การถูกตัดสัมพันธ์ทางการทูตของ “กาตาร์” จาก 6 ชาติอาหรับ ที่อ้างว่า เป็นเพราะกาตาร์สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธมุสลิม เป็นที่สนใจจากสื่อและสังคมทั่วโลก ขณะที่นักวิเคราะห์ต่างออกมาให้ความเห็น ว่าที่จริงแล้ว เป็นเพราะเหตุใดกันแน่ “กาตาร์” จึงถูกตัดสัมพันธ์ในครั้งนี้
วิกฤตความขัดแย้งระหว่างชาติอาหรับ จากกรณี 6 ชาติอาหรับ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน อียิปต์ ลิเบีย เยเมน และอีก 2 ประเทศ คือ มัลดีฟส์ และมอริเชียส ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่สนใจจากสื่อและสังคมทั่วโลก
แม้ว่า ชาติอาหรับ จะให้เหตุผลว่า กาตาร์ให้การสนับสนุนแก่กลุ่มติดอาวุธมุสลิม รวมถึงกลุ่มภราดรภาพมุสลิม กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS และอัลกออิดะห์ ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับอิหร่าน
แต่บรรดานักวิเคราะห์และสื่อต่าง ๆ ก็ออกมาคาดการณ์ความเป็นไปได้ต่าง ๆ ว่า แท้ที่จริงแล้ว เหตุใด “กาตาร์” ถึงถูกตัดสัมพันธ์

หลังข่าวการตัดสัมพันธ์กาตาร์ปรากฏขึ้น “ชี้ค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี” รัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีร่า ว่า รัฐบาลของเขาได้บอกกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในช่วงที่เยือนภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ ปรากฏว่า กาตาร์สนับสนุนกลุ่มมุสลิมสุดโต่ง

บทความของบีบีซี ระบุว่า ประเด็นการสนับสนุนทางการเงินของกลุ่มก่อการร้ายนั้น ไม่มีประเทศใดมือสะอาด เพราะทั้งกาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และ คูเวต ต่างก็สนับสนุนทางการเงินให้กับกลุ่มหัวรุนแรงต่าง ๆ ในสงครามซีเรีย และต่างก็เคยถอนความช่วยเหลือ จากการโดนกดดันโดยสหรัฐฯ
ดิ อิโคโนมิสต์ วิเคราะห์ว่า ความคัดแย้งในคาบสมุทรอาหรับนั้นมีมาอย่างยาวนาน และหลายประเด็น ทั้งนี้ กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC มีทั้งหมด 6 ประเทศคือ ซาอุดิอาระเบีย UAE บาห์เรน โอมาน คูเวต และ กาตาร์

แต่สาเหตุที่มีมายาวนานส่วนหนึ่งคือ ซาอุดิอาระเบีย และ UAE นั้นเห็นว่า กาตาร์ เป็นหนึ่งในสมาชิก GCC ที่ขึ้นกับอิหร่าน ที่เป็นปฏิปักษ์กับซาอุดิอาระเบีย อย่างไรก็ตาม โอมาน และ คูเวต ก็เป็นประเทศที่ชอบพอกับอิหร่านเช่นกัน
นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ ยังระบุว่า บรรดาชาติอาหรับหลายชาติไม่ชอบพอกาตาร์เนื่องจาก รัฐบาลกาตาร์ คือผู้สนับสนุนทุนสำนักข่าวอัลจาซีร่า ที่มุ่งทำข่าวคัดค้านรัฐบาลอาหรับหลายชาติ ยกเว้นเพียงกาตาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระพือข่าวในช่วงการลุกฮือ “อาหรับ สปริง”
ขณะที่ วอชิงตัน โพสต์ วิเคราะห์ว่า ทั้งที่ประเทศบนคาบสมุทรอาหรับ ขัดแย้งมานาน แต่ที่เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก ณ เวลานี้ น่าจะมีอยู่สามสาเหตุคือ หนึ่ง กรณีอีเมลหลุดจากกลุ่มแฮกเกอร์ ที่ถูกปล่อยออกมา ซึ่งเป็นของทูต UAE ประจำสหรรัฐฯ ที่ระบุชัดเจนว่า UAE นั้นต้องการเผชิญหน้ากับกาตาร์มานานแล้ว
สอง ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่ม เชื่อว่า เหตุความขัดแย้งรอบนี้ มกุฎราชกุมารโมฮัมหมัด บิน ซาเยด แห่งอาบูดาบี ของ UAE ทรงมีพระประสงค์ที่จะร่วมมือกับ รองมกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซาลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย โดยพระประสงค์ของพระองค์คือ วางนโยบายการทูตระหว่างประเทศที่จะต่อต้านชาติที่ขึ้นกับอิหร่าน

และ สาม ฟางเส้นสุดท้าย ของความขัดแย้งครั้งนี้คือ รายงานของ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ที่ระบุว่า กาตาร์จ่ายเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อไถ่ตัวนักรบชาวการ์ตาจำนวนหนึ่ง ที่ถูกลักพาตัวขณะที่อยู่ในอิรัก โดยเงินจำนวนดังกล่าวนั้นจ่ายเพื่อให้หลบหนีผ่านทางอิหร่าน ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธนิกายชีอะห์
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งล่าสุดในคาบสมุทรอาหรับนี้ ต่างจากประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์การเมืองที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง เนื่องจาก สหรัฐฯ เคยมีความพยายามลดความขัดแย้งระหว่างประเทศที่นับถืออิสลาม นิกายซุนนี่ และชีอะห์
แต่ในความขัดแย้งในครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่าง ซาอุดิอาระเบีย ผู้นำนิกายซุนนี่ในภูมิภาค กับกาตาร์ ที่ประชากร 90 เปอร์เซ็นต์นับถือนิกายซุนนี่ มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่นับถือชีอะห์