กรุงมาดริด เปลี่ยนสัญญาณไฟคนข้ามถนน เป็นรูปคู่รักเพศเดียวกัน

กรุงมาดริดของสเปนเปลี่ยนสัญญาณไฟคนข้ามถนนจากเดิมที่เป็นรูปคนเพียงคนเดียว ให้เป็นรูปคู่รักเพศเดียวกัน เพื่อต้อนรับเทศกาลเวิร์ลไพรด์ที่จะจัดขึ้นที่มาดริดในช่วงปลายเดือนนี้

สัญญาณไฟข้ามถนนในกรุงมาดริดของสเปน 72 แห่ง จะเปลี่ยนเป็นรูปคู่รักเพศเดียวกัน ทั้งในแบบหญิงรักหญิงและชายรักชาย เพื่อต้อนรับเทศกาลเวิร์ลไพรด์ ซึ่งเป็นงานฉลองสำหรับกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ที่จะจัดขึ้นที่กรุงมาดริดในระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคมนี้

ขณะนี้ทางการกรุงมาดริดได้เปลี่ยนสัญญาณไฟข้ามถนน จากเดิมที่เป็นรูปคนเพียงคนเดียว ให้เป็นรูปคู่รักเพศเดียวกันแล้ว จำนวน 12 แห่ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวดึงดูดความสนใจจากผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาได้เป็นอย่างดี

เว็บไซต์ทางการกรุงมาดริด แถลงว่า โครงการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรภายในเมือง มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน โดยกรุงมาดริดหวังให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานเวิร์ลไพรด์จากทั่วโลก มีโอกาสได้เห็นสัญญาณไฟที่เปลี่ยนไปนี้ด้วยตัวเอง ในแถลงการณ์ยังระบุว่า กรุงมาดริดจะใช้สัญญาณไฟข้ามถนนแบบใหม่นี้ต่อ แม้จะจบการฉลองเทศกาลเวิร์ลไพรด์แล้วก็ตาม

สถานการณ์ “สิทธิ LGBTQI” ในอาเซียนย่ำแย่

สถานการณ์ด้านสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในเอเชียยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชาติอาเซียน ที่ยังคงกีดกันสิทธิของกลุ่มคนเหล่านี้ กระทั่ง ในบางประเทศใช้กฎหมายที่รุนแรงจัดการกับกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน

แม้ว่า เมื่อไม่นานมานี้ สังคมเอเชียมีข่าวดีกับชาว LGBTQI หรือ ชาวเลสเบี้ยน  เกย์  ไบเซ็กชวล  คนข้ามเพศ  ผู้ที่ไม่กำจัดกรอบทางเพศ และผู้มีสภาวะเพศกำกวม ซึ่งเกิดขึ้นในไต้หวัน โดยศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันได้ประกาศคำตัดสินที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายสนับสนุนการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน ซึ่งทำให้ไต้หวันจะเป็นดินแดนแรกในเอเชีย ที่ยอมรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ  ส่งผลให้ชาว LGBTQI จำนวนมากตื่นเต้นและดีใจกับความเหลื่อนไหวทางสิทธิดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ศาลรัฐธรรมนูญของไต้หวัน ระบุว่า ทางการไต้หวันต้องออกกฎหมายฉบับใหม่ หรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งจะทำให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวด้านสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในอาเซียน กลับสวนทางกับกระแสในใต้หวัน

ล่าสุด รัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนให้เยาวชนอายุ 13 ถึง 24 ปี สร้างสรรค์คลิปวิดีโอที่มีเนื้อหา “กีดกันการรักเพศเดียวกัน” เพื่อแข่งขันชิงรางวัล

เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซีย ระบุว่า ผู้ที่ชนะการแข่งขันจัดทำคลิปวิดีโอขจัดความสับสนทางเพศนี้ จะได้รับเงินรางวัลประมาณ 35,000 บาท

โครงการนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อคนหลากหลายทางเพศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้ทางเพศและความคิดสร้างสรรค์ในกลุ่มวัยรุ่น และไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนกลุ่มใด

ขณะเดียวกัน ในสิงคโปร์ ทางการได้ประกาศห้ามไม่ให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่เป็นชาวต่างชาติ หรือ ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิเป็น ผู้พำนักถาวรในสิงคโปร์ เข้าร่วมเดินขบวนเกย์ไพรด์ รวมถึงกิจกรรมพิงค์ด็อท ซึ่งเตรียมจะจัดขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ โดยให้เหตุผลว่า สิงคโปร์ไม่ต้องการให้ชาวต่างชาติมีส่วนร่วมกับการเมืองภายในของสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม กฎหมายสิงคโปร์ยังคงกำหนดว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และผู้กระทำผิดต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี แม้ว่าจะไม่ค่อยพบเห็นการดำเนินคดีนี้มากนักในปัจจุบัน

ด้านอินโดนีเซีย ทางการท้องถิ่นบางแห่งยังคงเคร่งครัดกับการเอาผิดกรณีมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน โดยเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ตำรวจศาสนาในจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซียเฆี่ยนชาย 2 คน ต่อหน้าสาธารณชนที่มัสยิดในเมืองบันดาอาเจะห์ จากการมีเพศสัมพันธ์กัน โดยทางการจังหวัดอาเจะห์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวชายทั้งสองคน หลังจากทั้งคู่ถูกเฆี่ยนครบ 82 ครั้ง

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนได้ประณามการลงโทษดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการลงโทษตามกฎหมายต่อต้านการรักเพศเดียวกันที่ประกาศใช้ในจังหวัดอาเจะห์ตั้งแต่ปี 2557 เป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ปัจจุบันจังหวัดอาเจะห์เป็นเพียงจังหวัดเดียวของอินโดนีเซีย ที่การมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันถือเป็นความผิดอาชญากรรม รวมถึงยังคงใช้กฎหมายอิสลามควบคู่ไปกับการใช้กฎหมายอาญา

ส่วนอีกชาติอาเซียนคือ เวียดนาม ที่มีความเคลื่อนไหวด้านสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ในแง่กฎหมายมาตั้งแต่ต้นปี 2558 โดยบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการแต่งงานและครอบครัวฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งยกเลิกการห้ามแต่งงานของคนเพศเดียวกัน แต่ก็ยังคงมาตราที่ระบุว่า รัฐจะไม่รับรองสถานะการแต่งงานระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า ในแง่การยอมรับของสังคมนั้น กลุ่ม LGBTQI ในเวียดนามยังคงต้องเผชิญการถูกกีดกันจากสังคม

จับแล้ว! มือปากระจกธนาคารอ้างทำประชดแม่

รวบแล้ว! มือปากระจกธนาคาร อ้างทำประชดแม่ ขณะที่ ผบก.น.4 จ่อแถลง เที่ยงนี้

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อิฐตัวหนอนปาใส่กระจกของธนาคารกรุงไทย สาขา โลตัสวังหิน ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ก่อเหตุใช้ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปาใส่ป้อมตำรวจและกระจกของธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสี่แยกวังหิน จนแตกพังเสียหาย ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น สีขาว อายุประมาณ 40 – 50 ปี

ขณะเดียวกัน ยังพบว่า คนร้ายได้ก่อเหตุคล้ายกันที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในพื้นที่ได้รับความเสียหาย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดยสามารถจับได้บริเวณ โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ซึ่งเบื้องต้นให้การว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ เพราะต้องการประชดมารดา ที่มักชอบบ่นและดุด่าตนเอง

นอกจากนี้ เมื่อตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง โดยผู้ต้องหาเคยมีประวัติคดียาเสพติดมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย จะร่วมแถลงข่าวการจับกุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในช่วงเที่ยงวันนี้