191 รวบ 32 แว๊นป่วนเมือง ตรวจพบใช้สารเสพติดหลายราย

ตำรวจ 191 สนธิกำลัง ทหารตั้งจุดสกัดรถจักรยานยนต์ซิ่ง 6 จุดย่านมีนบุรี รวบ 32 ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ตรวจพบใช้สารเสพติด 6 คน – รวบ 2 โจ๋เปิดเฟซบุ๊กนัดซิ่งป่วนเมือง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 พร้อม เจ้าหน้าที่กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว , กองบัญชากการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , กองบังคับการตำรวจนครบาล3 และเจ้าหน้าที่ทหาร รวมจำนวน 200 นาย

ระดมกวาดล้างจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์แข่งรถในทางในพื้นที่ บก.น.3 โดยการตั้งจุดตรวจ 6 จุด เรียกตรวจค้นรถจักยานยนต์ รวม 125 คัน จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 32 คน พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 32 คัน และจากการตรวจปัสสาวะพบผู้ต้องหาฉี่ม่วง 6 ราย ครอบครองยาไอซ์ 0.8 กรัม 1 ราย เมาแล้วขับ 1 ราย จึงควบคุมตัวส่งทำประวัติก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดมีนบุรีและศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง(สาขามีนบุรี) จำนวน 2 รายในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดขับรถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่นฯ”

เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 2 มีพฤติการณ์ เปิดเพซบุ๊กชักชวนวัยรุ่นรวมตัวแข่งขันรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะ เข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(8) และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26(3) ประกอบด้วย นายไกรสร พรมเทพ อายุ 19 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เจ้าของเฟซบุ๊ก “รถซิ่ง ถนนหลวง” และ “รู้อยู่รามอินทรา ดินแดนรถซิ่ง”

เหตุใด “กาตาร์” ถึงถูกตัดสัมพันธ์จาก 6 ชาติอาหรับ?

การถูกตัดสัมพันธ์ทางการทูตของ “กาตาร์” จาก 6 ชาติอาหรับ ที่อ้างว่า เป็นเพราะกาตาร์สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธมุสลิม เป็นที่สนใจจากสื่อและสังคมทั่วโลก ขณะที่นักวิเคราะห์ต่างออกมาให้ความเห็น ว่าที่จริงแล้ว เป็นเพราะเหตุใดกันแน่ “กาตาร์” จึงถูกตัดสัมพันธ์ในครั้งนี้

วิกฤตความขัดแย้งระหว่างชาติอาหรับ จากกรณี 6 ชาติอาหรับ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน อียิปต์ ลิเบีย เยเมน และอีก 2 ประเทศ คือ มัลดีฟส์ และมอริเชียส ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่สนใจจากสื่อและสังคมทั่วโลก

แม้ว่า ชาติอาหรับ จะให้เหตุผลว่า กาตาร์ให้การสนับสนุนแก่กลุ่มติดอาวุธมุสลิม รวมถึงกลุ่มภราดรภาพมุสลิม  กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS และอัลกออิดะห์ ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับอิหร่าน

แต่บรรดานักวิเคราะห์และสื่อต่าง ๆ ก็ออกมาคาดการณ์ความเป็นไปได้ต่าง ๆ ว่า แท้ที่จริงแล้ว เหตุใด “กาตาร์” ถึงถูกตัดสัมพันธ์

หลังข่าวการตัดสัมพันธ์กาตาร์ปรากฏขึ้น “ชี้ค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี” รัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีร่า ว่า รัฐบาลของเขาได้บอกกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในช่วงที่เยือนภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ ปรากฏว่า กาตาร์สนับสนุนกลุ่มมุสลิมสุดโต่ง

บทความของบีบีซี ระบุว่า ประเด็นการสนับสนุนทางการเงินของกลุ่มก่อการร้ายนั้น ไม่มีประเทศใดมือสะอาด เพราะทั้งกาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และ คูเวต ต่างก็สนับสนุนทางการเงินให้กับกลุ่มหัวรุนแรงต่าง ๆ ในสงครามซีเรีย และต่างก็เคยถอนความช่วยเหลือ จากการโดนกดดันโดยสหรัฐฯ

ดิ อิโคโนมิสต์ วิเคราะห์ว่า ความคัดแย้งในคาบสมุทรอาหรับนั้นมีมาอย่างยาวนาน และหลายประเด็น ทั้งนี้ กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC มีทั้งหมด 6 ประเทศคือ ซาอุดิอาระเบีย UAE บาห์เรน โอมาน คูเวต และ กาตาร์

แต่สาเหตุที่มีมายาวนานส่วนหนึ่งคือ ซาอุดิอาระเบีย และ UAE นั้นเห็นว่า กาตาร์ เป็นหนึ่งในสมาชิก GCC ที่ขึ้นกับอิหร่าน ที่เป็นปฏิปักษ์กับซาอุดิอาระเบีย อย่างไรก็ตาม โอมาน และ คูเวต ก็เป็นประเทศที่ชอบพอกับอิหร่านเช่นกัน

นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ ยังระบุว่า บรรดาชาติอาหรับหลายชาติไม่ชอบพอกาตาร์เนื่องจาก รัฐบาลกาตาร์ คือผู้สนับสนุนทุนสำนักข่าวอัลจาซีร่า ที่มุ่งทำข่าวคัดค้านรัฐบาลอาหรับหลายชาติ ยกเว้นเพียงกาตาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระพือข่าวในช่วงการลุกฮือ “อาหรับ สปริง”

ขณะที่ วอชิงตัน โพสต์ วิเคราะห์ว่า ทั้งที่ประเทศบนคาบสมุทรอาหรับ ขัดแย้งมานาน แต่ที่เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก ณ เวลานี้ น่าจะมีอยู่สามสาเหตุคือ หนึ่ง กรณีอีเมลหลุดจากกลุ่มแฮกเกอร์ ที่ถูกปล่อยออกมา ซึ่งเป็นของทูต UAE ประจำสหรรัฐฯ ที่ระบุชัดเจนว่า UAE นั้นต้องการเผชิญหน้ากับกาตาร์มานานแล้ว

สอง ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่ม เชื่อว่า เหตุความขัดแย้งรอบนี้ มกุฎราชกุมารโมฮัมหมัด บิน ซาเยด แห่งอาบูดาบี ของ UAE ทรงมีพระประสงค์ที่จะร่วมมือกับ รองมกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซาลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย โดยพระประสงค์ของพระองค์คือ วางนโยบายการทูตระหว่างประเทศที่จะต่อต้านชาติที่ขึ้นกับอิหร่าน

และ สาม ฟางเส้นสุดท้าย ของความขัดแย้งครั้งนี้คือ รายงานของ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ที่ระบุว่า กาตาร์จ่ายเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อไถ่ตัวนักรบชาวการ์ตาจำนวนหนึ่ง ที่ถูกลักพาตัวขณะที่อยู่ในอิรัก โดยเงินจำนวนดังกล่าวนั้นจ่ายเพื่อให้หลบหนีผ่านทางอิหร่าน ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธนิกายชีอะห์

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งล่าสุดในคาบสมุทรอาหรับนี้ ต่างจากประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์การเมืองที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง เนื่องจาก สหรัฐฯ เคยมีความพยายามลดความขัดแย้งระหว่างประเทศที่นับถืออิสลาม นิกายซุนนี่ และชีอะห์

แต่ในความขัดแย้งในครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่าง ซาอุดิอาระเบีย ผู้นำนิกายซุนนี่ในภูมิภาค กับกาตาร์ ที่ประชากร 90 เปอร์เซ็นต์นับถือนิกายซุนนี่ มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่นับถือชีอะห์

“กาตาร์ แอร์เวย์” ได้รับผลกระทบหนัก หลังถูกตัดความสัมพันธ์

“กาตาร์ แอร์เวย์” ได้รับผลกระทบหนัก จากการที่กาตาร์ถูกตัดความสัมพันธ์จากชาติอาหรับ ส่งผลให้ต้องระงับเที่ยวบินถึง 52 เที่ยวต่อวัน ผู้เชี่ยวชาญชี้อาจกระทบรายได้ของสายการบินถึงร้อยละ 30

จากกรณี 6 ชาติอาหรับ ได้แก่ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ หรือ UAE ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน อียิปต์ ลิเบีย เยเมน และอีก 2 ประเทศคือ มัลดีฟส์ และมอริเชียส ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

อัลจาซีร่า รายงานว่า ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ บาห์เรน และ UAE ประกาศระงับการบิน การเรือ และการเดินรถกับกาตาร์ ทำให้กาตาร์ แอร์เวย์ ไม่สามารถบินผ่านน่านฟ้าของประเทศเหล่านี้ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคเดียวกันได้

ทั้งนี้ สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ ได้ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่ไปยังซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ บาห์เรน และ UAE โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา การตัดสินใจครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่สายการบินใหญ่ๆ บนคาบสมุทรอาหรับ เช่น “เอมิเรตส์ แอร์เวย์ส” ของ UAE ระงับเที่ยวบินไปกาตาร์

บลูมเบิร์ก รายงานว่า หลังการประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูต มีเที่ยวบินที่ต้องระงับการบินราว 76 เที่ยวบินต่อวัน ในจำนวนนี้ 52 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินของกาตาร์ แอร์เวย์ ทำให้สายการบินได้รับผลกระทบอย่างหนัก

นักวิเคราะห์ด้านการบินจากบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ประเมินว่า รายได้ราวร้อยละ 30 ของกาตาร์ แอร์เวย์ จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตความสัมพันธ์ในกลุ่มประเทศอาหรับ

นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า การยกเลิกเที่ยวบินของกาตาร์ในกรณีนี้ จำนวนมากเป็นที่นั่งแบบพรีเมี่ยม ซึ่งอาจส่งผลให้กาตาร์ แอร์เวย์เสียลูกค้าในกลุ่มการเดินทางเพื่อความผ่อนคลายไป

สายบินกาตาร์ แอร์เวย์ ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่านน่านฟ้าของซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ บาห์เรน และ UAE ซึ่งการเปลี่ยนเส้นทางบินทำให้แต่ละเที่ยวบินต้องบินในระยะทางที่ไกลขึ้น และต้องใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบินต่อเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคน ระบุว่า การประกาศปิดน่านฟ้าอันเป็นผลมาจากการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อัลจาซีร่า รายงานว่า นายจอห์น สตริคแลนด์ ที่ปรึกษาด้านการบินจากอังกฤษ ระบุว่า การประกาศตัดความสัมพันธ์ต่อกาตาร์ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบิน เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แม้แต่ช่วงที่เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย ก็มีเพียงบางเที่ยวบินเท่านั้นที่ต้องปรับเส้นทางบินใหม่ แต่ผลกระทบต่อสายการบินต่าง ๆ ก็ไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตในครั้งนี้

ด้านนายอลัน พีฟอร์ด หัวหน้าบรรณาธิการนิตยสาร Aerospace ระบุว่า ปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารของกาตาร์ แอร์เวย์ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าที่ขนส่งโดยกาตาร์ แอร์เวย์ส เช่น อาหารและผลไม้สด ด้วย

พีฟอร์ด กล่าวว่า เส้นทางการบินหลัก 2 เส้นทางที่จะเข้าสู่กาตาร์ คือ การบินผ่านน่านฟ้าของซาอุดิอาระเบียและบาห์เรน ซึ่งทั้งสองประเทศนี้เป็นผู้ควบคุมเส้นทางการบินเกือบจะทั้งหมดที่จะเข้าและออกกาตาร์ เขาจึงมองไม่เห็นทางออกของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส

ขณะที่นายซาจ อาห์หมัด นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ทางอากาศ ในลอนดอน ระบุว่า ผลกระทบจากการตัดความสัมพันธ์ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่กระทบต่อสายการบินแห่งชาติของกาตาร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสายการบินเอมิเรตส์ สายการบินฟลายดูไบ และสายการบินเอทิฮัด ของ UAE ด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะยาวจากวิกฤตความสัมพันธ์บนคาบสมุทรอาหรับยังไม่สามารถประเมินได้