ร้องสอบ ตร.ร่วมจับ’เปรี้ยว’ มีชื่อโผล่กว่า 90 นาย

‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบรายชื่อตำรวจในบันทึกการจับกุม ‘เปรี้ยว’ มือฆ่าหั่นศพ หลังมีชื่อโผล่ถึง 90 นาย ชี้ อาจเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์

วันที่ 6 มิ.ย. 2560 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ นายทิฆัมพร ยะลา เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ชำนาญการ สำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจมีการจัดทำบันทึกการจับกุม น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว กับพวก โดยมีการระบุสถานที่บันทึกการจับกุม ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2560 และมีรายชื่อนายตำรวจตั้งแต่ระดับสัญญาบัตรจนถึงชั้นประทวนมากกว่า 99 คนร่วมจับกุม ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากการรายงานของสื่อมวลชนกรณี น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ตามหมายศาลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ของทางการเมียนมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของเมียนมาจะนำผู้ต้องหามามอบให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ดังนั้นการจัดทำบันทึกการจับกุมที่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมจับกุม 99 คน จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และไม่ควรใช้อ้างเป็นผลงานของพนักงาน เพื่อนำไปสู่การพิจารณาความดีความชอบ ลาภ ยศ ตำแหน่ง ได้

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา กำหนดไว้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุมจะต้องอ่านบันทึกการจับกุมให้ผู้ต้องหาฟังและให้ผู้ต้องหาอ่านด้วยตนเองแล้วรับรองว่าถูกต้อง รวมถึงต้องมอบสำเนาบันทึกการจับกุมให้แก่ผู้ถูกจับ และต้องลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานทุกคน ซึ่งหากตำรวจ ทหาร และข้าราชการอื่น ผู้ร่วมจับกุมบางคนที่ไม่ได้เข้าร่วมจับกุม แต่กลับปรากฏชื่อในบันทึกการจับกุม ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการมีชื่อในบันทึกการจับกุม หากไม่ได้ร่วมปฏิบัติการจับกุมจริง ถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์อื่นใดในตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือไม่

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวอาจทำให้คดีเสียหายได้ เพราะในชั้นการพิจารณาคดีจำเลยอาจขอให้ศาลออกหมายเรียกให้ผู้ร่วมจับกุมทั้ง 99 คนไปเป็นพยาน ซึ่งหากตอบคำถามไม่ได้อาจทำให้คดีเกิดความเสียหายได้ โดยทางคดีอาญาหากพยานในคดีให้การไม่ตรงหรือขัดแย้งกัน ศาลจะใช้ประมวลหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสองเป็นเหตุในการยกฟ้อง

นอกจากนี้ อยากขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์หรือระเบียบว่าด้วยการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอาญาใหม่ ให้สอดคล้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง และไม่ให้มีผลต่อรูปคดีในอนาคต รวมถึงไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน

ศาลตัดสินคุก 2ปี 4ด.หนุ่มแคนาดาชิงเงินแบงค์สิงคโปร์

ศาลสั่งจำคุกหนุ่มแคนาดา จี้ชิงเงินธนาคารสิงคโปร์ หนีกบดานไทย ปี 59 รวม 2 ปี 4 เดือน สารภาพลดกึ่งหนึ่ง – ทนายหารือญาติต่อสู้คคีในชั้นศาล

วันนี้ 6 มิ.ย. 60 ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษา คดีที่นายเดวิด เจมส์ โรช (Mr.David James Roach) อายุ 38 ปี สัญชาติแคนาดา เป็นจำเลยในข้อหาฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง,ประกาศกระทรวงการคลังฯนำหรือพาของที่ยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้าในราชอาณาจักรและฟอกเงิน

โดยจำเลยมีพฤติการณ์ก่อเหตุจี้ชิงเงินธนาคาธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) สาขาฮอลแลนด์ วิลเลจ (Holland Village) ในประเทศสิงคโปร์ ได้เงินสดจำนวน 30,450 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ ประมาณ 8 แสนบาท ก่อนหลบหนีเข้าไทย และถูกตำรวจ สน.พญาไทจับกุมตัวได้พร้อมเงินสดที่โรงแรมชื่อดังย่านพญาไท เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2559

ทั้งนี้ จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ตั้งแต่ในชั้นสอบสวน แต่มีความผิดหลายกรรม ศาลพิพากษาให้ลงโทษความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน สั่งจำคุก 1 ปี /พ.ร.บ.การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 4 เดือน และความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี 4 เดือน เนื่องจากจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุให้บรรเทาโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 14 เดือน และสั่งให้ริบของกลาง

อย่างไรก็ตาม ทนายของจำเลย เปิดเผยว่า จำเลยให้การรับสารภาพเฉพาะที่ลักลอบนำเงินสกุลต่างชาติเข้าประเทศเท่านั้น ที่ผ่านมาไม่เคยรับสารภาพในประเด็นจี้ชิงเงินหรือปล้นเงินในต่างประเทศ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างหารือกับญาติว่าจะต่อสู้ในชั้นศาลต่อไปหรือไม่

นายกฯ แนะสื่อพอได้แล้ว เสนอข่าวคดีสวยพิฆาตฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม

นายกฯ แนะสื่อนึกถึงภาพลักษณ์ประเทศ วอนหยุดได้แล้วเสนอข่าวฆ่าหั่นศพ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (6 มิ.ย. 60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้กล่าวตอนหนึ่งถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญสาวหน้าตาดีร่วมกันก่อเหตุสยองฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม สาวคาราโอเกะ  ระหว่างการเดิน เยี่ยมชมบูธประชาสัมพันธ์การจัดงานมหานครผลไม้ 2017 FRUITPITAL FAIR และงานเปิดสวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำมาเสนอ ว่า

ขอให้ทุกคนช่วยกันแก้ปัญหาสังคม เพราะสังคมแย่ และต้องอาศัยสื่อ สังคมจะได้รู้ว่าบ้านเมืองสงบสุข บ้านเมืองมีสิ่งดี ๆ มาก และขอให้หยุดเผยแพร่และอ่านข่าว เน็ตไอดอล เนื่องจากติดตามเรื่องเดียวมานาน 2 อาทิตย์แล้ว ยุ่งอยู่กับเรื่องเดียว เรื่องดี ๆ หายหมด สังคม และต่างประเทศว่าอย่างไร มองกันอย่างไร ให้คิดบ้าง แล้วประเทศชาติจะเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน ก็ได้กระเซ้านักข่าวด้วยว่า ดูข่าวบ้างหรือเปล่า ไม่ต้องไปอ่านแล้วสื่อ เน็ตไอดอลบ้าบอคอแตก จากนั้นนายกฯ ได้หยิบทุเรียนหันมาทางสื่อแล้วบอกว่า ช่างถามจริงนะ ถามจนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมป่วยเลย อย่างไรก็ตามในระหว่างการเยี่ยมชมนายกรัฐมนตรีได้นำกลีบทุเรียนมาถ่ายรูปประกอบโดยกล่าวว่า การจะให้นายกรัฐมนตรีทำอะไรก็ต้องนึกถึงหน้านายกรัฐมนตรีบ้างไม่ใช่ตลกเกินไปก็ไม่ดี