“ประวิตร” สั่งกวดขัน กม.คุมสถานบันเทิง – กำชับตรวจ CCTV ให้พร้อมใช้ทุกจุด

โฆษกกระทรวงกลาโหม เผย “ประวิตร” สั่งทุกหน่วยงานกวดขันบังคับใช้กฎหมายคุมสถานบันเทิง กำชับตรวจสอบกล้อง CCTV ให้พร้อมใช้ทุกจุด

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันกำกับติดตามและกวดขันบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับสถานบันเทิง และการแข่งขันจักรยานยนต์

ที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงกับสังคม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ รวมทั้งให้กวดขันการจอดรถยนต์และการจำหน่ายสินค้ากีดขวางการจราจร หลังยังพบการร้องเรียนของประชาชนผ่านช่องทางร้องทุกข์ 1111 ของรัฐบาลและคสช.

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญเร่งด่วนในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทุกหน่วยงาน รวมทั้งกล้องที่มีอยู่ในความควบคุมของแต่ละหน่วยงาน ต้องสามารถใช้งานได้ทุกตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ พล.ต.คงชีพ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมกัน เฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของชุมชน ในลักษณะ “ไม่เพิกเฉยหรือธุระไม่ใช่” ควบคู่กับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนปลอดภัยที่ยั่งยืน ด้วยการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐ ถึงสถานที่หรือกลุ่มบุคคลในชุมชน ที่มีพฤติกรรมผิดสังเกตและอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายหรือเป็นภัยกับชุมชนด้วย

เผยสาเหตุพื้นบ้านร้อน จนทอดไข่สุก สุดท้ายพบกระแสไฟฟ้ารั่ว

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำอุปกรณ์เข้าตรวจสอบบ้านพัก ใน จ.นครราชสีมา อีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุพื้นบ้านร้อน จนทอดไข่สุก สุดท้ายพบกระแสไฟฟ้ารั่ว

จากกรณีที่พื้นภายในบ้านเลขที่ 181/64 หมู่ที่ 2 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเปิดเป็นร้านรับทำเบาะ ได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาด พื้นกระเบื้องภายในบ้านร้อนผิดปกติ จนถึงขนาดนำไข่ไก่ตอกลงไปบนพื้น ใช้เวลา 5 นาที ไข่ไก่สุก โดยจุดที่เกิดความร้อนเป็นบริเวณพื้นกระเบื้องหน้าห้องน้ำภายในบ้าน ขนาด 1 ตารางเมตร และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตรวจไม่พบกระแสไฟฟ้ารั่วไหล

ล่าสุด นายณัฐกร บุญดี พนักงานช่างควบคุมงานระดับ 3 สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต.จอหอ พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ได้นำอุปกรณ์การตรวจวัดกระแสไฟฟ้าชุดใหญ่ครบชุด เข้าตรวจสอบภายในบ้านดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของกรณีพื้นบ้านร้อนดังกล่าว

โดยได้วัดสายไฟฟ้าตามจุดต่างๆ ภายในบ้านทุกจุด ก่อนพบว่า มีกระแสไฟฟ้ารั่วที่บริเวณสะพานไฟบนชั้นสองของตัวบ้าน ซึ่งวัดกระแสไฟฟ้ารั่วอยู่ที่ 3 แอมป์ โดยมีน็อตที่ยึดสะพานไฟตัวหนึ่งไปเกี่ยวถูกสายไฟฟ้าด้านในสะพานไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วลงไปที่สายดิน ซึ่งหลังตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมให้เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายภนวัต แซะจอหอ เจ้าของบ้าน บอกว่า เมื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงเจอ และได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อย ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และจากนี้ไปจะต้องตรวจสอบทุกอย่างภายในบ้านอย่างละเอียดเป็นประจำ

ผบ.ทบ.ระบุ ส.อ.ส่งอาวุธทางไปรษณีย์ โยงทหาร 12 นาย


ชัดเจนแล้วว่า อาวุธที่มีการส่งไปรษณีย์ไปยังผู้รับ รวม 15 จังหวัด มาจากคลังอาวุธของกองทัพ โดยผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่าทหารยศ สิบเอก เป็นผู้ดำเนินการ และมีทหารอีก 12 คนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 3 ครั้งล่าสุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า การส่งวัตถุระเบิดผ่านบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไปยัง 15 จังหวัด จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า สิบเอก ธนากรณ์ บุญกาญจน์ เจ้าหน้าที่คลังอาวุธของกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ หรือ ช.พัน 1 รอ.เป็นผู้เกี่ยวข้องหลัก

โดย สิบเอก ธนากรณ์ ได้เปิดแอพพลิเคชั่นไลน์และเฟซบุ๊กซื้อขายแลกเปลี่ยนอาวุธปืน เมื่อเห็นว่า ซื้อขายได้ จึงลักลอบนำวัตถุระเบิดส่วนหนึ่งพร้อมกระสุนออกมาขาย โดยมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 19 คน ในจำนวนนี้ 12 คนเป็นทหาร

ส่วนที่มีการส่งอาวุธบางส่วนไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และปัตตานีนั้น ส่วนใหญ่เป็นกระสุน และวัตถุระเบิดหลักเช่นเดียวกับอาวุธที่มีการลักลอบขนจากภาคตะวันออก ในพื้นที่จังหวัดตราด ไปยังฝั่งตะวันตกของไทย ทั้งสองกรณีไม่เกี่ยวข้อง หรือเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 3 จุดในพื้นที่ กทม.ล่าสุด ซึ่งผู้ก่อเหตุใช้ระเบิดแสวงเครื่อง

ผู้บัญชาการทหารบก ระบุด้วยว่า การส่งอาวุธจากจังหวัดตราด ไปยังฝั่งตะวันตก ผู้ต้องหาใช้ไทยเป็นทางผ่าน โดยซื้ออาวุธจากต่างประเทศเพื่อส่งต่อให้กับชนกลุ่มน้อย พร้อมระบุหากพบทหารกระทำผิด ก็พร้อมตัดคนไม่ดีออกจากกองทัพ และไม่ต้องกังวลว่า จะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กรณีการลักลอบค้าอาวุธในพื้นที่จังหวัดตราด เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคลของทหารนอกแถวของไทยและทหารนอกแถวของประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ได้รับรายงานเรื่องการลักลอบค้าอาวุธแล้ว พร้อมสั่งคุมเข้มตามแนวชายแดน รวมถึงให้ตรวจค้นรถทุกคัน ไม่ว่าจะเป็นรถปกติ หรือรถของทางราชการ