คนร้ายจ่อยิงหนุ่มพัทลุงดับ ขณะขับจยย.กลับบ้าน

คนร้ายจ่อยิงหนุ่มพัทลุงวัย 32 ปี เสียชีวิต ขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน ถนนสายป่าพะยอม-แหลมโตนด อ.ควนขนุน

วันนี้(21 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ควนขนุน พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดี มีเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิต โดยเหตุเกิดริม ถนนสายป่าพะยอม-แหลมโตนด บ้านห้วยสุวรรณ ท้องที่หมู่ที่ 4 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง เขตพื้นที่ ควนขนุน

ในที่เกิดเหตุพบศพนายศุภชัย อายุ 32 ปี หมู่ 7 ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่บริเวณศีรษะหายไปทั้งแถบ และที่บริเวณลำตัว นอนเสียชีวิตอยู่บนถนน ข้างศพเจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน ขขษ 717 ประจวบคีรีขันธ์ ของผู้ตายล้มอยู่ และใกล้กันเจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่จำนวน 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายศุภชัย ผู้ตายได้ขับรถ จักรยานยนต์ เพื่อกลับบ้านในพื้นที่ ต.ปันแต อ.ควนขนุน เมื่อมามาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางเปลี่ยวได้มีคนร้าย ไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ผู้ตาย จำนวน 3 นัด เป็นเหตุให้นายศุภชัย ล้มลงจนเสียชีวิตก่อนหลบหนีไป

ออกหมายจับ ‘วัฒนา’ คดีระเบิด อีก 2 หมาย – เตรียมทำแผนเพิ่ม

ศาลออกหมายจับ “วัฒนา” ผู้ต้องหาคดีระเบิด เพิ่ม 2 หมายจับ ขณะเช้านี้เตรียมเบิกตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกหลายจุด

วันนี้(21 มิ.ย.) พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ พนักงานสอบสวน ไปขอออกหมายจับ นายวัฒนา ภูมิเรศ อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผู้ต้องหา คดีวางระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า และจุดอื่น เพิ่มเติม กรณีการก่อเหตุระเบิด ซอยราชวิถี 24 และ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อปี 2550 ตามที่ นายวัฒนา ให้การรับสารภาพ นั้น ล่าสุด ศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับตามคำขอของพนักงานสอบสวน แล้ว

ขณะที่ บรรยากาศที่ สน.พญาไท ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมตัว นายวัฒนา ขณะนี้ ผู้ต้องหา ยังคงอยู่ภายในห้องขัง รวมกับผู้ต้องหาคดีอื่นซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นายวัฒนา ไม่มีอาการเครียดใดๆ แต่ในช่วงเช้านี้ ยังไม่ได้ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว และยังไม่มีญาติมาติดต่อขอเยี่ยมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันนี้ จะมีการเบิกตัว นายวัฒนา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในจุดที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิด ทั้ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ย่านบางกรวย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแห่งเก่า โรงละครแห่งชาติ ก่อนจะมีการคุมตัวไปขอฝากขังต่อศาลอาญา ต่อไป

นายกฯ บินขอนแก่น พบเกษตรกร ขับเคลื่อนไทยแลนด์4.0

นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ขอนแก่น ปาฐกถาพิเศษขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มอบสิทธิ์เข้าทำประโยชน์พื้นที่ สปก.5 แปลง

วันนี้(21 มิ.ย.) ที่ศูนย์เครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบกกรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” จากนั้น จะเยี่ยมชมนิทรรศการ “วิจัยและนวัตกรรม มข. เพื่อ Thailand 4.0” ประกอบด้วย ด้านเกษตรและอาหาร ผลงานวิจัยด้านสุขภาพ ด้านวัสดุและพลังงานในอนาคต ผลการวิจัยด้านการศึกษา ผลงานวิจัยด้าน Bio economy ผลงานวิจัยด้านนวัตกรรม ICT การดำเนินโครงการ Smart City เป็นต้น ณ ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบการผลิต “นาโนซิลิกอน” จากแกลบและเถ้าแกลบเพื่อใช้ในขั้วแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ณ อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ขณะที่ ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะเดินทางไปที่สหกรณ์โคนมขอนแก่นที่บ้านซำจาน ตำบลบ้านค้อ อำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อติดตามผลงานของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 – 01) จำนวน 5 แปลง และมอบโรงรวบรวมผลิตน้ำนมดิบและโรงผสมอาหารสัตว์ให้กับสหกรณ์โคนม ขอนแก่น จำกัด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะมอบงบประมาณสนับสนุนโครงการธนาคารโคนมทดแทน พร้อมมอบเงินสนับสนุนโครงการยางพาราในหน่วยงานภาครัฐพื้นปูพื้นโรงเรือนโคนม จากนั้น จะกล่าวปราศรัยพบปะกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการประกอบด้วย ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร ผลงาน Young Smart Farmer การบริหารจัดการน้ำ และการทำเกษตรแปลงใหญ่ ดูโครงการผักปลอดสารพิษ รวมทั้งชมการจัดตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีขอนแก่น ก่อนที่นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในเวลาประมาณ 16.10 น.