ชาวเหนือวอล์กเอ้าท์ล้มเวทีประชาพิจารณ์แก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคเหนือวอล์กเอ้าท์ล้มเวทีประชาพิจารณ์แก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ชี้เอื้อประโยชน์ให้คนเพียงบางกลุ่ม

วันนี้ 11 มิ.ย.60 ที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์ พิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. จัดเวทีประชาพิจารณ์ ( Public Hearing) รับฟังความคิดเห็น เรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ (เวทีภูมิภาค : พื้นที่ภาคเหนือ) โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรเอกชน และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคเหนือ เข้าร่วมประมาณ 300 คน โดยมีนายแพทย์ พลเดช ปิ่นทอง เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์ เป็นประธานฯ

สำหรับการเข้าร่วมในเวทีและการแสดงความคิดเห็น จะต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ส่วนการแสดงความคิดเห็นผู้จัดงานกำหนดให้เวลาคนละ 3 นาทีเท่านั้น โดยกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคเหนือ ที่เข้าร่วมในเวทีประชาพิจารณ์ครั้งนี้ ได้พากันเขียนป้ายประท้วงคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ที่มีการแก้ไข โดยเฉพาะประเด็นการเพิ่มกรรมการสัดส่วนผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช. ,
การร่วมจ่ายค่าบริการ และการนิยาม ‘สถานบริการ’ ที่มีความพยายามที่จะรวมศูนย์อำนาจด้วยการจัดการสุขภาพไว้ที่หน่วยบริการเพียงอย่างเดียว ฯลฯ

โดยหลังเปิดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นได้เพียง 1 ชั่วโมงเศษ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคเหนือ ได้พากันเดินออกจากห้องประชุม พร้อมตะโกนโห่ร้อง ‘ถ้าแก้แล้วแย่ อย่าแก้ดีกว่า’ จากนั้นทั้งหมดได้มารวมตัวกันเพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทองในครั้งนี้

ทางด้านนางสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคเหนือ กล่าวว่าการแก้กฎหมายครั้งนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้อยู่ในระบบเครือข่ายหลักประกันสุขภาพกว่า 48 ล้านคน แต่กลับเอื้อประโยชน์กับคนเพียงบางกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ให้บริการ ทั้งการเลือกกรรมการเข้ามาแก้ไขกฎหมาย การจัดซื้อยา ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนก็มีการปิดกั้น การเปิดเวทีประชาพิจารณ์ที่มีขึ้นในครั้งนี้เป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น ซึ่งคนในภาคเหนือมีกว่าแสนคน แต่กลัวมีผู้เข้าร่วมได้เพียง 300 คน

จึงขอเรียกร้องให้ยุติกระบวนการนี้ เพื่อเริ่มต้นใหม่ ซึ่งกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพพร้อมจะเข้าไปมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามหาก สปสช. ยังดึงดันจะเดินหน้าและแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ทางกลุ่มก็จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองข้อหาขัดมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญต่อไป

ออกซิเจนบำบัด รักษาคนติดเครื่องยนต์นอน

เทคโนโลยีทางการแพทย์ สามารถที่จะรักษาอาการของผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นวิกฤติ หลังได้รับสารพิษจากการติดเครื่องยนต์นอนได้แล้ว

ภาพข่าวการเสียชีวิตบนรถขณะติดเครื่องยนต์ ปรากฎให้เห็นนับครั้งไม่ถ้วน แต่พฤติกรรมเสี่ยงเช่นนี้ก็ยังเกิดบ่อยครั้ง โดยที่หลายคนไม่รู้ว่าการนอนในรถขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน พิษจากสารคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง จะย้อนกลับเข้ามา เมื่อสูดเข้าไปเป็นเวลานาน นั่นจึงอาจส่งผลต่อชีวิต

ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมการแพทย์ทหารเรือ เป็น 1 ในไม่กี่โรงพยาบาลของไทย ที่มีการบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง โดยการทำงานของเครื่องไฮเปอร์แบริคนี้ จะแบ่งออกเป็น 3 ห้องย่อย ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละเคส

โดยเครื่อง จะช่วยผลักดันออกซิเจนจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย เพื่อขับก๊าซพิษภายในออกมา ซึ่งผู้ป่วยจะต้องอยู่ภายในห้องเพื่อปรับแรงดันถึง 2 ชั่วโมงต่อครั้งจนกว่าร่างกายจะกลับมาทำงานปกติ

นอกจากรักษาอาการของพิษในร่างกายแล้ว เครื่องนี้ ยังใช้ในการรักษาอีกหลายโรค อาทิ ผู้ที่มีภาวะฟองก๊าซอุดตันหลอดเลือดแดง ผู้ป่วยที่ผ่านการฉายรังสีฆ่าเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยที่ติดเชื้อของเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูกได้อีกด้วย