กัมพูชา จี้สื่อไทยขอโทษ-ถอดข่าว ‘เตีย บันห์’ เอี่ยวขนอาวุธ

กัมพูชาจี้สื่อไทยขอโทษ -ถอดข่าว “เตีย บันห์” เกี่ยวข้องรถขนอาวุธสงคราม ที่ถูกจับ จ.ตราด

สำนักวิเทศสัมพันธ์กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกหนังสือถึงสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ปฏิเสธรายงานข่าวที่ปรากฏในสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า รถยนต์บรรทุกอาวุธผิดกฎหมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกลาโหมของกัมพูชานั้น ไม่เป็นความจริง

โดยสำนักวิเทศสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ทำหนังสือทักท้วง พร้อมเรียกผู้ช่วยทูตทหารไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาเข้าพบ เพื่อรับหนังสือส่งผ่านมายังสื่อมวลชนของไทย

พร้อมทั้งชี้แจงว่า การนำเสนอข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอให้สื่อไทยดำเนินการ 1.ขอให้ทราบว่า พล.อ.เตีย บันห์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนอาวุธผิดกฎหมายแต่อย่างใด 2. ขอให้สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ถอดบทความดังกล่าวที่ออกจากสารระบบ และ3.ขอให้ลงบทความขอโทษ รวมถึงออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ

ข่าว INN

เศรษฐีนีใจบุญ! แจก ข้าว-น้ำดื่ม คนยากจน วันละ 400-500 ห่อ

เศรษฐีนีใจบุญ! แจก ข้าว-น้ำดื่ม คนยากจน มีรายได้น้อย วันละ 400-500 ห่อ เผยของขึ้น ข่าวดีๆ ไม่ลง ลงแต่ข่าวเปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ

จากกรณี นางอัมพาพันธ์ นิจประภา อายุ 64 ปี เศรษฐินีใจบุญ เจ้าของร้านผ้าโชคดี เลขที่ 1410/16 ถนนชมพูพล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้อัดคลิปแชร์ในโลกโซเซียลผ่านเฟซบุ๊ก “Oampaphan Ninprapha” ขณะยืนแจกข้าวห่อและน้ำดื่มให้กับคนยากจนที่ยืนรอเข้าแถวเป็นจำนวนมาก

โดยมีข้อความที่พูดในคลิป ยาว 4 นาที 20 วินาที ว่า “นี่จะบอกเลยว่า นครศรีธรรมราช เรื่องดีแบบนี้ แจกอาหารกับผู้ยากไร้วันละ 400-500 ห่อ และทำมาตั้ง 5-6 ปี ทำไมไม่เสนอบ้างเรื่องราวดีๆ แบบนี้เสนอแต่ข่าวที่มันเป็นภาพลบกับทางจังหวัดทั้งนั้นเลย ยิ่งโดยเฉพาะผู้สื่อข่าวท้องถิ่นไม่มีหันมองเลยเรื่องราวดีๆ หันมองแต่เรื่องไม่ดีทั้งนั้นเลย จังหวัดอื่นมีไหมในประเทศไทย เอาถามคำเดียวออกสื่อไปเลย มีไหมที่นึกถึงหัวอกคนจนผู้ยากไร้ มีรายได้น้อยแบ่งกันกินแบบนี้มีไหม ไม่ใช่ฉันบอกว่า ฉันรวย เงินตายก็เอาไปไม่ได้มีก็แบ่งกันกินกันไป บางคนบอกว่า ตนแจกข้าวห่อเอาหน้า โธ่..มีก็แบ่งๆ กันกินไป ฟ้ามันมีตาทำบุญไปเถอะตายแล้วใช่เอาไปได้สักบาท พี่เคยจนมาก่อน ความจนไม่เคยปราณีใคร บางคนหาว่าเราสร้างภาพ…กินบุญก็ได้บุญ ฉันให้ฉันก็ได้บุญ ข่าวดีๆ แบบนี้ทำไม่ไม่ออกกันมั่ง”

ล่าสุด (7 มิ.ย. 60)  ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปพบกับ นางอัมพาพันธ์ ที่ ร้านผ้าโชคดี ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนมากมายืนรอแจกข่าวและน้ำดื่ม เป็นแถวยาวนับ 100เมตร โดย นางอัมพาพันธ์ กล่าวถึงเรื่องคลิปดังกล่าวของตนว่า “ดิฉันของขึ้น ทำไมมันมีแต่ข่าวลบๆ แก่บ้านเมืองแล้วประชาชนจะอยู่ยังไง เช่น ข่าวเปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ เสนอข่าวดีๆ บ้าง ขอให้คนไทยได้ชื่นใจบ้าง ไม่ได้อยากดังค่ะ ดิฉันแจกอย่างนี้มาตั้ง 5-6 ปีแล้ว และพวกคุณก็เคยมาทำข่าวหลายครั้ง เราอยากให้มีภาพแต่ดีๆ บ้าง ไม่ใช่สังคมมีแต่เรื่องลบๆ ทั้งนั้นเลย สงสารบ้านเมืองบ้างเถอะค่ะ ไม่รู้อะไรคนฆ่าหั่นศพเป็นไอดอล มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเราเมืองเราดิฉันก็เลยของขึ้นเมื่อวานนี้”

ทั้งนี้ ในทุกวัน เวลา 11.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ จะมีชาวบ้านหลายร้อยคนแห่เดินทางไปยังห้างผ้าโชคดี เพื่อรับแจกข้าวห่อจาก “เจ้จ๋า” นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของห้างผ้าโชคดี ที่ได้นำข้าวสวยพร้อมน้ำพริกและไข่ต้ม เน้นอาหารมังสวิรัติ ต่าง ๆ วันละ 500 ห่อ มาแจกฟรีเพื่อช่วยเหลือประชาชน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้มีรายได้น้อย

สำหรับ ร้านห้างผ้าโชคดี เป็นห้างผ้าเก่าแก่ที่จำหน่ายผ้าทุกชนิด และอยู่คู่กับจังหวัดนครศรีธรรมราชมานานกว่า 35  ปีแล้ว โดยตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองของ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีธุรกิจในเครือมูลค่ารวมหลายพันล้านบาท ที่นางอัมพาพันธ์ เป็นประธานกรรมการและเจ้าของกิจการ อาทิ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างผ้าโชคดี บริษัท อัมพาพันธ์ จำกัด บริษัท อมรวานิชย์ จำกัด บริษัท โชคดีเอสเตรสกรุ๊ป จำกัด บริษัทเครื่องสำอางนาโมแน่ และกำลังเตรียมก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราชอีกด้วย

ตำรวจแจงแล้ว ปมใบสั่ง ขับรถ จยย. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ตำรวจเมืองเลย ชี้แจง ปมใบสั่ง ขับรถ จยย. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ชี้เกิดจากความผิดพลาด ขอรับผิดในเหตุที่เกิดขึ้น 

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา  พ.ต.อ. ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองเลย  ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับใบสั่งข้อหาแปลก “ขับรถ จยย. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย” ที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ พร้อมถูกตั้งข้อสงสัยว่าข้อหาแบบนี้มีด้วยเหรอนั้น ว่า

ใบสั่ง, ข่าวตำรวจ, ข่าวจังหวัดเลย

เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงขอรับผิดในเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้เรียกตำรวจนายดังกล่าวมาสอบถามข้อเท็จจริงแล้วว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลานานและมีอาการเหนื่อยล้าจึงได้ออกใบสั่งที่ผิดพลาดออกไป จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก ในขณะเดียวกันได้พยายามติดต่อกับทางเจ้าของใบสั่งเพื่อขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป

ข้อมูลข่าวจาก cr. @ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.