กรุงไทยปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว 17 มิ.ย.

ธนาคารกรุงไทย ปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว 17 มิ.ย.นี้ ระหว่าง 00.01 – 04.30 น. เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบงาน

ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ธนาคารกำหนดปิดระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว ในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายนนี้ ระหว่างเวลา 00.01-04.30 น. เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบงาน ส่งผลให้ลูกค้าจะไม่สามารถใช้บริการระบบงาน KTB corporate Online และระบบงาน KTB netbank ในส่วนของบริการ Payment และ Pay Save สำหรับบริการอื่นๆ สามารถใช้บริการได้ตามปกติ ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวก สอบถามเพิ่มเติมที่ KTB Call Center หมายเลข 02 111 1111

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญา ข้าราชการสังกัด ปปง. และกองทัพเรือ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญา ข้าราชการสังกัด ปปง. และกองทัพเรือ

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลทางวินัยและอาญา ข้าราชการสังกัดสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองทัพเรือ และให้ส่งรายงานการไต่สวนไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อลงโทษทางวินัย และอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา แล้วแต่กรณีต่อไป ดังนี้

1. เรื่องกล่าวหานายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายอเนก ใจพยุงตน กรณีร่วมกันเรียกเงิน จำนวน 20 ล้านบาท จากนายเกษม กลั่นยิ่ง และนายสุรเดช พรหมโชติ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ถูกตรวจสอบทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนในการช่วยเหลือทางคดีเกี่ยวกับการถอนอายัดทรัพย์สิน

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สำนักงาน ปปง. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้นายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคดี 2 เป็นหัวหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน กรณีนายเกษม กลั่นยิ่ง และนายสุรเดช พรหมโชติ ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา สกสค. กับพวก มีพฤติการณ์ทุจริตเงินกองทุนของ สกสค.

ปรากฏว่าหลังจากที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวแล้ว เมื่อประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2558 นายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ และนายอเนก ใจพยุงตน ซึ่งเป็นราษฎร ได้ร่วมกันเรียกเงิน จำนวน 20 ล้านบาท จากนายเกษม กลั่นยิ่ง และ นายสุรเดช พรหมโชติ เพื่อเป็นการตอบแทนในการช่วยเหลือทางคดีเกี่ยวกับการถอนอายัดทรัพย์สิน จากนั้นมีการส่งมอบเงินให้นายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ และนายอเนก ใจพยุงตน รวม 3 ครั้งๆ ละ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6 ล้านบาท ครั้งที่ 1 เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2558 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2558 ตามลำดับ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงมีมติว่านายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ มีมูลความผิดทางวินัย อย่างร้ายแรงและมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายหรือกฎ ข้อบังคับ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 103 กรรมหนึ่ง

และมีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับของทางราชการ กระทำโดยประการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ให้ผู้อื่นรู้ความลับนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 164 และฐานรู้หรืออาจรู้ความลับในราชการเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นรู้หรืออาจรู้ความลับดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 66 อีกกรรมหนึ่ง โดยมีนายอเนก ใจพยุงตน ซึ่งเป็นราษฎร เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว

2. เรื่องกล่าวหา นาวาเอกอัชฌบูรณ์ เซ็นพานิช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการเรือหลวงสิมิลัน กับพวก กรณีเบียดบังน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซลหมุนเร็วของเรือหลวงสิมิลันไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น หรือยอมให้ผู้อื่นเอาน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไป เป็นเหตุให้น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซลหมุนเร็วของเรือหลวงสิมิลันขาดบัญชีจำนวน 305.294 กิโลลิตร คิดเป็นเงินจำนวน 4,350,439.50 บาท

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่านาวาเอกอัชฌบูรณ์ เซ็นพานิช ได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซลหมุนเร็วจากถังระวางบรรทุกหลายกรณี ได้แก่ จ่ายไปยังแผนกอื่น จ่ายเป็นสวัสดิการ แก่กำลังพลประจำเรือ จ่ายให้การสนับสนุนเรืออื่น จ่ายให้หน่วยงานอื่นในสังกัดกองทัพเรือ หน่วยงานอื่นนอกสังกัด และจ่ายสนับสนุนนักกีฬาในการฝึกซ้อม โดยไม่มีอำนาจ และรายงานสถานภาพน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลังในถังระวางบรรทุก เป็นเท็จ ทั้งที่ทราบว่าสถานภาพน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลังที่แท้จริงมีจำนวนน้อยกว่าที่รายงาน

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงมีมติว่านาวาเอกอัชฌบูรณ์ เซ็นพานิช มีมูลความผิด ทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

กรุงไทย ปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว 17 มิ.ย. นี้

กรุงไทย ปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว 17 มิ.ย.นี้ ระหว่าง 00.01 – 04.30 น. เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบงาน

ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ธนาคารกำหนดปิดระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว ในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายนนี้ ระหว่างเวลา 00.01-04.30 น. เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานส่งผลให้ลูกค้าจะไม่สามารถใช้บริการระบบงาน KTB corporate Online และระบบงาน KTB netbank

สำหรับในส่วนของบริการ Payment และ Pay Save สำหรับบริการอื่นๆ สามารถใช้บริการได้ตามปกติ ทั้งนี้ ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวก ซึ่งหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ KTB Call Center หมายเลข 02 111 1111