จับแล้ว! มือระเบิดทำแฟนสาวเจ็บ อ้างลืมเก็บหลังแยกทางกัน

ความคืบหน้าเหตุระเบิดที่เชียงใหม่ จนส่งผลทำให้ น.ส.ทิพวรรณ ชวนดี อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดจับสามีของผู้บาดเจ็บได้แล้ว อ้างลืมเก็บหลังแยกทางกัน 

จากกรณีที่เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จนส่งผลทำให้มีผู้บาดเจ็บไป 1 ราย โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมานั้น  ล่าสุด ผู้สื่อข่าว MThai เผยว่า ตำรวจ สภ.สารภี ได้เข้าจับกุมเจ้าของวัตถุระเบิดที่เกิดเหตุได้แล้ว ทราบชื่อคือ  “นายไกรวิชญ์ เรืองฤทธิ์” อายุ 25 ปี ช่างซ่อมบำรุงร้านเอ้าท์เลตแห่งหนึ่งใน อ.สารภี

จากการสอบสวน นายไกรวิชญ์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ประกอบระเบิดลูกดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยใช้ดินระเบิดและเศษก้อนกรวดใส่ลงไปในถุงพลาสติก ก่อนใช้เทปพันสายไฟสีดำพันเป็นก้อนกลม โดยนายไกรวิชญ์อ้างว่าก่อนหน้านี้ได้มาอยู่กับ น.ส.ทิพวรรณ ที่บ้าน แต่หลังจากที่ น.ส.ทิพวรรณ ได้คลอดบุตรชายก็ได้มีปากเสียงกัน สาเหตุมาจากเรื่องที่ตนเองโพสต์รูปหญิงอื่นในเฟซบุ๊ก

ขณะที่ตนเองก็ระแวงว่าภรรยาจะมีชายอื่น จนมีปากเสียงและทำให้ตนเองตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านของตัวเองที่ อ.สันป่าตอง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าตอนย้ายของออกจากบ้าน กลับลืมลูกระเบิดที่ทำไว้ที่บ้านภรรยา จนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

จากคำให้การของ “นายไกรวิชญ์” เผย เรียนรู้การทำระเบิดมาจากกลุ่มเพื่อนในช่วงที่เรียนช่างไฟฟ้าที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ที่ผ่านมาได้ทำขึ้นเพื่อเล่นกัน ระเบิดที่ทำขึ้นไม่มีอันตรายเพราะไม่ได้ใส่วัตถุอันตรายที่จะเป็นสะเก็ดระเบิด เพียงแต่มีเสียงดังเท่านั้น และเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ไม่มีเจตนาทำร้ายภรรยาหรือคนในครอบครัว เพียงแต่บิดาของภรรยาบังเอิญไปหยิบระเบิดที่เก็บไว้ในแก้วพลาสติกที่ลืมไว้ขึ้นมาและเกิดตกพื้นจนเกิดระเบิดขึ้น

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่าผู้ต้องหาไม่มีเจตนาทำร้ายหรือมุ่งหมายเอาชีวิต แต่ระเบิดที่ทำขึ้นถือเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ต้องดำเนินคดีในข้อหาทำ ประกอบหรือมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดโดยผิดกฏหมาย ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มีโทษจำคุก 2 – 20 ปี หรือ ปรับ 2,000 – 40,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ล่าสุดร้อยเวรสอบสวน สภ.สารภี เร่งดำเนินคดีตามกฏหมาย พร้อมจะขยายผลไปถึงร้านที่จำหน่ายดินระเบิดด้วย เบื้องต้นพบว่าอยู่ย่านสันป่าข่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่

อย่างสวย!! ลายมือทนายส่งถึงตร. วอนลงบันทึกประจำวัน ให้อ่านง่าย ตีความสะดวก

ทนายส่งจดหมายคัดด้วยลายมือ วอนตำรวจเวรลงบันทึกประจำวัน เขียนอ่านง่ายตีความสะดวก ป้องการคลาดเคลื่อนของคดี 

วันนี้ (20 มิ.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘สมชาย รักการดี‘  ได้มีการเผยแพร่ภาพเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นด้วยมือ ลวดลายสวยงามบรรจง โดยอ้างว่าเอกสารฉบับดังกล่าว เป็นข้อความจากทนายร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเขียนบันทึกของแต่ละคดีด้วยลายมือที่สวยงามอ่านออก เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาเมื่อเข้าไปทำการขอคัดสำนวน อีกทั้งจะได้ไม่ทำให้รูปคดีเสียหาย โดยมีข้อความระบุว่า

ลายมือ, ลายไทย, ตำรวจ, ทนาย,

เขียนที่ สำนักงานกฎหมายทนายนิพนธ์ ฮังโยธา
วันที่ 18 มิถนายน 2560
เรื่อง เขียนให้อ่านออกด้วยครับ
เรียน ตำรวจผู้ลงบันทึกประจำวันทั่วประเทศ

เนื่องจากผมประกอบอาชีพเป้นทนายความ จึงมีความจำเป็นต้องติดต่อกับทางราชการบ่อยมาก ในส่วนของคดีอาญา การขอคัดบันทึกประจำวันท่านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ การเขียนของท่านมันอ่านแทบไม่ออก หรือต้องแกะมานั่งตีความอีก ซึ่งอาจผิดเพี้ยนไม่ตรงข้อเท็จจริงได้ 

ดังนั้นจึงขอให้ผู้มีหน้าที่ได้โปรดปฏิรูปการเขียนบันทึกประจำวันของท่านให้ประชาชนและทนายอ่านออกง่ายๆ ด้วยเถิด

จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
จากทนายความ ว่าที่ ร้อยตรีนิพนธ์ ฮังโยธา 

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเขียนข้อความร้องขอดังกล่าว บ้างก็ชื่นชมลายมือสวยดี แต่ถ้าให้มาประดิษฐ์ประดอยแบบดังภาพ เชื่อได้ว่า เจ้าหน้าที่คงไม่ต้องทำอะไรกันแน่ เพราะในแต่วันมีหลายร้อยคดีที่ต้องพบเจอ ขณะที่บางส่วนก็ว่าไม่ต้องให้สวยอย่างที่เห็นแต่พอให้อ่านเข้าใจตามวัตถุของจดหมายที่ส่งมาก็พอ เพื่อความสะดวกรวดเร็วของทั้ง 2 ฝ่าย

ทึ่ง! เมรุสูงสามชั้น มีลิฟท์ บันไดเลื่อน ห้องเย็น 2 เตาเผา

สุดทึ่ง! เมรุวัดดังสร้างสูง 3 ชั้น พร้อมลิฟท์บันไดเลื่อนห้องเย็น มีสองเตาเผา ส่วนยอดเมรุสร้างเป็นปรางค์ครอบไว้อย่างสวยงาม

วันนี้ (20 มิ.ย. 60) มีรายงานว่า ที่ วัดชัยมงคล ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง มีการสร้างเมรุสูงสามชั้น โดยสร้างเป็นศาลาเอนกประสงค์ ชั้นล่างทำเป็นที่ตั้งบำเพ็ญสวดพระอภิธรรมศพ ประตูด้านหน้าศาลาใช้ระบบปิดเปิดอัตโนมัติ พร้อมลิฟท์ที่ให้ขึ้นลงสูงสามชั้น และมีบันไดเลื่อน มีเตาเผาศพปลอดมลพิษจำนวน 2 เตาเผา ส่วนชั้นสามเป็นศาลลาที่ใช้ทำห้องเย็นไว้เก็บศพเพื่อรอการเผา และที่บริเวณยอดเมรุนั้นมีการปรางค์ครอบไว้อย่างสวยงาม

ทั้งนี้ พระครูวิเศษชัยวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล เปิดเผยว่า ศาลาดังกล่าวเป็นศิลปประยุกต์ พื้นที่ใช้สอยแบ่งเป็นชั้นล่างเป็นที่อเนกประสงค์ ชั้นบนใช้เผาศพ ส่วนปล่องเมรุที่มีลักษณะคล้ายพระปรางค์นั้นสร้างขึ้นมาเพื่อลดความน่ากลัวของชาวบ้าน เนื่องจากอยู่ในชุมชน โดยศาลาดังกล่าวเป็นศาลาจัตุรมุขทรงไทยขนาดใหญ่ 2 ชั้น มี 2 จั่วด้วยกัน ด้านล่างเป็นห้องโถงโล่งเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมของพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน มีลิฟต์ และบันไดเลื่อนอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุไปยังชั้น 2 ซึ่งเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลศพ โดยจะติดตั้งเตาเผาศพไร้มลพิษเฮฟวีดิ้วตี

ส่วนภายนอกศาลาตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งเป็นศิลปะประยุกต์ร่วมสมัยสวยงาม และที่จั่วทั้ง 4 ด้านปั้นรูปพระพรหมสยบพระราหู โดยนั่งทับพระราหูไม่ให้แผลงอิทธิฤทธิ์ อีกส่วนหนึ่งปั้นรูปพระพิฆเนศวรรายล้อมด้วยเหล่าทวยเทพ ปล่องเมรุเผาศพที่หุ้มด้วยปูนปั้นลักษณะคล้ายรูปทรงเจดีย์จำลองพระปรางค์ 16 เหลี่ยมย่อมุม สูง 22 เมตรกว้าง 4 เมตร สีขาว มีหน้าต่างสีทอง สามารถมองเห็นความสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นได้แต่ไกล นับเป็นประติมากรรมที่เกี่ยวข้องพระพุทธศาสนาแห่งเดียวในโลก