหน้ากับควันไฟ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดผู้ประสบเหตุต้องมีสติและไม่ตื่นตระหนก

ฮุน เซน แรงขู่นักวิจารณ์-ฝ่ายค้าน หลังวิพากษ์การทำงานรัฐบาล

แรง!!! ฮุน เซน ขู่นักวิจารณ์-ฝ่ายค้าน หลังวิพากษ์การทำงานรัฐบาล แนะให้เตรียมโลงศพเอาไว้  เพราะอาจถูกกำจัดทิ้ง หากปลุกระดมสร้างความเข้าใจผิด จนเกิดสงครามกลางเมือง 

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ได้ออกมาแสดงความเห็น หลังจากที่มีนักวิจารณ์ และฝ่ายค้านออกมาโจมตีการกล่าวสุนทรพจน์ และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลภายใต้การนำของเขาอย่างเสียๆ หายๆ ว่า คำพูดของคุณเป็นสาเหตุของสงคราม หากพวกคุณยังดูหมิ่น ข่มขู่ที่จะฆ่า พวกคุณควรเตรียมโลงศพเอาไว้ ผมขอเตือน ผมเคยพูดไว้เเล้วว่า เพื่อรับประกันความสงบสุขของบ้านเมือง และปกป้องชีวิตของประชาชนหลายล้านคน หากจำเป็นต้องกำจัดคนทิ้งสัก 100 หรือ 200 คน ก็จำเป็นต้องทำ

ทั้งนี้การออกมาตอบโต้บรรดานักวิจารณ์และฝ่ายค้านด้วยถ้อยคำรุนแรงของสมเด็จ ฮุนเซน ถือว่าไม่ใช่ครั้งแรก เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ฮุน เซน จะมักพูดชวนทะเลาะมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้นับว่าเป็นการพูดที่รุนแรงมากที่สุด
สำหรับสมเด็จฮุน เซน วัย 66 ปี ปกครองกัมพูชามานานถึง 32 ปี และเป็นหนึ่งในผู้นำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของโลก