วิกฤต “อูเบอร์” ปรับองค์กรครั้งใหญ่ หลังข่าวฉาว

“อูเบอร์” ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ “ทราวิส คาลานิคส์” ซีอีโอ ประกาศลางาน ในจังหวะที่องค์กรกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน หลังพบหลักฐานพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในองค์กร และมีพนักงานถูกไล่ออก 20 คน

บริษัทอูเบอร์ ผู้ให้บริการรถยนต์โดยสารรายใหญ่ในสหรัฐฯ และมีธุรกิจอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก กำลังเผชิญวิกฤตหนัก ต้องปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

นายทราวิส คาลานิคส์ ซีอีโอของบริษัทอูเบอร์ ได้แจ้งต่อพนักงานในบริษัทผ่านทางอีเมลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขาลางาน เนื่องจากกำลังโศกเศร้าที่เพิ่งสูญเสียแม่ไป จากอุบัติเหตุทางเรือ พร้อมทั้งระบุว่า เขารับผิดชอบต่อสถานการณ์ของบริษัทในปัจจุบัน และเขาจำเป็นต้องเป็นผู้นำที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ เขาไม่ได้ระบุว่า จะลางานเป็นเวลานานเท่าใด

อย่างไรก็ตาม อีเมลลางานของนายคาลานิคส์ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับ บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ชื่อ “โควิงตัน แอนด์ เบอร์ลิง แอลแอลพี” ซึ่งเป็นของนายเอริค โฮลเดอร์ อดีตรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ได้ให้คำปรึกษาหลายข้อกับบริษัทอูเบอร์ หลังจากเข้ามาตรวจสอบองค์กรเป็นเวลาหลายเดือน และพบว่า อูเบอร์ต้องปรับปรุงวัฒนธรรมขององค์กรที่เป็นพิษ หลังพบกรณีล่วงละเมิดทางเพศในองค์กร และกรณีกลั่นแกล้งที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว อูเบอร์ได้ประกาศไล่พนักงานออก จำนวน 20 คน หลังจากตรวจสอบพบว่า พวกเขามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ และพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่นๆ ที่ผู้ใช้บริการร้องเรียน

ด้านรอยเตอร์ส รายงานว่า ก่อนที่นายคารานิคส์ จะลางาน ได้มีการประชุมบอร์ดบริหารอูเบอร์ และมีการเรียกร้องให้นายคาลานิคส์ ลดอำนาจบริหารลง พร้อมๆ กับการควบคุมการใช้จ่ายของบริษัทที่สูงเกินไป และปรับเปลี่ยนงานฝ่ายบุคคลขององค์กร รวมไปถึงพฤติกรรมของพนักงานระดับผู้จัดการจำนวนมาก

ทั้งนี้ ข่าวการลางานของนายคาลานิคส์ เกิดขึ้นในวันเดียวกับข่าวฉาวอีกกรณีคือ นายเดวิด บอนเดอร์ หนึ่งในบอร์ดของอูเบอร์ ได้ประกาศลาออก หลังจากเขาโดนวิจารณ์เกี่ยวกับความเห็นของเขาในระหว่างการประชุมบอร์ดที่พูดเหยียดผู้หญิง

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการประชุมบอร์ด ขณะที่สมาชิกกำลังถกกันถึงประเด็นการปรับปรุงภาพลักษณ์องค์กรให้ดีขึ้น หลังกรณีข่าวการล่วงละเมิดทางเพศภายในองค์กร

โดย ระหว่างที่ แอเรียนา ฮัฟฟิงตัน นักธุรกิจหญิง ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการสำนักข่าวฮัฟฟิงตัน โพสต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบอร์ดอูเบอร์ เสนอว่า หนึ่งในทางแก้ปัญหาองค์กรอูเบอร์คือ ต้องแจ้งให้พนักงานทราบถึงความสำคัญของบอร์ดบริหารองค์กรที่มีความหลากหลาย เพราะมีผู้หญิงอยู่ด้วย และในจังหวะนั้น นายบอนเดอร์ ก็แทรกขึ้นมาว่า ถ้ามีผู้หญิงมากขึ้น ผลลัพธ์ก็มีแต่จะต้องพูดกันมากขึ้น
อีก โดยหลังจาก การประชุมดังกล่าว นายบอนเดอร์ ได้ส่งอีเมลเพื่อขอโทษต่อพนักงานอูเบอร์ และประกาศลาออก

ทั้งนี้ กรณีล่วงละเมิดทางเพศในองค์กรอูเบอร์ เริ่มต้นขึ้นหลังจากอดีตพนักงานอูเบอร์ได้เขียนบล็อกเล่าเรื่องการถูกล่วงละเมิดจากผู้จัดการของเธอ ในวันแรกที่เธอทำงานกับทีมวิศวกรของอูเบอร์ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเธอระบุว่า เธอได้รายงานเรื่องนี้กับฝ่ายบุคคลอูเบอร์ แต่ผู้จัดการของเธอก็ไม่ได้รับการลงโทษใดๆ เนื่องจากเหตุผลว่า เขามีความสามารถในการทำงานที่ดีมาก

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างองค์กรอูเบอร์จะมีให้เห็นอีกในอนาคต เนื่องจาก วอลล์ สตรีท เจอร์นัล และ บลูมเบิร์ก รายงานว่า อูเบอร์กำลังจะแต่งตั้ง นางหวาน หลิง มาร์เทลโล ผู้บริหารหญิงจากบริษัทเนสเล่ มานั่งในตำแหน่งบอร์ดบริหารอูเบอร์ด้วย

แฉขบวนการ หลอกขอรับบริจาคช่วยหมา-แมว เอาเงินเข้าบัญชีส่วนตัว

พบมีผู้แอบอ้างทำเฟซบุ๊กปลอม ขโมยภาพสุนัขและแมวที่ป่วย สวมรอยรับบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว

ทีมข่าว MONO 29 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของเพจรักหมา และกลุ่มจิตอาสาที่ขอรับการช่วยเหลือสุนัขและแมวที่เจ็บป่วยว่า มีผู้แอบอ้างทำเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา โดยขโมยภาพสุนัขและแมวที่ป่วยไปสวมรอยรับบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งทำมานานแล้ว

ก่อนหน้ามีพระสงฆ์ในวัดย่านบางบอนรูปหนึ่ง นำภาพสุนัขชื่อเจ้าสโนว์ ช่วงที่ป่วยเป็นพยาธิในตับ ลงประกาศขอรับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และปิดรับบริจาคไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมันหายดีแล้ว แต่เจ้าสโนว์ กลับมาปรากฏอีกครั้งบนเฟซบุ๊ก ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นการสร้างปลอมขึ้นมา ระบุว่า สุนัขตัวนี้อยู่จังหวัดหนองคาย เป็นการโพสต์ของรับบริจาคการช่วยเหลือเช่นกัน ลงวันที่ 6 มิถุนายน

นี่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก โดยพระเจ้าของสุนัขบอกว่า ถูกเอาภาพสุนัขที่ตัวเองทำโครงการช่วยเหลือไว้ ไปขอรับบริจาคซ้อนหลายครั้งเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า มีการทำเป็นกลุ่ม 3 คน ที่จะสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา โดยขโมยภาพบุคคลที่หน้าตาดี ขึ้นรูปโปรไฟล์ หรือแม้แต่เอาโลโก้ของโรงพยาบาลสัตว์มาใช้แอบอ้าง ก่อนจะขโมยภาพสุนัขและแมวที่เจ็บป่วยจริงจากกลุ่มจิตอาสาตัวจริง มาโพสต์ต่อ แต่ระบุเลขที่บัญชีตัวเอง โดยเรื่องถูกเปิดโปงขึ้นหลังกลุ่มนี้เข้าไปโพสต์ในเพจกลุ่มรักหมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ทีมข่าวพบการเคลื่อนไหวของแก๊งนี้ โดยเปลี่ยนชื่อและรูปโปรไฟล์เป็นอีกคน เข้าไปโพสต์ในเพจ หมามะเร็ง ซึ่งทางเพจก็ตรวจพบและทำการแจ้งเตือนแล้ว ซึ่งสัปดาห์หน้ากลุ่มผู้เสียหายจะรวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจปอท. ที่ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

สคบ.-ป.ป.ส. ตรวจผับสมุทรปราการ พบบารากู่ยาบ้าเกลื่อนร้าน

สคบ.ประสานทหาร -ปปส. ตรวจจับบารากู่ ผับใหญ่กลางเมืองสมุทรปราการ พบบารากู่และยาเสพติดกระจายเกลื่อนร้าน

เจ้าหน้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในขณะกำลังให้บริการบารากู่แก่ลูกค้าและนักท่องเที่ยว โดยปฏิบัติการครั้งนี้ได้สบทบกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร , ป.ป.ส. ภาค1 เข้าตรวจค้นและยึดของกลาง ภายหลังจากสืบทราบว่าร้านดังกล่าว แอบลอบให้บริการและจำหน่ายบารากู่

ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุม มีนักเที่ยวแตกตื่นวิ่งหลบหนีการจับกุมออกจากร้าน กว่า 200 คน และได้ตรวจพบของกลางเป็นเตาบารากู่ (ขณะให้บริการ) 23 เตา สายดูดบารากู่พร้อมหัวดูด 13 ชิ้น ถ้วยใส่บารากู่พร้อมยาบารากู่ 31 ชิ้น ตัวยาบารากู่ 52 ถุง ใบเสร็จแสดงหลักฐานการให้บริการบารากู่ 15 ใบ และอุปกรณ์ของกลางอื่น ๆ อีกจำนวน 139 รายการ ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่มีคำสั่งห้ามขาย ห้ามให้บริการบารากู่ โดยผู้ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว หากเป็นผู้ขาย ผู้ให้บริการ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ผู้ผลิต ผู้สั่งหรือนำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหลังจากนี้ จะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากบารากู่แล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบสิ่งคล้ายยาเสพติด เช่น ซองใสบรรจุสิ่งคล้ายยาไอซ์ ซองใสบรรจุสิ่งคล้ายยาคีตามีน(ชนิดผง) ตกทั่วบริเวณภายในร้านและพื้นห้องน้ำ กว่า 50 ซอง ซึ่งกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป