ครม. สั่งหน่วยงานรัฐจ่ายหนี้ ค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าโทรศัพท์ กว่า 4 พันล้านบาท

ครม. สั่งหน่วยงานรัฐจ่ายหนี้ ค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าโทรศัพท์ กว่า 4 พันล้าน พบ มีหน่วยงานค้างชำระการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมากสุดกว่า 2พันล้านบาท

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินค้างจ่ายสาธารณูปโภคที่หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจค้างชำระ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ โดย นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เพิ่มแนวทางในการแก้ไขกำหนดให้ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ มาชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระได้

นอกจากนี้ยังให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ นำเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินรายได้หรือเงินที่ได้รับไว้เพื่อเป็นสวัสดิการหน่วยงาน มาชำระหนี้สาธารณูปโภคไม่น้อยกว่า 25% ของค่าสาธารณูปโภคปีนั้นๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป ให้ทุกหน่วยงานชำระค่าสาธารณูปโภคให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณนั้นๆ

จากข้อมูลล่าสุดมีรัฐวิสาหกิจที่มีหน่วยงานค้างชำระหนี้สูงสุด คือ 1.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีหน่วยงานค้างชำระหนี้สินรวม 2,229.14 ล้านบาท 2.บมจ.ทีโอที 1,250.458 ล้านบาท 3.การไฟฟ้านครหลวง 410.42 ล้านบาท 4.การประปาส่วนภูมิภาค 154.63 ล้านบาท และ 5.การประปานครหลวง 52.26 ล้านบาท

แขวงทางหลวงลำปางแจง เหตุทุบทิ้งหลักกิโลยักษ์ แลนด์มาร์คดังจังหวัด

ผอ.แขวงการทางหลวงลำปาง ที่ 1 ยันต้องทุบทิ้ง หลักกิโลเมตรยักษ์ แม้คนร้องอย่าทำ ชี้เป็นไปตามหลักวิศวกรรม เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน หลังจะมีการขยายพื้นที่

วันนี้ (7 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า นายเอกนรินทร์ จินทะวงค์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงลำปางที่ 1 ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ แขวางการทางเตรียมจะทุบทิ้งหลักกิโลยักษ์ ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการก่อสร้างถนนวงแหวน หรือถนนต่างระดับ บริเวณหลักกิโลเมตรยักษ์ ซึ่งขอยืนยันว่ามีความจำเป็นที่ต้องทุบทิ้ง เพราะถือว่าเป็นการบดบังสายตา ในการใช้รถใช้ถนน อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเริ่มในเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้

ส่วนสาเหตุที่ต้องมีการก่อสร้างถนนวงแหวนหรือโครงการทางแยกต่างระดับแยกภาคเหนือ (แยกหลักกิโลยักษ์) ทางหลวงหมายเลข 1 กทม.-แม่สาย ตัดกับทางหลวงหมายเลข 11 อินทร์บุรี-เชียงใหม่ นั้นก็เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ รวมถึงรองรับการเดินทางแผนพัฒนา ในอีก 10 ข้างหน้า ด้วยงบประมาณ 580 ล้านบาท  คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างในปี 2563 เสร็จสิ้นในปี2566

สำหรับ หลักกิโลเมตรยักษ์ ถือได้ว่าเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ เพราะจะพากันพักรถหยุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเมื่อเดินทางมาถึง โดยได้มีการก่อสร้างในปี2551 สมัยที่นายดิเลก ก้อนกลิบ อดีต ผวจ.ลำปาง  ซึ่งการก่อสร้างทางแขวงทางหลวงลำปาง ไม่ได้อนุญาต แต่ทาง ผู้ว่าฯ คนเก่ากลับมีการดำเนินการก่อสร้างโดยพละการ ด้วยงบประมาณของ กองทุนรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จำนวน 2.8 ล้านบาท จนผ่านมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ถึงปัจจุบัน
หลักกิโลยักษ์, ข่าวจังหวัดลำปาง

ครูสาวรอดปาฏิหาริย์ หลังวูบขณะขับรถ จนเสียหลักพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า

ครูสาว จ.อ่างทอง รอดปาฏิหาริย์ หลังเกิดวูบขณะขับรถ ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

วันที่ 7 มิ.ย. 2560 ร.ต.ต.หญิง ประภัสสร ไม่ทุกข์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่ามีเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ บริเวณถนนเลี่ยงเมืองอ่างทอง ตำบลบ้านแห อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รถยก เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ซึ่งในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนเทา หมายเลขทะเบียน บฉ 4154 อ่างทอง พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า อยู่กลางถนน ตรวจสอบทราบว่านางสาวขวัญตา ธรรมอินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 4 ตำบลภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เป็นคนขับรถคันดังกล่าว

จากการสอบถาม นางสาวขวัญตา เจ้าของรถทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถคันดังกล่าวไปส่งแฟนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง และตนก็กำลังขับรถจะกลับบ้าน แต่ระหว่างทางจู่ๆ รถตนเองเกิดอยู่ดีๆ ก็ข้ามเลนจากเลนซ้ายข้ามไปฝั่งขวา แล้วไปชนกับราวกั้นเหล็กของทางหลวง ทำให้รถก็พลิกคว่ำเองแต่ยังโชคดีที่ตนเองไม่เป็นอะไรมาก

ด้าน ร.ต.ต.หญิง ประภัสสร ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ได้มีของหลวงเสียหายจึงต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป