‘ทองขึ้น 50 บาท ส่วนทองรูปพรรณ วันนี้ขาย 20,900 บาท’

ราคาทองปรับขึ้นบาทละ 50 บาท โดยราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ19,935.40  บาท ขายออกบาทละ 20,900.00บาท 

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง  ประจำวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ซึ่งปรับขึ้นบาทละ 50 บาท เมื่อเทียบกับราคาวานนี้

โดยราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,935.40  บาท ขายออกบาทละ 20,900.00บาท

ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,300.00  บาท ขายออกบาทละ 20,400.00  บาท

2 สาวโดดทัวร์เกาหลีใต้ ยังไม่กลับ ขอทำงานใช้หนี้ก่อน

สาวโดดทัวร์เกาหลี ไม่ยอมกลับ ขอทำงาน 3 เดือน หาเงินใช้หนี้พ่อต้องขายวัว กู้หนี้นอกระบบ

ความคืบหน้ากรณีที่มีนักท่องเที่ยวไทย 2 คน หนีทัวร์ขณะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ คือ น.ส.ยุพิน จันทะแสน อายุ 34 ปี และ น.ส.ชุติมา เรืองภัทรเวช อายุ 32 ปีจนทำให้ไกด์นำเที่ยวต้องออกมาโพสต์เรียกร้องให้กลับประเทศเพราะผิดกฎหมายและเสี่ยงถูกทางการเกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คนจะติดต่อกลับมาเพื่อร้องขอให้ช่วยเหลือกลับไทยตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า ทั้ง 2 คน ได้ติดต่อกลับมาอีกครั้ง โดยคราวนี้พวกเขาได้ติดต่อทางเพื่อนสนิท ว่า ยังไม่ขอกลับไทยในช่วงนี้ และจะขอทำงานที่เกาหลีใต้สัก 3 เดือนก่อน เพื่อได้เงินสักก้อนกลับบ้านไปด้วย เพราะต้องนำเงินไปใช้หนี้ที่พ่อขายวัวและกู้เงินนอกระบบเป็นค่าเครื่องบินมาให้ ซึ่งในตรงนี้พวกเขาอยากถามกลับไปยังไกด์นำเที่ยวได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ขอให้ติดต่อกลับมาอีกครั้ง ว่าจะตัดสินอย่างไรต่อไป

ขณะที่ นางวนิดา จารีย์ จัดหางานจังหวัดอุดรธานี ได้ออกมาย้ำเตือนประชาชนที่อยากไปทำงานประเทศเกาหลีว่า ระวังอย่าโดนหลอก เพราะตอนนี้ในโซเซียลมีการโพสต์ให้ไปทำงานเกาหลี บ้างก็บอกว่า มีงานร้าน โรงงาน สวน เงินเดือนดี ซึ่งจริงๆ แล้วการไปทำงานอย่างผิดกฎหมายมีปัญหามากมายทั้งเวลาทำงานต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่มีเวลาพักผ่อน เดือนหนึ่งหยุดให้แค่ 2 วันคือเขาทำงานกันจริงๆ หากเจ็บป่วยก็ไม่สามารถเข้าไปรักษารพ.ของรัฐที่นั่นได้ ต้องหายามาซื้อกันเอง หากเจอนายจ้างโหดก็ต้องฝืนทำงานต่อไป หรือหากต้องการไปหาหมอ ต้องไปหาหมอในคริสจักรที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อมูลข่าวจาก matichon tv

ศาลอาญา สั่งห้ามไลฟ์สด-ห้ามถ่ายติดโซ่ตรวน ชี้ เข้าข่ายละเมิดสิทธิ

ศาลอาญา แจงข้อกำหนดถ่ายภาพทำข่าว ย้ำ ห้ามไลฟ์สด-ห้ามถ่ายติดโซ่ตรวน ชี้ เบลอหน้าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าวแต่ละองค์กร

นายเจริญวิทย์ เกื้อทิพย์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา นายมนตรี รัตนทวีโสภณ เลขานุการศาลอาญา และ นายเจตสิริ อังศุพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และสื่อมวลชนโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์หลายสำนัก สรุปแนวทางและข้อปฏิบัติในการถ่ายภาพทำข่าวบริเวณห้องคุมขังศาลอาญา

ได้ข้อสรุป คือ ศาลจะอนุญาตให้ถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวตามปกติ รวมทั้งป้ายชื่อศาลสามารถถ่ายได้ แต่ในส่วนที่เป็นบัลลังก์ห้องพิจารณาคดี ศาลจะไม่อนุญาตให้ถ่ายนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว ส่วนการถ่ายภาพบริเวณด้านหลังศาลอาญานั้น การถ่ายภาพจะต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นจะไม่อนุญาตให้ถ่าย ยกเว้นกรณีเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น คดีที่มีการนำตัวผู้ต้องหามาฝากขัง ซึ่งศาลและผู้สื่อข่าวก็ไม่ทราบล่วงหน้า จะอนุญาตให้ถ่ายภาพล่วงหน้าได้ แต่ต้องไปยื่นขออนุญาตในภายหลัง

ส่วนบริเวณด้านหลังศาลที่อนุญาตให้ถ่ายรูป จะอนุญาตให้เฉพาะสื่อที่มีรายชื่อขออนุญาตเท่านั้น จะกำหนดจุดเป็นพื้นที่บริเวณหน้าทางเข้าห้องควบคุมด้านหลังศาล และบริเวณทางเดินด้านในที่จัดพื้นที่ไว้ให้รวม 2 จุด ซึ่งศาลจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประสานกับผู้สื่อข่าวว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยอนุญาตจะให้ถ่ายภาพหรือไม่ ถ้าหากผู้ต้องหาหรือจำเลยอนุญาตก็สามารถถ่ายได้ หากจำเลยหรือผู้ต้องหาไม่อนุญาตก็ไม่สามารถถ่ายได้เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิ

ทั้งนี้ อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่ระดับหน้าอกและใบหน้าของผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือหากจะมีการเบลอใบหน้าผู้ต้องหาหรือจำเลยก็จะเป็นการทำเพราะการถ่ายภาพทำข่าว ไม่ใช่การประจานผู้ต้องหาหรือจำเลยในลักษณะเหยียดหยาม แต่ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าวและแต่ละองค์กร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามถ่ายภาพที่ติดเครื่องพันธนาการ กรงขัง โซ่ตรวน กุญแจมือหรือกำไลข้อมือ และไม่ให้เห็นใบหน้าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หรือตำรวจขณะการควบคุมตัว แต่หากถ่ายภาพติดเจ้าหน้าที่ด้วยความจำเป็นก็อาจจะใช้วิธีการเบลอภาพได้ ส่วนการถ่ายภาพบริเวณห้องเวรชี้ในการนำตัวผู้ต้องหามาฝากขัง ศาลจะอนุญาตให้ถ่ายภาพช่วงผู้ต้องหาเดิน

แต่ห้ามถ่ายภาพผู้ต้องหาขณะรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่บริเวณหน้าห้องเวรชี้ และขอย้ำบริเวณห้องพิจารณาคดีห้ามไม่ให้สัมภาษณ์คู่ความหรือผู้ต้องขังในห้องพิจารณาโดยเด็ดขาด และห้ามถ่ายทอดสด หรือการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กโดยเด็ดขาดเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

ขอบคุณข้อมูล  จส.100