Huawei ชวนคนไทยสร้างกินเนสส์บุ๊ค ผ่านแคมเปญThaiPicStory

หัวเว่ย ผุด ThaiPicStory  ชวนคนไทยเล่าเรื่องด้วยภาพผ่านกล้อง Huawei P10 และ P10 Plus หวังสร้างสถิติโลกในกินเนสบุ๊ค

หัวเว่ย แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลกที่เพิ่งเปิดตัว HUAWEI P10 และ HUAWEI P10 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องหน้าและกล้องหลังจากไลก้า (Leica) ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบคุณสมบัติการถ่ายภาพที่สวยสะกดตาแบบมืออาชีพในทุกช็อต

ชวนคนไทยหยิบสมาร์ทโฟนในมือขึ้นมาถ่ายภาพเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยที่ตัวเองรู้จักในแบบของคุณ แล้วส่งเข้ามาร่วมแคมเปญ “ThaiPicStory” แคมเปญพิเศษจากหัวเว่ยที่ชวนผู้บริโภคชาวไทยสำรวจความเป็นไทยผ่านภาพถ่ายสวยๆ  โดยหัวเว่ยจะรวบรวมภาพถ่ายทั้งหมด เพื่อบันทึกเป็นสถิติโลกครั้งใหม่ของกินเนสบุ๊คร่วมกัน ซึ่งทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคมนี้


นายทศพร นิษฐานนท์
 ผู้อำนวยการหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในการสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนรุ่น Huawei P10 และ P10 Plus ขึ้นมานั้น หัวเว่ยตั้งใจให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นผลงานการออกแบบสมาร์ทโฟนที่ปฏิวัติและสร้างนิยามใหม่ให้กับการถ่ายภาพ ด้วยพัฒนาการอีกขั้นจากการจับมือกับไลก้า เราจึงมีกล้องหน้าคุณภาพเยี่ยมจากไลก้าบนสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยนอกเหนือจากกล้องหลังคู่จากไลก้าที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างยอดเยี่ยม

จากโหมดการใช้งาน 3 โหมดที่เราอยากให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ได้แก่ Monochrome Bokeh, Leica Selfie และ Studio Quality Portrait ซึ่งในแคมเปญ ThaiPicStory นี้ ผู้บริโภคยังสามารถลองใช้ Huawei P10 ได้จริง ใน Experience Booth ที่หัวเว่ยได้จัดไว้ตามจุดต่างๆ”

ด้าน นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการสร้างสรรค์แคมเปญ ThaiPicStory ขึ้นนี้ หัวเว่ยเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ 2 ท่าน ได้แก่ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา นักแสดงหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีมุมมองต่อโลกและสิ่งรอบๆตัวที่น่าสนใจ และ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดงเจ้าบทบาทที่มีมุมมองที่น่าขบคิดต่อคนไทยและแฟชั่นไทย มาทำหน้าที่เชิญชวนคนไทยมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแคมเปญนี้

กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา บอกว่า “ผมว่าคนไทยมีความเป็นกันเองในแบบที่ไม่เหมือนที่ไหนๆ เรารู้จักกันง่ายมาก แล้วเวลาเราคุยกันผมว่า การใช้สรรพนามแบบคนไทยคือ พี่ครับ ลุงครับ ป้าครับ หรือคุณน้าคุณอา มันเป็นอะไรที่พิเศษและน่ารัก เหมือนทุกคนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันหมด ผมคิดว่าเราน่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกนะที่เรียกกันแบบนี้ หรือถ้าผมจะหยิบ Huawei P10 ออกไปถ่ายภาพใคร ผมก็สามารถเรียกพี่ ลุง น้า ป้า อาได้เลย ไม่ทันไรในโทรศัพท์ผมก็เหมือนมีแต่ภาพของคนคุ้นเคยเต็มเครื่องไปหมด ถ้าให้ผมคิดเรื่องราวของคนไทย ผมว่าเรื่องมิตรภาพนี่แหละที่ใช่เลย พูดแล้วทำให้ผมอยากรู้ต่อว่าเรื่องราวของคนไทยในมุมของคนอื่นเป็นแบบไหน ลองถ่ายแล้วแชร์ให้โลกได้เห็นกันครับ”

ทางด้านพลอย เฌอมาลย์ บอกว่า “ถามถึงเรื่องราวของคนไทยพลอยนึกถึงเรื่องแฟชั่น พลอยว่าแฟชั่นของคนไทยไม่เหมือนใครเลย ใครบอกว่าคนไทยเชยเรื่องแฟชั่น พลอยบอกเลยว่าเรามีแต่คำว่าชิค เราไม่ต้องแต่งอะไรแพง แต่เราทำให้มันดูชิค ดูเรียบแต่โก้ ดูพังค์ ได้หมด แล้วเรื่องแฟชั่น เราคนไทยไม่เคยมีลิมิต โดยเฉพาะเรื่องอายุ อายุมันก็แค่ตัวเลข เราไม่แบ่งเพศ ความหลากหลายทางเพศของคนไทยทำให้เราได้เห็นเทสต์เก๋ๆ ล้ำๆ ในเรื่องแฟชั่นเยอะเลย เพราะแฟชั่นมันอยู่ในทุกวันของชีวิตคนไทยอยู่แล้ว นี่แหละคนไทยในสายตาของพลอยค่ะ”

หยิบ Huawei P10 หรือ Huawei P10 Plus ของคุณที่มีกล้อง Leica ทั้งหน้าและหลัง ออกไปถ่ายภาพ ภายใต้แนวคิด The People of Thailand จากนั้นแชร์ภาพพร้อมเขียนแคปชั่นเล่าเรื่องราวและติดแฮชแท็ค #ThaiPicStory เพื่อนำภาพเรื่องราวของพวกเราคนไทยทุกคนมาบันทึกเป็นสถิติโลกใหม่ของประเทศไทยกับกินเนสบุ๊คด้วยกันตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคมนี้

สำหรับวิธีการร่วมแคมเปญ ThaiPicStory สามารถทำได้ดังนี้

**ถ่ายภาพ พร้อมติดแทชแฮค #ThaiPicStory
**แชร์ลงใน Facebook หรือ Instagram ของคุณ
**ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ
**สามารถใช้โทรศัพท์ รุ่นใดก็ได้ ในการถ่ายภาพ
**สามารถส่งภาพคนละกี่ภาพก็ได้ ไม่จำกัด
**ช่วงเวลาร่วมแคมเปญตั้งแต่ 1มิ.ย. – 31 ก.ค. 2560

ออกไปถ่าย…ออกไปสร้างสตอรี่ให้สุด แล้วแชร์ให้โลกได้เห็น ว่าพวกเราคนไทยสุดแค่ไหน!!
#Huawei P10  #Huawei P10 Plus  # Leica  #The People of Thailand  #ThaiPicStory 

                                                                     ################

เจ็บระนาว ! แฟนบอลเหยียบกันเจ็บ 1,500 คน

เกิดเหตุแฟนบอลเหยียบกันในระหว่างชมเกมการถ่ายทอดสดฟุตบอลที่จัตุรัสใจกลางเมืองตูรินของอิตาลี โดยมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บราว 1,500 คน

เกิดเหตุเหยียบกันบริเวณจัตุรัส “ซานคาร์โล” ใจกลางเมืองตูริน ของอิตาลี เมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ในระหว่างที่บรรดาแฟนบอลจำนวนมากแห่เข้าชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมยูเวนตุส ของอิตาลี เจอกับทีมเรอัล มาดริด ของสเปน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 พัน 500 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 7 คน รวมถึงเด็กวัย 7 ขวบด้วย

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเพียง 10 นาที โดยมีชนวนมาจากเสียงประทัดที่ดังขึ้น ซึ่งทำให้หลายคนตื่นตระหนก และเข้าใจว่าเป็นระเบิด ทำให้ข่าวลือดังกล่าวแพร่กระจายต่อไปยังคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลายคนพยายามที่จะเบียดเสียดคนอื่นๆ เพื่อออกจากบริเวณใจกลางจัตุรัส

หลังเกิดเหตุตำรวจพบรองเท้า กระป๋องเบียร์ และกระเป๋าสะพายถูกทิ้งไว้บนพื้นจำนวนมาก ในขณะที่หลายคนต่างก็ตามหาเพื่อนและญาติที่พลัดหลงกันขณะเกิดความโกลาหล

นับเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้แฟนบอลทีมยูเวนตุส นึกถึงโศกนาฎกรรมเฮย์เซลที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2528 อีกครั้ง ระหว่างการแข่งขันยูโรเปี้ยนคัพนัดชิงชนะเลิศ ระหว่างยูเวนตุส และ ลิเวอร์พูล โดยมีแฟนบอล จำนวน 39 คน ในจำนวนนี้มี 32 คน เป็นแฟนทีมยูเวนตุส เสียชีวิตจากเหตุกำแพงถล่ม หลังเกิดการปะทะกันระหว่างแฟนบอล 2 ทั้งสองฝ่าย

เปิดภาพหาชมยาก ขบวนแห่แม่โพสพ ชูวันข้าว – ชาวนาไทยแห่งชาติ

ชาวชัยนาท และเชียงใหม่ ร่วมจัดงานแห่บูชาแม่โพสพ เชิดชูวันข้าวและวันชาวนาไทยแห่งชาติ

วันนี้ (6 มิ.ย. 2560) ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ “นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์” (รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่) เปิดงานวันข้าวและชาวนาไทยแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “พระราชา นำชาวนาสู่ยุค 4.0

ภายในงานได้มีการ มอบโล่รางวัลชนะเลิศในการประกวดข้าวหอมมะลิระดับประเทศให้กับ  “นายสิงห์คำ แก้วคำปา” จากศูนย์ส่งเสริมผลิตข้าวชุมชนตำบลสบปง จ.พะเยา พร้อมมอบรางวัลเป็นรถไถแบบเดินตามและเงินสด 20,000 บาท ส่วน “นายประเสริฐ วงศ์ไชย” จากกลุ่มส่งเสริมผลิตข้าวภูกามยาว จ.พะเยา ได้รองชนะเลินอันดับ 1 ได้รางวัลรถไถแบบเดินตามและเงินสด 15,000 บาท นอกจากนั้นยังมอบเกียรติบัตรให้กับชาวนาดีเด่นในเชียงใหม่อีก 3 ราย ที่ผลิตข้าวอินทรีย์มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมชาวนาไทยผลิตข้าวที่มีคุณภาพแบบยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่เครื่องบูชาพระแม่โพสพ ที่ปัจจุบันหาดูได้ยาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการรื้อฟื้น ประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวล้านนาในอดีต  ทั้ง ดอกไม้บูชา , ขันขวัญ , ครัวตาน , ขันบายศรี และขันท้าวทั้ง 4 และเครื่องประกอบพิธี รวมทั้งมีพิธีเรียกขวัญข้าวโดยปราชญ์ล้านนา รวมทั้งจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการเกษตรและแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับผู้ที่มาร่วมงานด้วย

ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการ  เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10″ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นแก่กิจการ การเกษตรด้านข้าวและชาวนาของประเทศ พร้อมร่วมเชิดชูเกียรติชาวนาไทยอีกด้วย

ทั้งนี้นอกจากที่ จ.เชียงใหม่แล้ว  จ.ชัยนาท ก็ได้มีพิธีบวงสรวงพระแม่โพสพ เทพีแห่งข้าว และเปิดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติประจำปี พ.ศ.2560 ด้วยเช่นกัน ณ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท โดยนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เผยว่า การจัดงานครั้งนี้ก็เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อกิจการด้านข้าว และชาวนาของประเทศไทย

และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และราชวงศ์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณด้านข้าว และชาวนา ขณะเดียวกันก็เพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของข้าว และเชิดชูเกียรติชาวนาไทย รวมทั้งแสดงผลงานทางวิชาการด้านข้าว ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และองค์การชาวนาด้วย

สำหรับการจัดงานที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท มีกิจกรรมต่างๆ ภายใต้สาระสำคัญศาสตร์พระราชา นำชาวนาสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ประกอบด้วย นิทรรศการศาสตร์พระราชา สถานีบริการวิชาการ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์การทำนา การสาธิตต่างๆ รวมทั้งการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการ และการประกวดวาดภาพของยุวชนชาวนา