กลุ่มผู้เสียหาย ร้อง DSI ถูกโกงในรูปแบบแชร์ทองคำ เสียหายกว่า 2,000 ล้าน

กลุ่มผู้เสียหาย ร้อง DSI ถูกบริษัทแห่งหนึ่งโกงในรูปแบบแชร์ทองคำ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท

วันนี้ (19 มิ.ย. 60) กลุ่มผู้เสียหาย ได้เดินทางมาร้องเรียนและติดตามความคืบหน้า หลังถูกบริษัทแห่งหนึ่งโกงในรูปแบบแชร์ทองคำ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท มีผู้เสียหายนับ 1,000 คน แต่เข้าร้องเรียนเพียง 200 กว่าคน ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถ.แจ้งวัฒนะ เนื่องจากบางคนไม่รู้ว่า DSI รับเรื่องร้องเรียน และกลัวกลุ่มผู้มีอิทธิพล เพราะคู่กรณีอยู่ใรสมาคมค้าทองคำ

ทั้งนี้ รูปแบบการโกงเป็นแบบการซื้อขายทองคำ 96.5 เพื่อทำกำไร เมื่อได้กำไรแล้ว เซลล์จะชักชวนให้ซื้อขายทองคำ 99.9 เมื่อเหยื่อตกลงซื้อ ทางบริษัทก็จะบอกว่าได้ทำการซื้อให้แล้วจากต่างประเทศ และได้หลักฐานการซื้อเป็นเพียงกระดาษที่ให้ผู้เสียหายเซ็นชื่อเท่านั้น แต่พอทำการตรวจสอบกลับพบว่า ไม่มีการซื้อขายจริงๆ และเมื่อต้องการขอรับทองคำ จะอ้างว่าให้ฝากไว้กับบริษัทปลอดภัยกว่า

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการอายัดตู้นิรภัยของบริษัทดังกล่าว และส่งเรื่องให้ทาง ปปง. ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงให้ทางกรมศุลกากร ตรวจสอบว่า บริษัทได้นำเข้าทองคำในช่วงเวลาเกิดเหตุเท่าไหร่ พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบางรายอาศัยอยู่ต่างจังหวัด

ฮือฮา! ลูกวัดพบเงาพระธาตุกลับหัว – เตรียมจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่

​พระลูกวัดไปบวชได้ 2 เดือน เข้าไปทำความสะอาดในห้องเก็บของ ปรากฏว่าพบ เงาพระธาตุกลับหัวอยู่ในห้อง ล่าสุดเจ้าอาวาสเตรียมจัดทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ศักดิ์สิทธิแล้ว

วันที่ 19 มิถุนายน 2560  ผู้สื่อข่าว MThai ได้รับรายงานว่า ที่  “วัดบ้านแป้น”  เลขที่ 33 ม.1 บ้าน แป้นเหนือ บนถนน สายแจ้ห่ม – ลำปาง ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง  มีพระลูกวัดคือ “พระอุกกิจ อธิจิตโต” หลังพระอุกฤต ได้เข้าไป พบเงาพระธาตุกลับหัวโดยบังเอิญ

โดยระบุว่า หลังจากที่ได้เข้ามาบวชที่วัดแห่งหนี้ได้เพียง 2 เดือน  ก็ได้เข้าไปทำความสะอาดในห้องเก็บของที่อยู่บริเวณด้านหลังขององค์พระธาตุที่อยู่ภายในวัด ซึ่งห้องดังกล่าวนั้นเป็นห้องมืด และได้พบกับเงาขององค์พระธาตุเป็นเงาพระธาตุกลับหัว และเป็นเงาภาพสีสะท้อนภาพผ่านมุ้งลวดในห้อง โดยด้านนอกมุ้งลวดก็มีหน้าต่างไม้ปิดอยู่ หลังที่หน้าต่างไม้มีรูตาไม้ เจาะทิ้งไว้แต่ใหญ่ไม่มาก เห็นยังไม่ค่อยชัดนัก จึงได้นำเรื่องดังกล่าว ไปบอกให้กับท่านเจ้าอาวาสของวัด

หลังจากสอบถาม “พระครูวิธาน สาธุกิจ” เจ้าอาวาสวัดบ้านแป้น ก็ได้ช่วยกันขนของออกจากห้องเก็บของ และได้ไปหากรอบไม้ ที่มีผ้าขาวบาง  นำไปวางไว้บริเวณกลางห้อง และขยายรูตาไม้ให้ใหญ่ขึ้นมาอีกเพื่อให้มองเห็นเงาของพระธาตุที่สะท้อนลงบนพื้นผ้าได้อย่างชัดเจนขึ้น

เมื่อประชาชนทราบข่าว ก็เริ่มพากันเข้ามาดูความแปลกประหลาดและอัศจรรย์ ของเงาพระธาตุกลับหัว  ของวัดบ้านแป้นอย่าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ของเงาพระธาตุกลับหัวนี้  เกิดจากความหักเหของแสงข้างนอกขององค์พระธาตุภายในวัดเท่านั้น

ด้าน พระครูวิธาน สาธุกิจ เจ้าอาวาส วัดบ้านแป้น ระบุว่า เรื่องดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง และจากนี้จะทำเป็นสถานที่กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์  และจัดทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับศรัทธาประชาชนต่อไป

ออกหมายจับ! “สมเกียรติ” เบี้ยวฟังคำพิพากษา คดีแกนนำพธม. บุกทำเนียบ

ออกหมายจับ! “สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์” เบี้ยวฟังคำพิพากษา คดีแกนนำพธม. บุกทำเนียบ  เลื่อนเป็น 24 ก.ค.นี้

เมื่อเวลา 9.00 น. วันนี้ 19 มิ.ย. 60 ที่ศาลอาญา รัชดา ศาลนัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ คดี พธม.บุกทำเนียบ ที่อัยการ ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ,นายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายพิภพ ธงไชย ,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา ร่วมกันบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ กรณี 25 พ.ค.51 จำเลยปราศรัยชักชวนให้ ปชช.กดดันรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ลาออก โดยคดีนี้ทางศาลชั้นต้น จำคุกจำเลยคนละ 2 ปี

โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายจำเลยเดินทางมีเพียง 5 คนเท่านั้น ยกเว้นนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายของจำเลยเผยว่านายสมเกียรติแจ้งว่าป่วย และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ใน จ.สุราษฎร์ธานี จึงไม่สามารถเดินทางมาได้ โดยส่งใบรับรองแพทย์มาทางแอฟพลิเคชั่นไลน์แต่ภาพไม่ชัด และไม่ได้นำแพทย์มาร่วมไตร่สวนกับทางศาล เบื้องต้นศาลจึงพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยจงใจหลบหนีการรับฟังพิพากษาคดี จึงออกหมายจับ พร้อมเลื่อนพิพากษาคดีเป็นวันที่ 24 ก.ค.60 เวลา 9.00 น.