ธปท. เผย เศรษฐกิจเดือนพ.ค.ดีต่อเนื่อง ส่งออกโต 10.6%

ธปท. เผย เศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค.ดีต่อเนื่อง ส่งออกโต 10.6% มองครึ่งปีหลังขยายตัวดีกว่าครึ่งปีแรก

นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม ว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง จากการส่งออกที่ขยายตัวร้อยละ 10.6 คิดเป็นมูลค่า 19,794 ล้านเหรียณสหรัฐ

ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 33.95 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงตามความกังวลของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าช้า หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจด้านแรงงานกดดันเงินเฟ้อและการจ้างงานออกมาต่ำกว่าที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก โดยมาจากการใช้จ่ายในประเทศ และลงทุนภาคเอกชนที่จะเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจ

ผู้เสียหาย ร้องเอาผิดผู้นำเข้า ‘กระทะโคเรียคิง’

เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นำผู้เสียหายร้องศาลแพ่ง ดำเนินคดีผู้นำเข้ากระทะโคเรียคิง

วันนี้(30 มิ.ย.) นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นำกลุ่มตัวแทนผู้เสียหาย จำนวน 74 คน ยื่นฟ้อง บริษัทวิซาร์ด โซลูชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกระทะโคเรียคิง และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่ม ต่อศาลแพ่ง รัชดาภิเษก พร้อมเรียกค่าเสียหาย 9 ล้านบาท

โดย นายสิษฐวัส ภาคินสกุลพัฒน์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดี ระบุว่าการยื่นฟ้องในครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวจำหน่ายสินค้าไม่เป็นไปตามโฆษณา ซึ่งมีผลตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ ส่วนการยื่นฟ้องจะแบ่งผู้บริโภคเป็น 2 กลุ่มหลัก ที่ใช่กระทะรุ่นไดมอนด์ และรุ่นโกลด์

ส่วนด้าน นางอรกัลยา พุ่มพึ่ง 1 ใน ผู้เสียหาย เล่าว่า ได้ซื้อกระทะดังกล่าวเนื่องจากเชื่อคำโฆษณา แต่เมื่อใช้กระทะประมาณ 10 ครั้ง กระทะกลับมีรอยไหม้ที่ก้นกระทะ และการใช้ทุกครั้งต้องวอร์มกระทะก่อนทำให้เปลืองแก๊สหุงต้ม

ขณะเดียวกัน นางอรกัลยา ได้นำกระทะที่มีรอยดำมาแสดงต่อสื่อมวลชนขณะให้สัมภาษณ์ด้วย ส่วนการที่มายื่นฟ้องนั้น เพราะต้องการให้เป็นบรรทัดฐานกับผู้บริโภคคนอื่นๆ ต่อไป

กรมธนารักษ์นำสื่อ ดูพื้นที่สร้างหอชมเมือง มูลค่ากว่า 4.6 พันล้านบาท

กรมธนารักษ์ นำสื่อดูพื้นที่สร้างหอชมเมืองมูลค่ากว่า 4.6 พันล้านบาท ย้ำ โครงการ “หอชมเมือง” โปร่งใส

วันนี้  30 มิถุนายน 2560 ที่ สถานที่ก่อสร้างโครงการหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ นำสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจที่ดินราชพัสดุ เลขที่ทะเบียน กท.3275 เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เป็นที่ก่อสร้างโครงการหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เห็นสภาพของพื้นที่ และรายละเอียดความโปร่งใสของการดำเนินโครงการ

จากกระแสที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมเกี่ยวกับการสร้างหอชมเมืองมูลค่าโครงการกว่า 4.6 พันล้านบาท บนที่ดินราชพัสดุแปลงเลขที่ กท.3275 ว่าไม่โปร่งใสเพราะไม่เปิดให้มีการประมูล วันนี้อธิบดีกรมธนารักษ์จึงได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ดังกล่าวพร้อมกับชี้แจงถึงเหตุผล และตอบข้อสังสัยของสังคม

โดยอธิบดีกรมธนารักษ์ พชร อนันตศิลป์ กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า โครงการก่อสร้างอาคารหอชมเมืองทางกรมฯมีการพูดคุยกันตั้งแต่ในปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างคือ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามาเป็นต้นแบบสำหรับประชาชนคนไทย ซึ่งในขณะนั้นกรมฯเล็งเห็นที่ดินราชพัสดุแปลงดังกล่าวซึ่งเรียกว่าเป็นพื้นที่ตาบอด เป็นพื้นที่ว่างไม่มีผู้เช่า จึงมองว่าที่ดินแปลงนี้เหมาะสม

ส่วนเหตุผลที่ไม่มีการเปิดประมูลเพราะโครงการมีลักษณะเชิงสังคมไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ลงทุนก่อสร้างโดยมูลนิธิ ไม่มีปัญผลหรือการแบ่งผลกำไร และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย กรมฯจะดำเนินการตามขั้นตอน PPP อย่างละเอียด

ทั้งนี้ผลสำรวจจากม.ธรรมศาสตร์ ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างผลตอบแทนทางภาพรวมระบบเศรษฐกิจของประเทศได้กว่าปีละ 46,857 ล้านบาท จำนวนนักท่องจะมีเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มจำนวนวันพักในไทยขึ้นเฉลี่ยอีก 1 คืน

สำหรับค่าเช่าที่ดินกรมฯจะคิดอัตราปกติคือในเชิงพาณิชย์ โดยคิดค่าเช่าในอัตรา 40%ของราคาประเมินที่ดิน หรือคิดเป็นค่าเช่าตกปีละ 4 แสนบาท

ด้านประธานชุมชนมัสยิดสุวรรณภูมิ สมสุข สมทรง ซึ่งเป็นชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณคอบข้างพื้นที่การก่อสร้างโครงการดังกล่าว บอกว่า ทางชุมชนได้มีกานหารือกันกับสมาชิกชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโครงการหอชมเมือง เพราะเห็นว่า เป็นโครงการที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 และหวังว่าการก่อสร้างโครงการครั้งนี้มูลนิธิจะนำประโยชน์มาสู่ชุมชน ส่วนความกังวลของทางชุมชนคือ กระบวนการก่อสร้าง ซึ่งอยากฝากให้ผู้ก่อสร้างช่วยดูแลเรื่องเสียงรบกวน และผลกระทบอื่นๆกับทางชุมชนด้วย

สำหรับโครงการดังกล่าวอธิบดีกรมธนารักษ์คาดว่าจะใช้เวลาในกระบวนการขั้นตอนพิจารณาต่างๆประมาณ 3 เดือนก็จะมีการสัญญากับทางมูลนิธิ และส่งมอบพื้นที่ให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไป