ฝนกระหน่ำปทุมฯทำเสาไฟแรงสูงโค่น10ต้นไฟดับ

พายุฝนกระหน่ำใน จ.ปทุมธานี ทำเสาไฟแรงสูงหักโค่น 10 ต้น ส่งผลไฟดับทั้งเมือง

การไฟฟ้าปทุมธานี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้เกิดลมพายุฝนพัดกระหน่ำทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด 22 KV กำลังไฟฟ้าส่งตามสายขนาด 22,000 โวลต์ บริเวณสามแยกไทยดอยท์ ถนนสายปทุมธานี ลาดหลุมแก้ว ม.2 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี หักโค่นลงจำนวน 10 ต้น ส่งผลให้ไฟฟ้าในสถานที่ราชการดับทั้งเมืองปทุมธานี ต่อมาเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าเมืองปทุมธานี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่มาทำการตัดสายไฟฟ้าแรงสูงและตัดจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นจุดๆ เพื่อให้ไฟฟ้าใช้การได้โดยเฉพาะโรงพยาบาลปทุมธานี ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ทำการจ่ายไฟฟ้าให้ใช้ได้กว่าชั่วโมงไฟจึงใช้ได้บางส่วนเท่านั้นซึ่งทางไฟฟ้าจะทำการปักเสาให้ใหม่ในวันรุ่งขึ้นเพื่อให้ไฟฟ้าใช้ได้ทุกพื้นที่

ทางด้านนางเอื้ออารีย์ เฉลียว อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เล่าว่าช่วงเกิดเหตุมีเมฆฝนลมพายุพัดมาอย่างแรงและฝนได้ตกลงมาอย่างหนักพร้อมมีเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดทำให้ไฟฟ้าดับ หลังฝนหยุดได้ออกมาดูพบว่าเสาไฟฟ้าแรงสูงได้หักโค่นลงมาจำนวน 10 ต้นดังกล่าว

อินโดนีเซีย เผย มีสมาชิก ‘กลุ่มไอเอส’ ในฟิลิปปินส์กว่า 1,200 คน

รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเชียเปิดเผยมีสมาชิกกลุ่มไอเอสกว่า 1,200 คนในฟิลิปปินส์ ซึ่งจากจำนวนหนึ่งมาจากมาเลเซีย

วันนี้ (4มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน กรณีนายเรียไมซาร์ด เรียซูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอินโดนีเชียแถลงต่อที่ประชุมด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก หรือแชงกรี-ล่า ไดอะล็อก ประจำปี พ.ศ. 2560 ณ ประเทศสิงคโปร์ ว่าขณะนี้มีนักรบกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ กลุ่มไอเอส เคลื่อนไหวอยู่ในฟิลิปปินส์ถึง 1,200 คน และในจำนวนนี้ มี 40 คน ที่มาจากอินโดนีเชีย

ในการประชุมสุดยอดด้านความมั่นที่สิงคโปร์ ซึ่งมีนาย เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย โดยการประชุมครั้งนี้มีเนื้อหา เกี่ยวกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นประเด็นหารือร้อนแรงที่สุด พร้อมกันนี้เองนาย เรียซูดู ได้เรียกร้องความร่วมมือในการร่วมปราบปรามกลุ่มไอเอสจากทั่วภูมิภาค นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง เผยว่า กลุ่มไอเอสมีแผนก่อตั้ง “จังหวัด” ขึ้นบนเกาะมินดาเนา เพื่อสร้าง ‘รัฐอิสลาม’ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ก่อนหน้านี้ มีข่าวที่น่าตกใจ กรณีที่ทหารกองทัพฟิลิปปินส์ได้สู้รบกับกลุ่มติดอาวุธ มาอูเต ซึ่งร่วมมือกับกลุ่มไอเอสยึดเมือง มาราวี บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ โดยวางเป้าหมายจะใช้เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มรัฐอิสลาม พร้อมทั้งจับกุมประชาชนส่วนหนึ่งเป็นตัวประกัน ทำให้ชาวบ้านบนเกาะต้องอพยพออกนอกพื้นที่ โดยการสู้รบเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม หลังจากกองทัพบุกจับกุมนาย อิสนิลอน ฮาปิลอน ผู้นำกลุ่มมาอูเต โดยการสู้รบยืดเยื้อมานานเกือบ 2 สัปดาห์

โดยขณะนี้ยังมีกลุ่มติดอาวุธควบคุมพื้นที่บางส่วน จนกระทั่งล่าสุดมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการสู้รบพุ่งถึง 177 คน โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มติดอาวุธ 120 คน ส่วนที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ ระบุว่า นักรบไอเอสที่ถูกสังหารมาจากต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเชีย เยเมน ซาอุดิอาระเบีย และเชชเนีย โดยนักรบต่างชาติเหล่านี้ใช้เส้นทาง จากทะเลซูลูและเซเลเบส ใกล้ชายแดนฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย และมาเลเซีย เดินทางเข้ามายังเกาะมินดาเนา

ที่มา  www.gmanetwork.com

จบสวย ! โยมพ่อ โยมแม่ ‘สามเณรปลื้ม’ ยุติแย่งศพ

โยมพ่อ โยมแม่สามเณรปลื้ม ทำบันทึกข้อตกลงใหม่แบ่งกันจัดงานศพสามเณรปลื้ม หลังฌาปนกิจให้แบ่งกระดูกคนละครึ่ง

หลังจกเมื่อวานนี้ เกิดเหตุการณ์นายชวน เอกเกียรติกุล และนางกัญญา มินกระโทก โยมพ่อโยมแม่ของสามเณรปลื้มพร้อมด้วยญาติ เปิดศึกแย่งศพสามเณปลื้ม ไปบำเพ็ญกุศลศพ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย เบื้องต้นตกลงกันให้โยมพ่อนำศพสามเณรปลื้มไปบำเพ็ญกุศลศพที่วัดปากเหมือง อย่าไรก็ตามโยมแม่สามเณรปลื้ม ยังมีท่าทีต้องการไม่เห็นด้วยกับการตกลงเมื่อคืนวานนี้

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 4 มิ.ย. 60 ที่ห้องทำงาน ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้เรียกตัวนายชวน เอกเกียรติกุล อายุ 42 ปี และนางกัญญา มินกระโทก อายุ 40 ปี โยมพ่อโยมแม่ของสามเณรปลื้ม มาทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเป็นหลักฐานในการแบ่งวันจัดงานศพสามเณรปลื้มดังนี้ โดยให้นายชวน นำศพสามเณรปลื้ม ไปบำเพ็ญกุศลศพที่วัดปากเหมือง ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 3 – 6 มิ.ย.2560 และวันที่ 6 มิ.ย.60 เวลา 16.00 น.ให้นำศพสามเณรปลื้มส่งให้กับนางกัญญา โยมแม่ นำไปบำเพ็ญกุศลศพที่วัดวังไทร ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 7 – 9 มิ.ย. 60 และกำหนดฌาปนกิจศพสามเณรปลื้ม วันที่ 11 มิ.ย.60 ที่วัดวังไทร ต.ลานสกา อ.ลานสกา หลังจากฌาปนกิจศพสามเณรปลื้ม ให้ฝ่ายโยมพ่อโยมแม่ แบ่งกระดูกคนละครึ่ง ส่วนเงินที่ได้จกการทำบุญให้เจ้าภาพแต่ละฝ่ายจัดเก็บกันเอง จากนั้นมีการลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน และมี พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช , พ.ต.ท.วิรัตน์ แท่นทอง สว. ( สอบสวน ) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นพยาน จนเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันเดินทางกลับไป