ผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน สร้างรายได้ ชาวบ้านปรับพื้นที่ปลูก โกยเงินสุดงาม

ชาวบ้านพะเยา ได้ปรับพื้นที่ว่างภายในบริเวณบ้านของตนเอง ทำการปลูกพืชผักสวนครัว ผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ ออกจำหน่ายสู่ตลาด สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี

วันนี้ (21 มิ.ย.60) ผู้สื่อข่าว MThai ลงพื้นที่บ้านแม่ใส หมู่ 2 ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา หลังสืบทราบว่าที่หมู่บ้านดังกล่าวมีชาวบ้านรายหนึ่งปลูกผักสวนครัว ผักพื้นบ้านออกจำหน่าย สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นอย่างดี ทราบชื่อ นางอรวรรณ นนทศรี อายุ 49 ปี

ทั้งนี้จากการสอบถาม นางอรวรรณ ได้เล่าว่า  พื้นที่ว่างภายในบริเวณบ้านของตนเอง ไม่รู้จะทำอะไรจึงมีแนวคิดที่จะทำการปลูกผักพื้นบ้าน พืชผักสวนครัว เพื่อไว้บริโภคและจำหน่าย ปัจจุบันตนเองนั้นได้ปลูกผักหลายชนิด อาทิ คะน้า ผักกาด ชะอม พริก ต้นหอม ตะไคร้ ขิง ข่า มะนาว มะเขือยาว กระเพรา และผักที่เป็นจำพวกของเครื่องแกงแค

ข่าวจังหวัดพะเยา, ผักสวนครัว

ส่งขายตามตลาดในหมู่บ้าน และชุมชนไกล้เคียง เนื่องจากผักพื้นบ้านดังกล่าว เป็นผักที่ปลูกง่าย ใช้พื้นที่ไม่มาก ใช้น้ำน้อย และสามารถเก็บส่งขายตามตลาดได้ทุกวัน โดยเฉลี่ยแล้ววันวันหนึ่งสามารถที่จะเก็บส่งขายตามตลาด สร้างรายได้เสริมประมาณวันละ 200-300 บาท เฉลี่ยเดือนหนึ่งก็สามารถสร้างรายได้เกือบ 1 หมื่นบาท

ซึ่งผักที่ตนเองปลูกนั้น เป็นผักปลอดสารพิษ ใช้ปุ๋ยที่หมัก ผสม ขึ้นเอง ได้แก่ แกลบกลับดำ มูลสัตว์ และใบไม้แห้งนำมาย่อยและผสมให้เข้ากัน เพื่อใช้เป็นปุ๋ยทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และทำการรดน้ำเช้า เย็น เป็นประจำทุกวัน โดยปัจจุบันผักที่ประชาชนส่วนใหญ่นิยมบริโภคนั้นจะเป็นผักปลอดสารพิษ จึงเป็นที่ต้องการของตลาด จนบางครั้งเก็บส่งขายแทบไม่ทัน ถือว่าผักสวนครัวพื้นบ้าน ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองเป็นอย่างดี

ข่าวจังหวัดพะเยา, ผักสวนครัว

สภาวิศวกร ชี้แจงกรณีใช้ ม.44 สร้างรถไฟความเร็วสูง

สภาวิศวกร และ สภาสถาปนิก ร่วมกันแถลงกรณีใช้ ม.44 เร่งรัดสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ – โคราช

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ใช้อำนาจมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) มีคำสั่งที่ 30/2560 เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา โดยวิศวกรและนิติบุคคลของจีน จะได้รับการยกเว้นเรื่องการทำใบอนุญาตที่ออกโดยสภาวิศวกร และสภาสถาปนิกของไทย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (21 มิ.ย. 60) นายกลม ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร และ นายเจตกำจร พรหมโยธี นายกสภาสถาปนิก ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า การเปิดช่องให้วิศวกรจีนโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตนั้น ครอบคลุมเฉพาะการออกแบบและที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง แต่ไม่ได้รวมถึงการก่อสร้าง ซึ่งวิศวกรที่จะเข้ามาทำงานในไทยตามโครงการนี้จะต้องเข้ารับการทดสอบทั้งเชิงเทคนิคการก่อสร้าง และจรรยาบรรณของวิชาชีพ หากเกิดความผิดพลาด ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย

ทั้งนี้ วิศวกรจีนที่เข้ามาทำงานในโครงการดังกล่าวจะไม่สามารถออกไปทำงานในโครงการอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ได้ เนื่องจากในคำสั่งของหัวหน้า คสช. ระบุชัดเจนว่ายกเว้นเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง หากฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย จำคุก 3 ปี

อย่างไรก็ตาม สภาวิศวกรและสภาสถาปนิก จะพยายามผลักดันให้วิศวกรจีนที่จะเข้ามาทำโครงการดังกล่าว จะต้องผ่านการอบรมก่อน โดยจะหารือกับสำนักงานกฤษฎีกาต่อไป

อัยการธัญบุรี เลื่อนสั่งคดี ‘องอาจ’ หมิ่น ‘วิฑูรย์’ ไป 31 ก.ค.นี้

อัยการจังหวัดธัญบุรี เลื่อนสั่งคดี “องอาจ” โฆษกศิษย์ฯ วัดพระธรรมกาย คดีหมิ่นประมาท “วิฑูรย์ ชลายนนาวิน” อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ ไปวันที่ 31 ก.ค.

วันนี้(21 มิ.ย.) นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมาพบกับอัยการจังหวัดธัญบุรี ตามนัดหมายครั้งที่ 3 ในฐานะผู้ต้องหาจากกรณี ที่นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ แจ้งความว่าหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ

โดยในขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนสอบสวนอย่างละเอียด ในวันนี้อัยการจังหวัดธัญบุรี จึงให้เลื่อนการนัดฟังสั่งสำนวนคดีฯ ออกไปเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2560 เวลา 10.00 น.

นายองอาจ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบอัยการจังหวัดธัญบุรี ตามนัดหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม พร้อมส่งเอกสารหลักฐานสำคัญและขอให้มีการสอบพยานบุคคลเพิ่มเติม ซึ่งอัยการได้พิจารณาเลื่อนการสั่งคดี โดยนัดหมายให้มาพบอีกครั้ง ในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2560