‘ต๊ะติ้ง โหน่ง’ รับแสดงตลกฟรี แลกเศษอาหารเลี้ยงสุนัขจรจัด กว่า 200 ตัว

ตลกชื่อดัง ‘ต๊ะติ้ง โหน่ง’ แสดงตลกฟรี แลกเศษอาหารนำมาเลี้ยงสุนัขจรจัด กว่า 200 ตัว

วันนี้ (29 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านเลขที่ 47/51 หมู่ 3 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หลังได้รับแจ้งว่ามีตลกชื่อดัง เช่าบ้านเลี้ยงสุนัขกว่า 200 ตัว มานานกว่า 15 ปีแล้ว แถมยังรับรักษาสุนัขที่ไม่สบาย หากเจ้าของไม่มีเงินที่จะรักษาโดยรักษาให้ฟรีอีกด้วย

ทั้งนี้ ตลกคนดังกล่าวคือ นายประพาส สีอ่อน หรือ ต๊ะติ้งโหน่ง อายุ 52 ปี กำลังหยอกล้อเล่นและให้อาหารกับลูกสุนัขที่เลี้ยงไว้ โดยในบ้านมีเนื้อที่ประมาณ 100 ตร.ว. ทุกซอกทุกมุมพบสุนัขอยู่กว่า 200 ตัว บางตัวพิการ บางตัวก็เริ่มอายุมาก โดยทุกตัวไม่แสดงอาการก้าวร้าว

โดย ต๊ะติ้งโหน่ง เปิดเผยว่า ตนได้รับเลี้ยงสุนัขจริง ซึ่งสุนัขส่วนใหญ่ จะเป็นสุนัขจรจัด ที่ไม่มีใครดูแล ตนก็จะรับมาดูแลทำมาแล้วกว่า 15 ปี มีสุนัขที่รับมาดูแลมากกว่า 200 ตัวแล้ว ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำนั้นตนไม่ได้หวังผลตอบแทน หรือต้องการนำสุนัขมาหาเงินเพื่อเลี้ยงตัวเอง เพียงแต่ตนเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงชอบเลี้ยงสุนัข และเมื่อตนได้ลองเลี้ยงดูจึงเกิดความรัก และอยากทำความดีถวายให้แก่ในหลวงของเรา ตนจึงรับเลี้ยงสุนัขที่ทางเจ้าของไม่สามารถเลี้ยงได้จนจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้เมื่อไปแสดงตลกตามสถานที่ต่างๆ ก็มักจะพบเห็นสุนัขที่ถูกทอดทิ้ง เจ็บป่วย พิการ ตนก็จะนำขึ้นรถแล้วนำไปรักษา และเอามาดูแลต่อที่บ้าน จนมีจำนวนมากกว่า 200 ตัวแล้ว ส่วนสุนัขข้างทางที่อยู่กันเป็นฝูง ตนก็จะต้องเดินทางเอาอาหารไปให้ทุกวัน แต่ในตอนนี้รายจ่ายเริ่มมากขึ้น ตนไม่ได้คิดที่จะมาขอรับบริจาคเป็นเงินนะ เพียงอยากแสดงผลงานทางด้านตลกที่เป็นอาชีพของตน แต่ตนรับงานแสดงให้ฟรีๆ ทั่วประเทศขอเพียงเศษอาหารที่เหลือจากโต๊ะจีน หรืองานเลี้ยงเอามาให้สุนัขเพียงเท่านั้น และเวลาแสดงตนก็จะนำเสื้อที่จัดทำขึ้นไปจัดจำหน่าย ในราคาตัวละ 200 บาท เพื่อนำมาเป็นค่ายา ค่ารักษาสุนัขที่ไม่สบาย และอาหารของสุนัขนอกบ้านอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากไปถึงคนที่มีการนำรูปภาพของตนและสุนัข ที่ถ่ายไว้ในเฟซบุ๊ก ไปออกเรี่ยรายหาเงิน ตามงานแสดงต่างๆ โดยอ้างว่าจะนำเงินมาช่วยเหลือสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้นั้น ไม่ต้องทำหรอกเพราะเงินดังกล่าวไม่ได้มาถึงตน เป็นการแอบอ้างเพื่อหากินมากกว่า ซึ่งถ้าใครได้เจอการเรี่ยรายดังกล่าว ให้แจ้งตำรวจจับได้เลยทันที ถ้าคนที่มีจิตศัทธาอยากจะทำบุญจริงๆ ตนขอเพียงข้าวสาร มาม่า และปลากระป๋อง เอามาให้สุนัขกินเท่านี้ก็พอแล้วครับ โดยสามารถติดต่อได้ทางเบอร์โทรศัพท์ 089-4810635 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง    

ปปง. ยึดรถหรู พ่อค้าไม้ชิงชันข้ามชาติ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

ปปง.พร้อมกำลัง จนท.บุกเข้าตรวจยึดรถหรูราคาแพง ของพ่อค้าไม้ชิงชัน  – ให้นำหลักฐานแสดง หากพ้นกำหนดยึดขายทอดตลาด

วันที่ 29 มิถุนายน 2560 พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รอง.ผบช.ภาค.5 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้แถลงข่าวรับมอบทรัพย์สิน จาก นายเจษฎา และ นางอินทุอร ปัญญาแก้ว ตามมติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 9 รายการ พร้อมดอกเบี้ยไว้ชั่วคราว โดยมีกำหนด 90 วันนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับมอบทรัพย์สิน ตามมาตรา 48

โดยคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด ศปทส.ตำรวจภูธรภาค5 ได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน พร้อมของกลางเป็นรถยนต์กระบะ 3 คัน ที่บรรทุกไม้ชิงชันแปรรูป ขนาดต่างๆจำนวน 36 ท่อน จึงได้ทำการสอบสวนขยายผล และเส้นทางการเงิน พบว่าเกี่ยวข้องกับ นายเจษฎา ปัญญาแก้ว อยู่บ้านขามแดง ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ยังพบว่า มีการก่อสร้างบ้านเป็นบ้านทรงไทยหลังใหญ่ มูลค่าหลายล้านบาท และยังพบมีไม้แปรรูปหลายชนิด รวมทั้งไม้ชิงชัน กองอยู่เป็นจำนวนมาก โดยครั้งนั้น นายเจษฎา นำเอกสารการซื้อขาย มาแสดงอย่างถูกต้อง และเจ้าหน้าที่มีการทำงานสืบสวนในทางลับ เกี่ยวกับทรัพย์สินกันมาอย่างต่อเนื่อง และมีการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม จึงมีมติให้ยึดทรัพย์ เป็นรถยนต์หรูราคาแพง รถจักรยานยนต์ รวมทั้งหมด 9 คัน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

ทางด้าน พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รอง ผบช.ภ5 ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบรถของกลาง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ในการยึดทรัพย์ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาท เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ขยายผล ขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ ว่าตัว นายเจษฎา เองเป็นนายทุนมีเงินหมุนเวียนเกี่ยวข้อง กับขบวนการค้าไม้ชิงชัน ไม้พะยุง

หลังจากนี้หากเจ้าหน้าที่พบ ทรัพย์สินซึ่งไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ก็จะทำการยึดทรัพย์อีก พร้อมทั้งฝากเตือน ขบวนการตัดไม้ทำลายป่า และค้าไม้ข้ามชาติ ว่าเจ้าหน้าที่ทางภาครัฐจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย โดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

สำหรับตัว นายเจษฎา สามารถนำบัญชีที่มาของรถไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ปปง. ภายใน 90 วันซึ่งหากไม่นำบัญชีไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกยึดและขายทอดตลาด และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย

สกัดจับ!! แก๊งลักลอบขนยาบ้าจำนวนมากถึง ” 8 กระสอบ “

จนท.สนธิกำลังสกัดจับผู้ต้องหาลักลอบขนยาบ้า 8 กระสอบจาก เชียงราย – กรุงเทพฯ 

วันนี้ (29 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด่านตรวจร่วมเพื่อความมั่นคงพยุหะคีรี (ป.4 พัน.4) สนธิกำลังกับ ตร.บช.ปส. ร่วมกันจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติด โดยสามารถสกัดจับผู้ลักลอบขนยาบ้าได้เป็นจำนวนมาก

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 28 มิถุนายน ทางด่านตรวจร่วมเพื่อความมั่นคงพยุหะคีรี (ป.4พัน.4) ร่วมกับ ตร.บช.ปส. ทำการตั้งด่านตรวจ เพื่อตรวจค้นรถเป้าหมาย เนื่องจากได้รับการประสานงานจาก บก.สกัดกั้น บช.ปส. ว่ามีรถเป้าหมาย 2 คัน ลำเลียงยาเสพติดจาก จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ผ่าน จ.นครสวรรค์ มุ่งหน้าไปยัง กรุงเทพฯ

หลังได้รับแจ้ง จึงได้ทำการตั้งด่านฯ และส่ง ชป.ร่วมทหาร – ตำรวจ ออกลาดตระเวนตรวจตามเส้นทางบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน ก่อนจะถึงด่านตรวจฯ จนกระทั่ง เมื่อเวลา 22.50 น. ได้ตรวจพบรถเป้าหมาย ยี่ห้อ มาสด้า หมายเลขทะเบียน บษ 5303 พิษณุโลก จอดใกล้ ศูนย์โตโยต้าเขาทอง บริเวณร้านขายของเก่า ในเขตพื้นที่ อ.พยุหะคีรี เป็นเวลานานผิดปกติ  จึงได้จัดกำลังร่วมเข้าตรวจค้น

ผลปรากฏว่า พบของกลางยาบ้า จำนวน 8 กระสอบปุ๋ย ไม่ทราบจำนวนเม็ด และผู้ต้องหาชาย 2 คน คือ “นายพิเชษฐ เฮ่อทองเพชร” อายุ 33 ปี และ “นายพิจิตร แซ่เฮ่อ” อายุ 22 ปี จึงนำตัวมา ณ ด่านฯพยุหะคีรี เพื่อสอบสวนขยายผลการจับกุมเพิ่มเติม ก่อนจะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.