กลุ่มรักษ์เชียงของ ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ กรณีผลกระทบข้ามพรมแดน ปมสร้างเขื่อนปากแบง บนแม่น้ำโขง
วันนี้ (8 มิ.ย. 60) เวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มรักษ์เชียงของ ได้เดินทางมายื่นฟ้อง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ที่ ศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กรณีผลกระทบข้ามพรมแดน จากโครงการเขื่อนปากแบง ซึ่งก่อสร้างบนแม่น้ำโขงสายประธานเมืองปากแบง แขวงอุดมไชย ทางภาคเหนือของ สปป.ลาว
ทั้งนี้ โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง (Pak Bang Dam) เป็นโครงการเขื่อนพลังน้ำไหลผ่าน (Run Off River) ซึ่งจะก่อสร้างอยู่บนแม่น้ำโขงสายประธาน เมืองปากแบง แขวงอุดมไชย ทางภาคเหนือของ สปป.ลาว ห่างไปทางตอนบนของเมืองปากแบง ประมาณ 14 กิโลเมตร ในแม่น้ำโขง ลักษณะของเขื่อนปากแบง ประกอบด้วย เขื่อนคอนกรีต โรงไฟฟ้า ประตู ระบายน้ำ ประตูเรือสัญจร และทางปลา
โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า และปรับปรุงการเดินเรือบริเวณทางตอนบนของเขื่อน และสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่เขื่อน โดยระดับน้ำบริเวณเขื่อนจะมีความหลากหลายตั้งแต่ 16-27 เมตร ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำในช่วงแต่ละฤดู ซึ่งโรงไฟฟ้าจะมีกำลังผลิต 912 เมกกะวัตต์ การส่งออกไฟฟ้าขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงในแต่ฤดูกาล โดยโครงการเป็นของกลุ่มบริษัท ต้าถังโอเวอร์ซีส์ อินเวสต์เม้นต์ (Datang Overseas Investment) ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้าง ในปี 2560 การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและจ่ายกระแสไฟฟ้าในปี 2566

โครงการเขื่อนปากแบง ได้เข้าสู่กระบวนการแจ้งล่วงหน้าและปรึกษาหารือ PNPCA ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พศ. 2538 โดยเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 และกำหนดครบวาระ 6 เดือน ในวันที่ 19 มิถุนายน 2560 ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ได้มีการจัดเวทีให้ข้อมูลใน 3 จังหวัด รวม 4 ครั้ง ซึ่งประชาชนเห็นว่าข้อมูลไม่เพียงพอ และไม่สามารถอธิบายผลกระทบข้ามพรมแดนได้ (เนื่องจากเขื่อนอยู่ห่างจากชายแดนไทย ที่แก่งผาได อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เพียงราว 92 กิโลเมตรเท่านั้น)
ด้าน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความเห็น ว่า การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นข้อมูลเก่าไม่มีการเก็บข้อมูลในปัจจุบัน และข้อมูลอาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีการพัฒนาลุ่มน้ำโขงมากมาย อาจทำให้ข้อมูลเปลี่ยนแปลงไป

ขณะที่ กรมประมง มีข้อเสนอว่า แม่น้ำโขงมีความหลากหลายทางธรรมชาติเป็น อันดับ 2 ของโลก ปลาเป็นกลุ่มอพยพ (เดินทางและวางไข่) และอยู่พักอาศัยชั่วคราวตามลำน้ำ เมื่อมีโครงสร้าง (Block) วงจรชีวิตก็จะเกิดผลกระทบ มีผลกระทบกับการเดินทางหรืออพยพผลผลิต (อาจมีการลดลงหรือสูญหาย) มาตรการ (ทางผ่านปลา) รูปแบบของเขื่อนปากแบง ยาวประมาณ 1.6 กิโลเมตร มีความยาวมาก (ปลาบึกอาจไม่สามารถผ่านได้ ) จึงเสนอแนะให้พิจารณารูปแบบคล้ายคลึงและสอดคล้องกับกรณีเขื่อนไซยะบุรีปลาผ่านทางขึ้น-ลง ได้หรือไม่ ผลกระทบข้ามพรมแดนเรื่องปลา ถ้ามีประชากร ปลาลดลง จะมีชดเชยหรือไม่อย่างไร ซึ่งอาจกระทบกับความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม ซึ่งในพื้นที่โครงการ ปลาชนิดไหนที่พบมากหรือจะได้รับผลกระทบควรระบุให้ชัดเจน ชนิดปลาหรือลูกปลา มีข้อมูลผิดพลาดในรายงาน
อย่างไรก็ตาม การฟ้องศาลปกครองครั้งนี้จะเป็นคดีที่ 2 ที่เป็นการฟ้องหน่วยงานรัฐไทยเกี่ยวกับผลกระทบข้ามพรมแดน จากโครงการที่อยู่นอกประเทศไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมาย เกี่ยวกับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย