สาวโพสต์อ้างถูก เก่ง ลายพรางทำร้าย เจ้าตัวรับทำเองแต่ไม่ได้ตั้งใจ

สาวโพสต์ภาพถูกทำร้ายจนตาเขียว อ้างโดน เก่ง ลายพราง ต่อย ด้าน เก่ง ลายพราง โร่ชี้แจงเผยทะเลาะกับผู้ชาย ก่อนพลาดไปโดนไม่ได้ตั้งใจ ลั่นไม่เคยทำร้ายผู้หญิง

วานนี้ (4 มิ.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการโพสต์คลิปอ้างว่าถูก ‘เก่ง ลายพราง’ เน็ตไอดอลดังทำร้ายร่างกายด้วยการต่อยที่ใบหน้าจนเขียวช้ำ ขณะไปเที่ยวฉลองวันเกิดเพื่อน ที่ผับแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.นครพนม โดยระบุว่า “ไปวันเกิดน้องคืนที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ จ.นครพนม แล้วคุณเก่ง ลายพราง มีเรื่องกับผู้ชายแล้วมาต่อยหน้าเราทำไมคะ เราไม่ได้ทำอะไรให้คุณเลย แล้วคุณตอบกลับมาว่าตอนต่อยผีเข้า ไม่ใช่นะคะ หนูจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด #เก่งลายพราง”

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ เก่ง ลายพลาง จะมีข้อความชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นงานวันเกิดรุ่นน้องที่นครพนม ซึ่งขณะที่นั่งอยู่กันนั้นก็เมากันหมดแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า แฟนของผู้หญิงคนนี้ก็คือรุ่นน้องอีกคนหนึ่งเมา และจำไม่ได้ก็เกิดปากเสียงและทะเลาะกัน ซึ่งตนก็ได้ต่อยแฟนเขาไปทีหนึ่ง แต่ตอนที่ต่อยไปนั้นผู้หญิงก็ยืนอยู่ด้วย จึงทำให้แฉลบไปโดนด้วย ไม่ได้ตั้งใจต่อยผู้หญิง และพูดว่าผีเข้าอย่างที่โพสต์ เดี๋ยวกล้องมันจะบอกเอง

ที่สำคัญในคืนนั้น มีพยานอยู่ 5 คนที่เห็นเหตุการณ์ และมีเสนั่งอยู่ด้วยกันถึง 2 คน สามารถมาเป็นพยานได้ เราก็ได้คุยกันเรียบร้อยว่า “ผมก็เมาจำอะไรไม่ได้เพราะผมเพิ่งกินไวน์ครั้งแรก” ก็คุยกันจบไปแล้ว และเราก็จบไปได้ด้วยดี

แต่งงว่าอยู่ดี ๆ ทำไมมาโพสต์แบบนี้ว่าผีเข้า และไปต่อยหนูคืออะไรไม่เข้าใจ เพราะเรื่องที่พูดมามันไม่ใช่ความจริง พร้อมถามว่าต้องการอะไรเหรอ ? ก่อนลั่นว่า อายุจะ 40 และเกิดมาไม่เคยไปทำร้ายผู้หญิง อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย กะเทยยังไม่เคยทำเลย

สั่งปิดอาคาร ร.ร.ปทุมวิไล หลังถูกพายุพัดถล่มพังเสียหาย

ผอ.รร.ปทุมวิไล สั่งปิดอาคารชั่วคราวหลังพายุฝนกระหน่ำห้องเรียนพัง 6 ห้อง หวั่น ถล่มลงมาเพิ่ม

หลังเกิดพายุฝนพายุพัดกระหน่ำในจ.ปทุมธานี ทำให้อาคารเรียนที่ 1 ของโรงเรียนปทุมวิไล ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พังเสียหายจำนวน 1 ชั้น 6 ห้องเรียน ด้าน นายวีรพงษ์ คล้อยดี ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมวิไล จึงได้มีคำสั่งงดใช้อาคารเรียนชั่วคราว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพราะเกรงว่าอาคารจะทรุดเพิ่มและเป็นอันตรายกับนักเรียน

โดยที่เกิดเหตุเป็นอาคารปูน 3 ชั้น อายุกว่า 42 ปี ประกอบด้วยชั้นแรกเป็นห้องพักครูและติดต่อราชการ ชั้นสองและสามเป็นอาคารเรียนจำนวน 12 ห้อง ซึ่งชั้นสามเสียหายทั้งหมด 6 ห้อง โดยหลังคาและฝาพนังด้านหลังอาคารได้หักพังเสียหาย มีเศษปูนร่วงหล่นลงมาด้านล่าง และภายในห้องเรียนมีกระเบื้องรวมถึงฝ้าทะลุเสียหาย ส่วนบริเวณห้องผู้อำนวยการที่อยู่ชั้นหนึ่งหรือชั้นล่างได้ถูกเศษปูนหล่นลงมาได้รับความเสียหายเช่นกัน

จากการสอบถามนายวีรพงษ์ คล้อยดี ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมวิไล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.60 เวลา 17.30 น. มีลมพายุฝนตกลงมาอย่างรุนแรง โดยตนเองและครูจำนวน 3 ท่าน ยังคงทำงานอยู่ที่อาคารหนึ่ง จากนั้นได้ยินเสียดังเหมือนอาคารถล่ม ตนเองและครูได้ออกมาดูและไม่พบจึงรอให้ฝนหยุด และได้สำรวจบริเวณโรงเรียนพบว่าด้านหลังของอาคารหนึ่งได้พังลงมาจากพายุฝนเมื่อช่วงเย็น จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสพฐ เขต 4 เพื่อให้รับทราบและเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นตนเองได้มีคำสั่งให้งดใช้อาคารเรียนพร้อมติดป้ายเตือน ห้ามเข้าพื้นที่อันตราย โดยให้ครูและนักเรียนไปใช้อาคารอื่นก่อน

ที่มา… INN

‘ยิ่งลักษณ์’ เผย มีเวลาดูแลสุขภาพ ปลูกผักกินเอง ชวน ปปช.ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์เฟซบุ๊กเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก เผยหลังไม่อยู่ในตำแหน่ง มีเวลาดูแลสุขภาพมากขึ้นปลูกผักกินเอง พร้อมเชิญชวนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Yingluck Shinawatra” ว่า วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งเป็นอีกวันหนึ่งที่อยากเขียนเพื่อแบ่งปันสิ่งรอบตัวของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สิ่งแวดล้อม” ที่กำลังประสบกับภาวะโลกร้อน ซึ่งเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์

อย่างการใช้ไฟฟ้าและพลังงานจากน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมอื่นๆอีกมากมาย ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากเกินสมดุลตามธรรมชาติ (Greenhouse Gases) ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นทั้งบนผิวโลก และน้ำในมหาสมุทร

ทั้งนี้ จากการศึกษาเพิ่มเติม ข้อมูลจากองค์การนาซาระบุว่าปี 2559 ที่ผ่านมา เป็นปีที่อุณหภูมิโลกร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกมา การแก้ไขภาวะโลกร้อน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว สามารถเริ่มต้นรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัว ตามคำขวัญของวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ที่ว่า “Connecting People to Nature” หรือ ชีวิตฉันผูกพันกับธรรมชาติ “I’m with Nature”

เพื่อที่อยากจะบอกให้โลกรับรู้ว่าวันนี้ ขณะที่ทุกอย่างกำลังจะก้าวไปสู่โลกของดิจิทัลหรือเทคโนโลยี แต่ขณะเดียวกันก็อย่าลืมคืนความเป็นธรรมชาติในการใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งหลังจากที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้วก็หันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น ด้วยการปลูกผักกินเอง ทำสิ่งที่กลับคืนสู่ธรรมชาติให้มากที่สุด เพราะการปลูกผักปลอดสารพิษ ถือเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโลกไปด้วยอีกทางหนึ่ง

ดังนั้นการปลูกผักที่บ้านไว้รับประทานเอง จึงเป็นหนทางหนึ่งที่ดีในการรักษ์โลกได้ และสามารถทำให้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นจริงๆ และยังมีเรื่องใกล้ตัวอีกหลายอย่างที่เราสามารถช่วยกันได้อย่าง แยกขยะรีไซเคิล หรือลดการใช้กล่องโฟม ถุงพลาสติกเป็นต้น จึงอยากจะขอแบ่งปันความสุขเหล่านี้ให้ทุกคน และเชิญชวนให้ร่วมกันให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ใกล้ตัวก่อน