ชาวเน็ตแห่จับผิด คลิปขอโทษ ‘เนท บาร์ทลิ่ง’ ปมดราม่าแมว

ชาวเน็ตเผยภาพจับผิด “เนท”  หลังมีการทำคลิปขอโทษ ปมดราม่าแมว ชี้แค่จัดฉาก 

กลายเป็นประเด็นดราม่าดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับกรณีของ  “MyMateNate” หรือ “เนท บาร์ทลิ่ง” หนุ่มฝรั่งที่อาศัยในประเทศไทย ที่ได้ทำคลิป ทดลอง “แมว VS แมงป่อง” โดยมีจุดประสงค์สร้างการเรียนรู้ให้กับแมว แต่แล้ว
กลับเกิดปมดราม่าใหญ่โต เมื่อชาวเน็ตออกมาวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากคลิปดังกล่าวเข้าข่ายทารุณสัตว์ 

จากนั้นเจ้าตัวก็ได้ออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านคลิปที่มีชื่อว่า “ดราม่าอีกแล้ว…เดี๋ยวผมจะอธิบาย” พร้อมกับข้อมความที่ระบุว่า ดูคลิปให้จบก่อนเม้นนะครับ ช่วยแชร์นะครับ ที่จะช่วยให้ทุกคนที่เข้าใจผิดและไม่ได้ข้อมูลครบ  เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา

แต่กระนั้นเรื่องราวดังกล่าวกลับไม่จบ เมื่อมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายราย ได้มีการโพสต์ข้อความตอบโต้ว่าการกระทำดังกล่าวของฝรั่งหนุ่มเป็นการจัดฉากขึ้นมา โดยเฉพาะผู้ใช้ทวิตเตอร์  prdx‏ @fixqirl ที่ได้โพสต์ข้อความเห็นแย้งโดยระบุว่า “ที่บอกว่าแมงป่องส่งพิษไม่ได้ กรรไกรก็ไม่มีพิษแน่นอน ลองเอามาตัดปาก***ดูสิ” และเนื้อหาอื่นๆ ที่มีความหมายว่า “เนท” พูดเข้าข้างตัวเองตลอดคลิปขอโทษ

ในช่วงบางตอนของคลิปวิดีโอได้มีการเผยภาพแมวของ  เนท ที่เจ้าตัวได้ระบุว่า “พึ่งรู้ภายหลังว่าแมวของผมสามารถเปิดประตูได้เอง” เลยสันนิษฐานว่า “แมวคงนำแมงป่องออกมาจากห้องได้” จากนั้นตนจึงได้ทำการหยิบกล้องมาถ่ายทำคลิป “แมว VS แมงป่อง” ในที่สุด

แต่แล้วคดีกลับพลิก เมื่อ “ชาวเน็ต” จับผิดได้ว่า เนท “จัดฉาก” ว่าแมวของตนสามารถนั้นเปิดประตูได้ โดยเราได้นำโพสต์ของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งพร้อมข้อความที่ระบุว่า  “แมวเปิดประตูได้เอง แต่อาหารเม็ดหน้าประตูกับมือตรงช่องประตูอีกคือร่ะแมวโรยอาหารเองกับเสกมือไปเปิดประตูอีกฝั่งว่างั้น?”

สุดท้าย “My Mate Nate” ชี้แจงว่า กลุ่มคนที่มาต่อต้านและทำลายชื่อเสียงตนนั้น อยากขอให้มองดูตัวเองด้วย ตนขอโทษที่คลิปทำให้ไม่สบายใจ และขอผู้ที่ต่อต้านและทำลายตนมาเรียนรู้ด้วยกัน แล้วเราจะก้าวหน้าไปด้วยกัน

“ส่วนใครที่คิดว่า คลิปขอโทษของเนทจัดฉากหรือไม่นั้น ก็ต้องแล้วแต่ วิจารณญาณ ของทุกท่าน”

นักธุรกิจส่งออกสัตว์น้ำจืด ร้องกระทรวงยุติธรรม เอาผิดขบวนการลักลอบส่งออกสัตว์น้ำ

ทนายสงกานต์นำ นักธุรกิจส่งออกสัตว์น้ำจืดรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการถูกปลอมแปลงและแอบอ้างสวมสิทธิ์ ร้องกระทรวงยุติธรรม เอาผิดขบวนการลักลอบส่งออกสัตว์น้ำ

วันนี้ (12 มิ.ย.60) ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยนายพิสิทธิ์ หล้าสุดตา กก.ผจก.บจก.ซี อินเตอร์ เนชั่น แนลโพรเซ่นโปรดักส์ ผู้ค้าสัตว์น้ำจืดรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการถูกปลอมแปลงและแอบอ้างสวมสิทธิ์ในการส่งออกไปยังต่างประเทศ เข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารต่อ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ทนายสงกานต์ กล่าวว่า การทำสำนวนของตำรวจมีความผิดปกติ โดยพยายามสรุปสำนวนให้เข้าข่ายความผิดนอกราชอาณาจักรและจะส่งสำนวนให้อัยการในวันที่ 26 มิถุนายน นี้ ทั้งที่หลักฐานมีความชัดเจนว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร สมุดบัญชีของธนาคาร ในจังหวัดสมุทรสาคร

ตนจึงไปยื่นหนังสือต่ออัยการขอให้ส่งสำนวนกลับคืนให้เจ้าของสำนวน เนื่องจากขณะนี้กระทรวงยุติธรรม จะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณาว่าคดีเข้าข่ายรับโอนเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ทั้งนี้ ตนได้ยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. กรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเชื่อว่ามีข้าราชการเกี่ยวข้องมากกว่า 2 ราย ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ทำการไต่สวนพยานไปบ้างแล้ว

ทางด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเผยว่า สำหรับคดีนี้ได้มีการมายื่นที่กระทรวงแล้วครั้งหนึ่ง ฝ่ายกฎหมายรับเรื่องราวร้องทุกข์ พิจารณาว่าเป็นคดีที่มีความยุ่งยากซับซ้อน จึงเอาคดีนี้เข้าประชุมคณะกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการก็เห็นด้วยกับการที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการไป จึงมีมติที่จะส่งไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไปพิจารณาดูว่าจะรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่

ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมจำเป็นต้องดำเนินการโดยรอบคอบ เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เนื่องจากตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 หากพบเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดอัตราโทษขั้นสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ส่วนเป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่า แต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ

คลิกอ่านข่าว >>> ผู้ค้าสัตว์น้ำจืดรายใหญ่ร้องทุกข์ ถูกแอบอ้างชื่อสวมสิทธิ์ ตั้งแต่ปี 58 คดีไม่คืบ

หลวงพ่อไอเดียบรรเจิด สร้างหุ่นยนต์ยักษ์จากวัสดุเหลือใช้ หวังดึงเยาวชนเข้าวัด

เจ้าคณะตำบลบ้านสา ปิ๊งไอเดีย ชักชวนเด็กรุ่นใหม่เข้าวัด นำวัสดุเหลือใช้ สร้างหุ่นยนต์ทรานฟอร์มเมอร์สูง 3 เมตรน้ำหนัก ประมาณ 1 ตัน

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานจากจังหวัดลำปาง  ว่า ที่วัดบ้านแป้น ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม ลำปาง ได้มีพระและชาวบ้าน ช่วยกันประดิษฐ์หุ่นยนต์ยักษ์จากวัสดุเหลือใช้กันอยู่ภายในวัด

โดยพระครูวิธาน สาธุกิจ เจ้าอาวาสวัดบ้านแป้น และเจ้าคณะตำบลบ้านสา เลขที่ 33 ม.1 แป้นเหนือ แจ้ห่ม –ลำปาง ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เปิดเผยว่า สาเหตุที่มีการสร้างหุ่นยนต์ในวัดนั้น เป็นเพราะ ที่วัดจะมีเศษเหล็ก และซากของรถยนต์ เก่าๆ จากศรัทธาญาติโยม ที่นำมาถวายวัดจำนวนมาก

ทั้งเหล็ก วัสดุก่อสร้าง อลูมิเนียม ซึ่งหากนำไปขายร้านรับซื้อของเก่า ได้ราคาไม่เท่าไหร่ จึงมีแนวคิดจะทำอย่างไรให้วัสดุเหลือใช้เหล่านี้มีประโยชน์ จึงเข้าไปท่องอินเทอร์เน็ต และพบว่ามีการสร้างหุ่นยนต์จากวัสดุเหลือใช้  ก็เลยได้แนวคิดนี้มาทำหุ่นจากวัสดุดังกล่าวขึ้นมา

ซึ่งหลังจากข่าวนี้ได้เผยแพร่ออกไป ก็ได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าว เริ่มพากันเดินทางเข้ามาที่วัด และเด็กๆ ก็พาผู้ปกครองมาด้วย อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการสร้างความสามัคคี กันระหว่าง พ่อ แม่ ลูก และครอบครัว อันเป็นกุศโลบายหนึ่งในการชักชวนคนเข้าวัด ทำบุญ ละเลิกสิ่งอบายมุข เพื่อเป็นคนดีต่อสังคม ในวัยผู้ใหญ่ต่อไป