เจ. เค. โรว์ลิ่ง ทวีตจวก ‘ทรัมป์’ ไม่ต้อนรับเยือนอังกฤษ

ถือว่าจิกกัดไม่ปล่อยเลยทีเดียว สำหรับเจ้าแม่แห่งโลกเวทมนต์ “เจ.เค.โรว์ลิง” ผู้แต่งนิยายแฮร์รี พอตเตอร์ บทประพันธ์ชื่อก้องโลก ที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่า เธอไม่สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ นับตั้งแต่ช่วงที่ทรัมป์ เป็นเพียงผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ จนถึงตอนนี้ และต่อต้านการมาเยือนสหราชอาณาจักรในอนาคต

mashable รายงาน กรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีแผนจะเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักร ซึ่งเลื่อนมาจากช่วงเดือน มีนาคมที่ผ่านมา เป็นกำหนดการณ์ในช่วงเดือนตุลาคมแทน เนื่องจากทรัมป์ และนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เห็นพ้องต้องกันที่จะเลื่อนการเยือนดังกล่าวออกไป เพื่อรอให้ประเด็นโต้แย้งด้านมาตรการห้าม 7 ชาติมุสลิมเข้าสหรัฐฯ บรรเทาลง

และเนื่องจากสภาฯ อังกฤษจะเปิดอภิปรายว่าควรอนุญาตให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนอังกฤษหรือไม่ หลังจากมีผู้ร่วมลงชื่อเกือบ 1.7 ล้านคน คัดค้านการมาเยือน ซึ่งเป็นสัญญาณในการฟังเสียงประชาชนในประเทศ มากกว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ชาติ ในการเคลื่อนไหวทางความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

แม้ว่าจะมีการรายงานข่าวว่า การมาเยือนของทรัมป์ เป็นไปได้ว่าเขาจะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งประทับอยู่ที่แคว้นสกอตแลนด์ โดยพระองค์เองก็ออกมาเผยว่า”ทรงวางพระองค์ลำบาก” ที่จะต้องพบเจอกับประธานาธิบดีชื่อก้องโลกรายนี้ ทั้งยังเกิดกระแสต่อต้านที่ว่า คนที่เกลียดชังผู้หญิงและคนหยาบคายอย่างทรัมป์ไม่มีคุณสมบัติจะได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีเอลิเซาเบธที่ 2

จากกรณีดังกล่าวเป็นการตอกย้ำว่าไม่เพียงแค่ เจ.เค. เท่านั้นที่ต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ประชาชนชาวอังกฤษเป็นจำนวนมากที่เข้าชื่อกันเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกแผนการต้องรับการมาเยือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่การยกเลิกการเยือนดังกล่าว ยังคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจาก สหรัฐฯเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหราชอาณาจักร

ก่อนหน้านี้ เจ.เค.เคยเผยวาทะ ด่าแรงถึงทรัมป์ เปรียบเทียบว่าเขาชั่วช้ายิ่งกว่าโวลเดอมอร์พ่อมดตัวร้ายในเรื่อง แฮร์รี พอตเตอร์ ผลงานของเขาเอง จากนโยบายที่เขาเคยเสนอ ผลักดันให้กีกกันชาวมุสลิมเข้าประเทศ ซึ่งหลังจากได้ตำแหน่ง เขาก็พยายามสานนโยบายดังกล่าวให้เป็นจริง

เนื้อหาต้นฉบับ  J.K. Rowling reveals exactly what she’d like to happen if Trump visits Britain

ด่วน! เครื่องบินของกองทัพพม่าขาดการติดต่อ

เครื่องบินของกองทัพพม่า มีผู้อยู่บนเครื่องบินกว่าร้อยคน ขาดการติดต่อ ตำแหน่งสุดท้ายที่ติดต่อได้คือเมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

วันนี้ (7 มิ.ย. 60) เมื่อเวลา 18.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เครื่องบินของกองทัพพม่า มีผู้อยู่บนเครื่องบินกว่าร้อยคน ขาดการติดต่อ

ทวิตเตอร์ของสำนักข่าวอิรวดี ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบินมาจากเมืองมะริด และกำลังมุ่งหน้าไปยังนครย่างกุ้งของพม่า มีลูกเรือ 14 คน และเจ้าหน้าที่ทหารและครอบอีก 90 คน โดยตำแหน่งสุดท้ายที่ติดต่อได้คือเมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้กับเมืองทวาย

ล่าสุดเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากกองทัพอากาศพม่าเปิดเผยว่า พบเศษซากเครื่องบินลำดังกล่าวกระจายอยู่ในทะเลอันดามัน 218 กิโลเมตรห่างจากเมืองมะริด

จับผู้ต้องหา คดีร่วมฆ่าอดีตรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช

กองปราบแถลงจับผู้ต้องหาคดีร่วมฆ่าอดีตรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เจ้าตัวนำหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ อ้างไม่อยู่ในวันเกิดเหตุ และไม่รู้จักผู้ตาย

พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม แถลงผลการจับกุม นายเชาวลิต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในคดีร่วมกันฆ่า นายอนันต์ คลังจันทร์ อดีตรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ตามไปจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักย่านปทุมธานี

โดยนายเชาวลิต บอกว่า ได้รับการประสานจากตำรวจ ว่าตนเองถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าว จึงยอมมอบตัวกับตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยยืนยันว่าในวันดังกล่าวไม่ได้ไปอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ และได้นำหลักฐานวงจรปิดหลายจุด ทั้งที่ทางด่วนศรีสมาน ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ร้านเสริมความงาม และที่หน้าบ้าน มายืนยันความบริสุทธิ์ใจดังกล่าวว่า นอกจากนี้ยังยืนยันว่าโดยส่วนตัวไม่เคยรู้จักกับผู้เสียชีวิต และไม่เคยได้รับว่าจ้างให้ไปเอาชีวิตใคร เป็นไปได้ว่าหมายจับดังกล่าวตนอาจถูกกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดี

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจจะดำเนินการไปตามหมายจับ เตรียมส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุรับตัวไปดำเนินคดี ส่วนจะเป็นการออกหมายจับผิดตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนที่จะเป็นผู้พิจารณาพานหลักฐานที่ผู้ต้องหานำมาแสดง

สำหรับคดีนี้ศาลอนุมัติหมายจับนายเชาวลิต ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนการตรวจสอบประวัติ พบว่านายเชาวลิตเคยต้องโทษ 9 คดี ในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลักทรัพย์ ครอบครองอาวุธปืน บุกรุก และอื่นๆ ในจังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงปี 2549-2559 ซึ่งศาลมีคำพิพากษาในทุกคดีจนถึงที่สุดทั้งหมดแล้ว