กปภ.-กฟภ. แทคทีม ไม่ตัดน้ำ-ไฟ หน่วยงานรัฐ แม้ค้างจ่ายหลักพันล้าน

“กปภ.-กฟภ.” เผยส่วนราชการค้างชำระค่าน้ำกว่า 49 ล้านบาท-ค่าไฟค้างกว่าหลักพันล้านบาท แจงไม่ตัดน้ำ-ไฟ หวั่นกระทบความเดือดร้อนประชาชน ด้านมหาดไทย ตอกกลับมีงบให้แล้ว-ทำไมไม่จ่าย?

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (7 มิ.ย. 60) ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)  และ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)  ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงมาตรการจัดการ ภายหลังคณะรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานรัฐ เร่งจ่ายหนี้ค่าสาธารณูปโภคกว่า 4 พันล้านบาทให้ 5 รัฐวิสาหกิจเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่มีหนี้สาธารณูปโภคกว่า 1,300 ล้านบาท

โดยนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) เผยว่า การชำระยอดค้างจ่ายค่าน้ำของส่วนราชการดังกล่าว เป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ได้กำหนดกรอบการชำระแต่อย่างใด โดยจะไม่มีการฟ้องร้องหรือตัดน้ำเพราะจะส่งผลเดือดร้อนแก่ประชาชนที่มาติดต่องานราชการ แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐก็ชำระได้ดีขึ้น

ส่วนที่ค้างเป็นของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่ไม่ได้อยู่ในคำสั่งมติครม.ครั้งนี้  โดยตลอด ในปี2559 พบว่าหน่วยราชการต่างๆ ค้างจ่ายค่าน้ำประมาณโดยรวม 49 ล้านบาท ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค้างจ่ายกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งเราจะเร่งรัดติดตามต่อไป

ขณะที่ นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) กล่าวด้วยว่า กฟภ. มีหนังสือแจ้งหนี้ทุกเดือนอยู่แล้ว แต่หลังจากมีมติครม.ออกมาทาง กฟภ.ก็จะทำหนังสือแจ้งหนี้ไปอีกครั้ง ซึ่งกรอบเวลาการชำระเงินคงต้องหารือในที่ประชุมก่อน ส่วนยอดค้างชำระค่าไฟของส่วนราชการต่างๆ นั้น มีอยู่ประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้จะไม่มีการฟ้องร้องหรือตัดไฟ แต่จะเป็นการส่งหนังสือแจ้งย้ำเตือนไปเท่านั้น

ด้านนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นกันว่า ในแต่ละปีมีงบประมาณให้นำเงินไปจ่ายค่าสาธารณูปโภคตลอด แต่สงสัยว่าทำไมถึงยังไม่จ่าย เรื่องนี้คงต้องมีการเรียกประชุมเชิญหน่วยงานการไฟฟ้า-การประปา และผุ้เกี่ยวข้องทั้งหมดมานั่งคุยกันว่า แต่ละกรม แต่ละกระทรวงมีหนี้อะไร เท่าไร ยังไง เพื่อจะได้ดำเนินการและสอบถามถึงวิธีการบริหารจัดการของแต่ละหน่วยงานต่อไป

ตร.จับแก๊งค้ายาผ่านเฟซบุ๊ก-ไลน์ พบส่งสินค้าทางไปรษณีย์

ตำรวจ 191 ร่วมกับ สภ.ลำลูกกา นำทีมจับแก็งค้ายาเสพติดทางไปรษณีย์คาบ้านพัก ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พบของกลางเป็นจำนวนมาก พบเปิดขายกุ้งสวยงามบังหน้า

เมื่อเวลา 01.00น.วันที่ 8 มิถุนายน2560 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบก.สปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตร.บก.สปพ. ทหาร เข้าจับกุมน.ส.พัชจิรา อินทร์แย้ม หรือฝ้าย อายุ20 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน2,800เม็ด ยาไอซ์49กรัม บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษไปรษณีย์จำนวน18กล่อง กระสุนปืนขนาด.22มม.จำนวน100นัด เครื่องชั่งดิจิดอล น้ำต้มใบกระท่อมและบัญชีรายรับรายได้ลูกค้ายาเสพติด โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่99/371 ซ.29หมู่บ้านเดอะทรัสต์ทาวน์ ม.17 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่อง จากตำรวจ 191 ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติด ให้กับลูกค้าทางเฟซบุ๊กหรือกลุ่มไลน์ระบบปิด โดยใช้ช่องทางไปรษณีย์เป็นช่องทางในการส่งสินค้า ต่อมาเจ้าหน้าที่บก.สปพ.จึงได้สนธิกำลังทหารเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ก็พบ น.ส.พัชจิรา อยู่ในบ้านพัก พร้อมของกลางทั้งหมด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ อย่างไรก็ตามการส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์ถือเป็นรูปแบบใหม่ที่ทางกลุ่มคนร้ายใช้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางบก.สปพ.ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากนี้จะประสานไปยังไปรษณีย์ปลายทางเพื่อดำเนินการจับกุมและทราบว่าล่าสุด ที่ จ.พังงา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดยาบ้าได้ 6 พันเม็ดที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นผู้ส่งไป

พ.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกรวม 9 คนเช่าบ้านดังกล่าวเพื่อทำการส่งยาทางไปรษณีย์ โดยเริ่มทำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 9 คน มีการตั้งกลุ่มปิดในเฟสบุ๊ก 3 กลุ่มใหญ่ มีสมาชิกประมาณ 50-80 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาจะใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นสถานที่ในการแพ็คของเพื่อส่งให้กับลูกค้าในเฟสบุ๊ค โดยจากการตรวจสอบพบว่าสองวันที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาได้เตรียมส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์จำนวน 28 กล่อง ซึ่งส่งไปแล้ว 9-10 กล่องและอยู่ระหว่างการดำเนินการอีก18 กล่องแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมไว้ได้ก่อน ทั้งนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ลำลูกกา ในการดำเนินการออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ที่อยู่ร่วมในขบวนการเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีทางกฏหมายและนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.ลำลูกกาเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

เศร้า!! นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวไทยเสียชีวิต ขณะลงไปช่วยเพื่อนจมน้ำ

นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวไทย เสียชีวิตที่อเมริกา หลังเข้าช่วยเพื่อนกำลังจมน้ำที่ Frisco Beach

สำนักข่าว the news and observer ได้รายงานข่าว ว่า นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยจมน้ำตายที่ Frisco Beach ขณะเล่นกระดานโต้คลื่น บริเวณ อ่าว Hatteras เมื่อวันอังคารที่ 6 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะทราบชื่อต่อมาคือ นายสิรวิชญ์ จันทบุรานันท์ อายุ 18 ปี หรือ น้องโจ้ เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนจากสโมสรโรตารี อายุ 18 ปี จากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก

โดยรายงานได้ระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้พบเห็นว่า นายสิรวิชญ์ ล้มลงจากกระดานโต้คลื่น และพลัดตกน้ำทะเลไป เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.ของวันที่ 6 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายสิรวิชญ์ ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาโดดลงจากกระดานนั้นเป็นเพราะต้องการช่วยนักว่ายน้ำอีกคนที่ตื่นตกใจและกำลังจะจมน้ำ จนสามารถช่วยนักว่ายน้ำคนนั้นกลับสู่ฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่ว่าตัวนายสิรวิชญ์ จมน้ำหายไปแทน

ทั้งนี้หลังจากทราบเรื่อง ทางครอบครัวได้ติดต่อสถานทูตขอความช่วยเหลือ ประสานงานกับหน่วยยามชายฝั่งใช้เรือและเฮลิคอปเตอร์ช่วยเหลือคนหากันอย่างสุดกำลังความสามารถ จนพบร่างของผู้เสียชีวิตในช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น สำหรับนายสิรวิชญ์ ตามกำหนดการจะกลับเมืองไทยวันที่ 21 มิถุนายนนี้ แต่กลับตกมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าเสียก่อน ทางทีมข่าวต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนกำหนดการพิธีศพนั้น จะมีขึ้นหลังจากนำร่างมาถึงไทยในวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย. 60)