พ่อแท้ๆ ไม่ทนจูงมือลูกสาว-ลูกชาย แจ้งความ หลังถูกพ่อเลี้ยงทำอนาจาร

หนุ่มเมืองน้ำหอมจูงมือลูกชาย-ลูกสาวหญิง เข้าแจ้งความ หลังถูกพ่อเลี้ยงชาวอังกฤษกระทำอนาจาร ย้ำ! ไม่ได้กลั่นแกล้งเพื่อหวังผลแอบแฝง

วันนี้ (21 มิ.ย. 60) นายซีดิก ซีลิปเซ แชร์วอง อายุ 39 ปี สัญชาติฝรั่งเศส จูงมือลูกสาววัย 8 ขวบ และลูกชายวัย 4 ขวบ (ลูกครึ่งจีน-ฝรั่งเศส) พร้อมล่ามแปลภาษา เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ทีมสหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการภาค 2 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ภายหลังจากเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา หนุ่มชาวเมืองน้ำหอมรายนี้ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า บุตรสาวได้ถูก นายซิมซั่น เดวิด อายุ 35 ปี พ่อเลี้ยงชาวอังกฤษ ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราภายในบ้านพัก ย่านชายหาดจอมเทียน พัทยาใต้

โดยายซีดิก เผยว่า หลังได้เลิกลากับภรรยาไป ลูกทั้ง 2 ได้พักอาศัยอยู่กับภรรยา และพ่อเลี้ยงซึ่งเป็นชาวอังกฤษ ส่วนตนก็แวะเวียนไปหาเป็นประจำ ต่อมาลูกทั้ง 2 คนมาเล่าให้ฟังว่า เคยถูกมารดาทำโทษด้วยการตบใบหน้าอย่างแรงและถูกขังไว้ในห้องมืด มิหนำซ้ำยังถูกนายซิมซั่น เดวิด พ่อเลี้ยง บังคับให้ดื่มเบียร์และสอนให้มีการต่อสู้กันด้วย

ล่าสุดเมื่อเดือน ม.ค.60 ที่ผ่านมา หลังจากตนทำงานบ้านจนเกิดอาการเมื่อยล้า บุตรสาวและบุตรชายจึงเสนอตัวว่าจะนวดให้ ซึ่งในขณะที่กำลังให้ลูกๆ ช่วยนวดให้อยู่นั้น จู่ๆ ด.ช.เจมส์ (นามสมมุติ) เอ่ยขึ้นมาว่าให้นวดอวัยวะเพศด้วยหรือไม่ ด้วยความแปลกใจที่เด็กวัยเพียงเท่านี้ทำไมจึงรู้เรื่องพรรค์นี้

จึงพยายามสอบถามเพื่อค้นหาความจริงจนได้รับคำตอบว่า ลูกทั้งสองคนเคยถูกนายซิมซั่น เดวิด บังคับให้ใช้มือและปากสำเร็จความใคร่ให้ตัวเอง ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ ด.ญ.ซาร่า (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 8 ขวบ ยังถูกพ่อเลี้ยงชาวอังกฤษรายนี้บังคับขืนใจและกระทำชำเรามาแล้วถึง 5 ครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนจึงพาลูกเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนพาไปพบแพทย์ที่ รพ.สมิติเวช และ รพ.ตำรวจ ซึ่งจากความเห็นของแพทย์ รพ.สมิติเวช ในเบื้องต้นระบุว่าสภาพจิตใจของเด็กมีความผิดปกติ และต้องได้รับการฟื้นฟู ส่วนการตรวจร่างกายต้องรออีกสักระยะ จึงจะทราบผล

ตนขอยืนยันว่าเรื่องที่ลูกถูกข่มขืนกระทำชำเรานั้น เป็นเรื่องจริงที่ออกมาจากปากเด็กเอง ตนไม่ได้กุเรื่องขึ้นเพื่อใส่ร้ายนายซิมซั่น เดวิด หรือหวังผลประโยชน์แอบแฝงแต่อย่างใด จึงอยากวอนให้เจ้าหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย

ด้าน ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด เผยว่า คดีนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ภายหลังจากนี้จะได้ทำเรื่องส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจอีกครั้ง พร้อมกับทำสำนวนการสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ส่งให้อัยการพิจารณาต่อไป

คลิปว่อน ตร.ไร้หมายค้น บุกบ้าน ไผ่ ดาวดิน

กลุ่มดาวดิน ออกแถลงการณ์ประนามเจ้าหน้าที่รัฐ หลังบุกค้นบ้าน ไผ่ ดาวดิน โดยไร้หมาย คาดเข้ามาตรวจสอบหลังมีข่าวนายกฯ ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น 

วันนี้ (21 มิ.ย. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ดาวดิน สามัญชน‘ ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นบ้านพักของไผ่ ดาวดิน  โดยมีข้อความระบุว่า

เมื่อเวลาประมาณ 06:40 น. วันที่21 มิถุนายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ประมาณ30 นาย หนึ่งในนั้นพท.พิทักษ์พล ชูศรีหรือเสธพีธ (ที่เพิ่งมีข่าวปิดถนนมิตรภาพ) บุกเข้าไปในบ้านดาวดิน โดยไม่มีหมายศาล และได้ทำการนั่งเขียนหมายการตรวจค้นที่ในบริเวณบ้านดาวดิน พร้อมทั้งนำเอกสารบางอย่างออกจากบ้านดาวดินโดยที่ ไม่มีการยินยอม เมื่อซักถามว่าเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจอะไร ก็ได้ชี้ไปที่ เสธพีท

หลังจากนั้นเวลาประมาณเวลา  07:25 น. ทหารและตำรวจได้ทยอยกลับพร้อมให้เหตุผลว่า “นายบอกว่าอย่าไปกวนน้องเขา” และเมื่อขอดูเอกสารก็ไม่ให้ดูว่าเอกสารที่เอาไปคืออะไรพร้อมทั้งไม่ให้ดูหมายที่เขียนว่ามีข้อความอย่างไร
คาดว่า ต้นเหตุของการบุกค้นมาจากการที่วันนี้ (21 มิ.ย. 60) พลเอกประยุทธ จะเดินทางมายังมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อปาฐกถา เรื่อง การขับเคลื่อน THAILAND 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เวลา08:00-11:30น.

ทั้งนี้ตามกฎหมายในการตรวจค้นจะต้องมีการขออำนาจจากศาลเสียก่อน การที่เจ้าหน้าที่ บุกเข้ามาโดยไม่มีหมายศาล และหยิบจับเอกสารไปโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม เป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ การกระทำของผู้รักษากฎหมายดังกล่าวเป็นการกระทำอันไร้เกีรติและไม่เคารพต่อกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

ไผ่ ดาวดิน, ข่าวจังหวัดขอนแก่น, หมายค้น
ไผ่ ดาวดิน

พร้อมกันนี้ เพจดังกล่าว ก้ได้มีข้อความเพิ่มเติม ว่า  แถลงการณ์ดาวดิน
ประณามการใช้อำนาจคุกคามเสรีภาพของประชาชนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้
1.การบุกรุกเข้าบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตและเข้าตรวจค้นบ้านโดยไม่มีคำสั่งจากศาลเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย อย่างร้ายแรง เมื่อผู้อาศัยสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับผายมือไปยังพันโทพิทักษ์พล การกระทำเช่นนี้แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายว่าอย่างไร?

2 การบุกรุกและตรวจค้นไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมาย แต่ยังเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เป็นการคุกคามเสรีภาพ และความเป็นปกติสุขในการใช้ชีวิตของสามัญชน

3 แม้รัฐบาลเผด็จการทหารจะอ้างถึงการรักษาความสงบสุขในสังคม แต่เหตุการณ์เช่นนี้กลับเป็นทหารเสียเองที่นำกำลังมาคุกคามความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน

เราดาวดินขอประฌามการกระทำดังกล่าวและหวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากลับสามัญชนคนใดก็ตาม

ดาวดิน
วันที่ 21 มิถุนายน 2560

ไผ่ ดาวดิน, ข่าวจังหวัดขอนแก่น, หมายค้น

นายกฯ ขอคนอยู่ต่างปท. มารับโทษ ยันติดตามทุกคดีแต่พูดไม่ได้

นายกฯ ยันติดตามทุกคดีแต่พูดไม่ได้ ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ แนะคนอยู่ ตปท.ให้กลับมารับโทษ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 มิ.ย. 60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวตอนหนึ่ง ในระหว่างปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ถึงกรณีการจับกุมผู้ก่อเหตุวางระเบิดรพ.พระมงกุฎเกล้า ว่า

การจับกุมผู้ก่อเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็น 10,000 นาย และมีเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 นาย ลงพื้นที่ไล่จับติดตาม แต่จะให้ตอบคำถามทุกวันได้อย่างไร เพราะตอบมาก ก็จะจับไม่ได้คนร้ายจะรู้ตัวหมด ส่วนปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ และยืนยันรัฐบาลแก้ปัญหาเต็มที่ ทหาร ตำรวจเสี่ยงชีวิต แต่ก็ยังมีคนเลวอยู่ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนความคืบหน้าการจับกุม พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า คดีพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ยังดำเเนินการอยู่ ทุกคดี ไม่ได้มีการยอมแพ้

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า “อย่ารังเกียจทหาร อย่ารังเกียจรัฐบาล เป็นรัฐบาลมา 3 ปี ผมแก่ลงมาก ขอให้รักผมน้อยๆ แต่ขอรักผมให้นานๆ นะครับ  ซึ่งวันนี้ไทยเป็นประเทศที่ใจดีที่สุดในโลก ไม่มีรัฐบาลใดใจดีกว่านี้แล้ว ที่ทำแบบนี้เพราะนึกถึง ทุกคน รักทุกคนเพราะทุกคนเป็นคนไทย คนที่อยู่เมืองนอก กลับมารับผิดได้แล้ว อย่าหนี อย่ามัวแต่ด่าอยู่ที่ต่างประเทศ แบบนี้จะให้ผมอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร อย่าหาว่าผมดุนะ ตอนเป็นทหารดุกว่านี้อีก

ขณะที่เรื่องงบประมาณนั้น รัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณที่ขาดดุล ที่ทำอย่างนี่เพราะให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เพราะการดำเนินโครงการด้านการพัฒนานั้นบางอย่างไม่สามารถที่จะรอแต่ภาคเอกชนเพียงอย่างเดียวได้ และบางโครงการรัฐบาลก็ลงทุนเองไม่ได้ รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อให้การดำเนินงานนั้นเป็นไปตามความต้องการของประชาชน

ข่าวจาก INN