เดือดร้อน! สหกรณ์ยางขาดทุนหนัก หลังราคายางผันผวน

สหกรณ์ยางขาดทุนหนัก หลังจากราคายางผันผวน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก หยุดการรับซื้อยางแผ่นรมควัน เพื่อนำมาแปรรูปอัดก้อนชั่วคราวมานานนับเดือน

วันที่ 9 มิ.ย. 60 วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์กองทุนสวนยางทุกแห่งกำลังประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน ในการรับซื้อยางจากเกษตรกร เพื่อนำมาแปรรูปยางพารา หลังจากราคายางผันผวนอย่างหนัก และราคาลดลงทุกวัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับชาวสวนยางที่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปยางอัดก้อน GMP ซึ่งเป็นยางที่ได้มาตรฐานที่สุดสำหรับการส่งออกโดยเฉพาะ ทั้ง 4 แห่งในจังหวัด ต้องหยุดการรับซื้อยางแผ่นรมควัน เพื่อนำมาแปรรูปอัดก้อนชั่วคราวมานานนับเดือน

นายเคียง คีรีรักษ์ ผู้จัดการ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านคลองโตนพัฒนา จำกัด ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ เนื่องจากสหกรณ์บ้านคลองดโตนพัฒนา เป็นโรงงานยางมาตรฐานอัดก้อน GMPและเก็บยางในราคาที่สูงไว้ ไม่สามารถที่จะขายได้ เพราะถูกทุบราคาจากพ่อค้าผู้ส่งออก โดยที่หน่วยงานหลักคือ การยางแห่งประเทศไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้แก้ปัญหา ทำให้สถาบันเกษตรกรประสบปัญหาการขาดทุน ทำให้ไม่สามารถนำออกไปขายได้ ต้องรอจนกว่าราคาจะปรับสูงขึ้น หรือหน่วยงานภาครัฐแก้ปัญหา

ทำให้ขณะนี้สถาบันเกษตรกรขาดเงินทุนหมุนเวียน เพราะเราเป็นสถาบันเกษตรกรเล็กๆ ทำให้ไม่มีเงิน ที่จะมาซื้อยางใหม่ในช่วงเปิดกรีดใหม่นับจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงต้องหยุดการรับซื้อชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด เพราะขณะนี้มียางค้างอยู่ในสต๊อกทั้งหมดประมาณ 500 ตัน เฉลี่ยราคากิโลกรัมละ 75 บาท ทำให้เงินทุนทั้งหมด 37.5 ล้านต้องจมอยู่ในยางที่ผ่านการแปรรูปแล้วทั้งหมดนี้ ไม่สามารถนำออกขายได้ เพราะต้นทุนการผลิตยางทั้ง 500 ตันที่เก็บอยู่ในโกดัง อยู่ที่กิโลกรัมละ 75 บาท แต่ราคายางในตลาดขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาทเศษ ทำให้ไม่สามารถนำยางออกไปขายได้ เพราะหากนำออกขายจะทำให้สถาบันขาดทุนจำนวนมาก อาจทำให้สหกรณ์อยู่ไม่ได้

จึงได้ประกาศหยุดการรับซื้อยาง เพื่อมาแปรรูปอัดก้อนมานานนับเดือนแล้ว เช่นเดียวกับโรงงานอัดก้อนของกองทุนสวนยางแห่งอื่นๆอีก 3 แห่งในจังหวัดตรัง ก็ประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน และหยุดการแปรรูปยางชั่วคราวเช่นเดียวกัน จึงขอให้ทาง กยท.และรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยให้เกษตรกรต้องประสบปัญหาเช่นนี้ ทั้งการจัดหาตลาดใหม่ การหาสาเหตุและคนที่สร้างสถานการณ์กดดันราคา รวมทั้ง รัฐบาลต้องเร่งช่วยเหลือเรื่องเงินทุนหมุนเวียนด้วย

คนร้ายซุกระเบิดปลอมบนดาดฟ้ารพ.ชลบุรี

คนร้ายลอบวางวัตถุคล้ายระเบิดไว้บนดาดฟ้า โรงพยาบาลชลบุรี – EOD ตรวจสอบพบเป็นระเบิดปลอม คาดสร้างสถานการณ์

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรีได้รับแจ้งว่า พบวัตถุคล้ายระเบิดอยู่บนดาดฟ้าของโรงพยาบาลชลบุรี ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและทำลาย หรือ EOD จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณดาดฟ้าชั้นบนสุดของอาคาร “ชลายุวัฒน์” โรงพยาบาลชลบุรี พบเป็นวัตถุคล้ายระเบิด คนร้ายใช้โทรศัพท์มือถือพันกับสายไฟกว่าสิบเส้นใส่ไว้ในถุงขนม และวางไว้บนดาดฟ้าของตัวอาคาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการปิดกั้นไม่ให้ บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้าพื้นที่เวลาผ่านไปว่า 30 นาที จนเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD ใช้ระเบิดแรงดันต่ำทำลายวัตถุดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นระเบิดปลอมที่ทำขึ้นมา เจ้าหน้าที่คาดว่าเพื่อหวังสร้างสถานการณ์ให้เกิดความปั่นป่วน ซึ่งทางตำรวจก็จะได้สืบสวนติดตามคนร้ายต่อไป

หนุ่มโร่แจ้งความ ยันไม่ได้ขับอูเบอร์แล้ว แท็กซี่เข้าใจผิด บีบแตรไล่ก่อนเรียกพวก

หนุ่มในคลิปดัง โร่แจ้งความ ยันไม่ได้ขับอูเบอร์แล้ว แต่แท็กซี่ดันเข้าใจผิดขับรถบีบแตรไล่ก่อนเรียกพวกมาล้อมรถ

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอความยาว 1 นาที 52 วินาที พร้อมข้อความระบุว่า “#เหตุบีบแตรใส่กัน หนุ่มขับอูเบอร์ถอดเสื้อท้าชกคนขับแท็กซี่!!ชลบุรี ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ของโชว์เฟอร์รถแท็กซี่รับจ้างสาธารณะในเมืองพัทยา ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมเกียรติ ภู่สุวรรณ อายุ 42 ปี สังกัดสหกรณ์แท็กซี่พัฒนาบ่อทอง จำกัด กำลังมีปากเสียงกับชายไทยอายุประมาณ 30 ปี ที่ถูกหาว่าเป็นคนขับรถรับจ้างสังกัดอูเบอร์ อย่างรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา ถึงขั้นมีการท้าต่อยกันกลางถนน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวานนี้ (8 มิ.ย. 60) เวลา 20.30 น. นายพีรพัฒน์  กิจสำเร็จ อายุ 27 ปี คนขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สีฟ้า ทะเบียน 5กบ-6925 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นชายในคลิปที่ถอดเสื้อแล้วรับคำท้าของคนขับรถแท็กซี่ให้มาต่อยกันแบบตัวต่อตัว ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.วีรยุทธ  กางสะละ  รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เพื่อแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่นำคลิปวีดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวไปเผยแพร่ ทำให้ได้รับความเสียหาย ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560

ทั้งนี้ นายพีรพัฒน์ ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองขับรถไปตามถนนพัทยาสาย 2 ย่านพัทยากลาง เพื่อหาข้าวรับประทาน กระทั่งมาถึงบริเวณหน้าโรงแรมแกรนด์โซเล่ จู่ๆ นายสมเกียรติ ที่ขับรถแท็กซี่สีน้ำเงิน-เหลือง ตามหลังมา ได้บีบแตรไล่ พร้อมกับขับรถมาประกบด้านข้าง ก่อนลดกระจกลงมาแล้วใช้มือชี้หน้าและตะโกนด่าทอ ตนเองจึงจอดรถข้างทางแล้วลงไปพูดคุยสอบถามถึงสาเหตุที่มาด่าตนทั้งๆ ที่ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่กลับถูกนายสมเกียรติ กล่าวหาว่าตนมีอาชีพขับรถอูเบอร์ ทั้งๆ ที่พยายามอธิบายแล้วว่ากำลังขับรถไปกินข้าว ไม่ได้ไปรับหรือแย่งผู้โดยสารตามที่เข้าใจ

ในเวลาต่อมานายสมเกียรติ โชว์เฟอร์แท็กซี่รายนี้ จึงวิทยุตามเพื่อนร่วมอาชีพขับรถเดินทางมาสมทบอีกประมาณ 45 คน เพื่อปิดล้อมรถของตน พร้อมกับแจ้ง ด.ต.ประภาส นาชัยนาค ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองพัทยา มาทำการจับกุม ตน ซึ่งตนพยายามชี้แจงว่าหากทำผิดจริงก็ควรจะถ่ายรูปส่งให้ตำรวจ ไม่ใช่ทำตัวเป็นอันธพาล มาขับรถปาดหน้าบีบแตรไล่ แล้วเรียกพรรคพวกมาล้อมรถแบบนี้ แต่ฝ่ายของนายสมเกียรติ ไม่ยอมท่าเดียวและจะให้ตำรวจจับกุมให้ได้ เลยเกิดมีปากเสียงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งคนขับแท็กซี่ตะโกนท้าต่อย ด้วยความโมโหตนเลยถอดเสื้อออกแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อรับคำท้า อย่างไรก็ตาม จากภาพในคลิปที่เห็นตนพูดเสียงดังและอารมณ์ร้อน ก็ถือว่ามีส่วนผิดและขอยอมรับ เนื่องจากจังหวะนั้นโมโหจนฟิวส์ขาด