งานดี ! หนุ่มหล่อขับบีเอ็มพลิกคว่ำ สาวๆแห่ให้กำลังใจ เปิดวาร์ปเฟซบุ๊ก-IG

แชร์สนั่น ลูกชายนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบสุดหล่อ ขับรถบีเอ็มดับบลิวพลิกคว่ำแต่กลายเป็นคนดังในโลกโซเชียล

เพจเฟซบุ๊ก คนข่าวบางประกง โพสต์ภาพข่าว พร้อมระบุข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ที่กำลังเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีที่นายธธีร์ทัย บุญบรรเจิดกิตติ์ อายุ 22 ปี ขับรถเก๋ง บีเอ็มดับบลิว 320 สีดำ ทะเบียน ฆภ 9000 กรุงเทพมหานคร ชนป้ายบอกทาง จนกระทั่งพลิกคว่ำ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่โชคดีคาดเข็มขัดบาดเจ็บเล็กน้อยบนถนนมอเตอร์เวย์ ขาเข้าชลบุรี กม.41+500 หมู่10 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

โดยโลกโซเชียลได้ให้ความสนใจต่อกรณีดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนขับรถบีเอ็มดับบลิว คันดังกล่าว มีหน้าตาหล่อเหลา จึงมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพศหญิง เข้ามาให้กำลังใจ พร้อมทั้งค้นหาช่องทางในการติดต่อนายธธีร์ทัยบนโลกออนไลน์ ทั้งโปรไฟล์เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ส่วนบางกระแสก็กล่าวถึงความปลอดภัยของรถ ที่แม้จะมีสภาพพังยับเยิน แต่คนขับกลับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย รวมไปถึงประเด็นเรื่องดวงของคนขับที่นับว่าโชคดีที่รถคว่ำขนาดนี้ แต่กลับไม่เป็นอะไรมาก และมีการเข้ามาสอบถามเชิงขบขันว่า นายธธีร์ทัยห้อยพระรุ่นไหนถึงได้เคราะห์ดีเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม มีการสิบทราบว่า นายธธีร์ทัย ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นถึงลูกชายนายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ

ขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก คนข่าวบางปะกง

สยอง !พบโครงกระดูกปริศนาในสวนปาล์มที่พัทลุง คาดถูกฆ่าตาย

พบศพเหลือแต่กระดูก คาด ถูกฆ่าทิ้งในสวนปาล์มพัทลุง ไม่สามารถระบุเพศ อายุ ของผู้ตายได้ พื้นที่ สภ.ป่าบอน
ร.ต.อ.ณัฐพร ช่วยนุกูล ร้อยเวร สภ.ป่าบอนพัทลุง รับแจ้งจากญาตินายสุชาติ นวลสุวรรณ์ อายุ54 ปี ที่กำลังออกตามหา โดยนายสุชาติได้หายไปเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา ซึ่งญาติได้ตามหาตามบริเวณป่าละเมาะ และในสวนปาล์มน้ำมัน บริเวณใกล้หมู่บ้าน จนล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่าน ได้พบกองกระดูกซากศพที่เสียชีวิตมาแล้วไม่ตำกว่า 2 สัปดาห์ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพร้อมกับแพทย์เวร รพ.ป่าบอน และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานพัทลุง ในที่พบโครงกระดูกกลางสวนปาล์มน้ำมันอายุ 3 ปี ตรงระหว่างร่องใต้พงหญ้า เจ้าหน้าที่พบศพไม่สามารถระบุเพศ อายุ ของผู้ตายได้ และไม่พบร่องรอยอะไรทั้งสิ้น พร้อมทั้งที่ซากศพไม่มีเสื้อผ้าที่พอจะเป็นหลักฐานได้ว่าเป็นใคร โดยคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า15 วัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บส่วนกระดูกส่งไปเก็บดีเอ็นเอ ยังโรงพยาบาลอีกครั้ง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าศพดังกล่าวน่าจะถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ่งไว้ในสวนปาล์มน้ำมัน โดยเอาเสื้อผ้าชุดสวมใส่ออกเพื่อปิดบังอำพราง

ส่วนนายสุชาติ นวลสุวรรณ์ อายุ 54 ปี ที่ญาติกำลังออกตามหาและหายตัวไปนานกว่า 5 วัน ญาติเดินทางมาดูแล้วไม่สามารถพิสูจน์ได้ และคาดว่าน่าจะคนละคนกันกับซากศพที่พบดังกล่าว ด้วยระยะเวลาที่หายไปของนายสุชาติ และซากศพที่พบระยะเวลานั้นห่างกันเป็นสัปดาห์

เซ็นเเล้ว! รถไฟฟ้ารางเดี่ยวสองสายแรกของประเทศไทย

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีลงนาม “โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง” 

วันนี้ 16 มิ.ย. 60 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีลงนาม “โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง” มี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ (กลยุทธ์และแผน) รักษาการแทนผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้า สายสีชมพูและสายสีเหลืองตามที่คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 เสนอ โดยมีกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีระยะทางประมาณ 34.5 กิโลเมตร มีสถานีรวม 30 สถานี กรอบวงเงินลงทุน 46,643 ล้านบาท ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีระยะทางประมาณ 30.4 กิโลเมตร มีสถานีรวม 23 สถานี กรอบวงเงิน ลงทุน 45,797 ล้านบาท

ทั้ง 2 โครงการเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคล่อมราง (Straddle Monorail) เป็นโครงสร้างยกระดับตลอดสาย มีทางเดินสำหรับการอพยพกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (Emergency Walkway) ตลอดทาง แนวเส้นทางเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (Feeder Line) ที่จะกระจายความหนาแน่นของกิจกรรมเมือง และเชื่อมโยงการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชนหลัก (Main Line) เป็นโครงข่ายอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้คาดว่าทั้ง 2 โครงการจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2563