เผยคำพูดสุดท้ายของ ‘สามเณรปลื้ม’ กับเจ้าอาวาสวัดวังไทร

‘เณรยอมตาย’ คำพูดสุดท้ายของ สามเณรปลื้ม กับเจ้าอาวาสวัดวังไทร ก่อนหายตัวอย่างไร้ร่องลอยนาน 5 เดือน สุดท้ายพบกลายเป็นศพถูกฆ่าฝังดิน

วันที่ 8 มิ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระครูสุนทร จิตารักษ์ เจ้าอาวาสวัดวังไทร เผยว่า เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นายศุภโชค เอกเกียรติคุณ อายุ 17 ปี หรือ สามเณรปลื้ม หรือที่พระและชาวบ้านในละแวกวัดวังไทร เรียกว่า ‘สามเณรทอง’ ได้บวชเรียนสามเณรที่วัด หลังจบชั้น ป .6 และอาศัยอยู่ชั้นล่างของกุฏิเจ้าอาวาส โดยสามเณรทอง เป็นสามเณรที่มีนิสัยดีรูปหนึ่ง เป็นที่รักของพระและชาวบ้านที่มาทำบุญ ประกอบกิจของสงฆ์ตามคำสอนของพระพุทธศาสนามาโดยตลอด

จากนั้นสามเณรทอง ได้ขอลาสิขาทบเพื่อไปเรียนรำมโนราห์ ก่อนที่จะกลับมาบวชเรียนเป็นสามเณรอีกครั้ง และจำวัดที่วัดวังตะวันตก กระทั้งวันที่ 31 ธ.ค.60 ที่ผ่านมา โยมสีกาบิว ได้โทรศัพท์มาหาอาตมา ช่วงหัวค่ำและบอกอาตมา ว่า สามเณรทอง ได้ขโมยเงิน 50,000 บาท โทรศัพท์ไอโฟน สร้อยทองคำ จากนั้นโยมสีกาบิว ให้สามเณรทอง คุยโทรศัพท์กับอาตมา ตอนนั้นสามเณรทอง กล่าวยืนยันกับอาตมา ว่าไม่ได้ขโมยเงิน ไอโฟน สร้อยคอทองคำของโยมสีกาบิว ‘เณรยืนยันด้วยชีวิต ว่าไม่ได้ขโมยเงินของโยมสีกาบิว เณรยอมตาย พ่อท่านช่วยกัน’ นั้นคือคำพูดสุดท้ายที่สามเณรทอง พูดกับอาตมา จากนั้นอาตมา ได้บอกโยมสีกาบิว ว่าหากสามเณรทอง ขโมยเงินและสร้อยคอทองคำของโยมสีกาบิว ก็ขอให้โยมสีกาบิว ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำการตามกฎหมาย

นอกจากนี้โยมสีกาบิว ยังกล่าวอ้างอีกว่า สามเณรทอง มีพฤติกรรมยักยอกเงินทำบุญ เงินเรี่ยไร เงินผ้าป่าของวัดวังตะวันตก จากนั้นช่วงเช้าของวันที่ 1 ม.ค.60 โยมสีกาบิว ได้โทรศัพท์มาหาอาตมา อีก และบอกกับอาตมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับสามเณรทอง โยมสีกาบิว ไม่เอาเรื่องอะไรแล้ว เงิน สร้างคอทองคำ ไอโฟน ที่หายไปนั้น ถือเป็นเวรกรรมของโยมสีกาบิว หลังจากนั้นอาตมา ก็พยายามจะโทรศัพท์ติดต่อกับสามเณรทอง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อสามเณรทองได้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับบรรยากาศที่วัดวังไทร ต.กำโลน อ.ลานสกา งานบำเพ็ญกุศลศพของสามเณรปลื้ม เป็นไปอย่างโศกเศร้าโดย มีแม่ ญาติพี่น้อง และคณะครูโรงเรียนบ้านสันยูง โรงเรียนที่สามเณรปลื้ม เรียนจบระดับชั้นประถมศึกษา และประชาชนที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของสามเณรปลื้ม เดินทางร่วมแสดงความอาลัยกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่บริเวณลานหน้าศาลาโรงธรรม ทางวัดวังไทรมีการจัดเตรียมสร้างเมรุลอยชั่วคราว เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจศพสามเณรปลื้ม โดยทางเจ้าอาวาสวัดวังไทร ตั้งใจจะฌาปนกิจศพของสามเณรปลื้ม บนเมรุลอยชั่วคราว เพื่อเป็นการปลดปล่อยความทุกข์ทรมานมาตลอดระยะเวลา 5 เดือน เพื่อส่งดวงวิญาณของสามเณรปลื้ม สู่ภูมิภพที่ดีหมดจากความทนทุกข์ ความทรมาน ส่วนพิธีฌาปนกิจศพของสามเณรปลื้ม กำหนดในวันที่ 11 มิ.ย.60 โดยเริ่มประกอบพิธีทางศาสนาในเวลา 13.00 น. และฌาปนกิจในเวลา 19.00 น ของวันเดียวกัน

จม.น้อยปริศนาโผล่หน้าห้องหนุ่ม เหตุจากเขาร้องเพลง-เล่นกีต้าร์ทุกเย็น !!

คนแห่แชร์เรื่องสุดฟิน หนุ่มได้รับจดหมายปริศนา หลังเจ้าตัวเล่นกีต้าร์ร้องเพลงทุกเย็น 

วันนี้ (8 มิ.ย. 60) ผู้คนในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Jack Bie’ ที่ได้เผยเรื่องสุดประทับใจ ของการอยู่ร่วมกันในสังคม หลังจากที่เขาได้รับจดหมายน้อยที่มีคนนำมาสอดไว้หน้าประตู ภายหลังได้เล่นกีต้าร์ร้องเพลงในห้องทุกเย็น

โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า อยู่หอมันดีงี้เอง นี่นอนดูดราก้อนบอลอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงใครสอดผ่านอะไรผ่านประตู นั่งงงๆ อยู่ หยิบมาเปิดดู เป็นกระดาษผับไว้ และมีปิ๊กกีต้าร์อันหนึ่ง และมีโน๊ตสั้นๆ ระบุว่า ‘ได้ยินเสียงเล่นกีต้าร์ทุกวันเลย เลยซื้อมาฝาก น่าจะชอบนะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ช่วยเล่นเพลง รักแรกพบ ให้ฟังหน่อยค่ะ’

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกดีกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งอยากเห็นหน้าคนส่งจดหมายว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร ถึงเป็นจุดกำเนินเรื่องฟินๆ ได้เช่นนี้

พี่สาว ‘เบนซ์’ ร้องถูกตร.แจ้งข้อหาเกินจริง ยันน้องสาวไม่ได้ร่วมฆ่าหั่นศพ

พี่สาว “เบนซ์” ร้องขอความเป็นธรรม ถูกตำรวจแจ้งข้อหาเกินจริง ยันน้องสาวไม่ได้ร่วมฆ่าหั่นศพกับ “เปรี้ยว”

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผย กรณีพี่สาวของ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริสรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม เข้าร้องความเป็นธรรมให้น้องสาว โดยระบุว่า น.ส.จิดารัตน์ ถูกตำรวจตั้งข้อกล่าวหาเกินกว่าเหตุว่า กระทรวงยุติธรรมจะรับไว้พิจารณาตามขั้นตอน กรณีที่ระบุว่าตำรวจตั้งข้อกล่าวหาเกินกว่าเหตุ โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด เพื่อแสดงถิ่นที่อยู่ในขณะเกิดเหตุว่าไม่ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์วันที่มีการลวง น.ส.วริสรา มาฆ่านั้น

เบื้องต้นยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าตำรวจมีหลักฐานอย่างไร เพราะของกลางในคดี คือ โทรศัพท์ของ น.ส.วริสรา อยู่กับ น.ส.จิดารัตน์ จึงเข้าข่ายเป็นคดีปล้นทรัพย์ รับของโจร ตามปกติตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสั่งฟ้องคดี เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสินว่าการกระทำในข้อหาตามฟ้องต่างๆ ศาลจะลงโทษในข้อหาใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ยังถือว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ดังนั้น ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ จะต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่ชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำความผิดจริง