วุ่น! พ่อแม่ สามเณรปลื้ม เหยื่อฆาตกรเหี้ยม ฆ่าฝังศพกลางวัด เปิดศึกแย่งบำเพ็ญกุศล

ชุลมุนวุ่นวาย! พ่อแม่ สามเณรปลื้ม เหยื่อฆาตกรเหี้ยม ฆ่าฝังศพกลางวัด เปิดศึกแย่งบำเพ็ญกุศล

วานนี้(3 มิ.ย. 60) เวลา 18.00 น.  ที่วัดวังตะวันตก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายชวน เอกเกียรติกุล อายุ 42 ปี พ่อของสามเณรปลื้ม นำศพสามเณรปลื้ม กลับจากผ่าพิสูจน์ที่สถาบันติติเวช โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี ถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญดวงวิญาณกลับไปบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านในอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช

ท่ามกลางประชาชนเป็นจำนวนมากที่ทราบข่าว เดินทางมาที่วัดวังตะวันตก หลังพระภิกษุสงฆ์ ประกอบพิธีอัญเชิญดวงวิญาณสามเณรปลื้ม ปรากฏว่านางกัญญา มินกระโทก อายุ 40 ปี แม่ของสามเณรปลื้ม พร้อมด้วยญาติ ไม่ยอมให้นายชวน เอกเกียรติกุลพ่อของสามเณรปลื้ม นำศพสามเณรปลื้ม ไปบำเพ็ญกุศลศพที่อำเภอหัวไทร โดยแม่สามเณรปลื้ม อ้างต้องการให้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพสามเณรที่วัดวังตะวันตกสถานที่ ๆ สามเณรปลื้ม เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายพ่อของสามเณรปลื้ม ยังคงยืนยันว่าจะนำศพของสามเณรปลื้ม ไปบำเพ็ญกุศลศพที่วัดในอำเภอหัวไทร เพราะมีการเตรียมการสถานที่จัดงานบำเพ็ญกุศลศพไว้แล้ว ขณะที่แม่ของสามเณรปลื้ม ได้ยืนยันว่าจะตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดวังตะวันตก เช่นกัน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างตรึงเครียดทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ของสามเณรปลื้ม

จนกระทั่งทางพระครูพรหมเขตคณารักษ์ ( ชัยสิทธิ์ ) ผู้รักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ต้องมาเจรจาตกลงทั้งพ่อ และแม่ของสามเณรปลื้ม โดยแม่ของสามเณรปลื้ม ยืนยันขอให้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพสามเณรปลื้มที่วัดวังตะวันตก ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันอังคาร 5 มิ.ย.หลังจากนั้นให้พ่อสามเณรปลื้ม นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่อำเภอหัวไทร จนฌาปนกิจ แต่พ่อไม่ตกลงยังยืนยันว่าวันนี้ จะนำศพสามเณรปลื้ม ไปบำเพ็ญกุศลศพที่อำเภอหัวไทร

นายชวน เอกเกียรติกุล พ่อสามเณรปลื้ม กล่าวว่า ตนเดินทางมารับศพสามเณรปลื้ม ตั้งแต่ตอนขุดศพขึ้นมาจากหลุม และนำไปสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี ตั้งแต่เมื่อวาน (2 มิ.ย.60) แต่ไม่ได้รับการตรวจศพ เพราะพนักงานสอบสวนไม่ได้ให้ใบส่งศพ วันนี้ตนจึงเดินทางไปสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี อีกครั้ง พร้อมให้ญาติ จัดเตรียมการ เพื่อนำศพกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ที่วัดปากเหมือง หมู่ 3 ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร เรียบร้อยหมดแล้ว แต่นางกัญญา แม่สามเณรปลื้ม เพิ่งมาวันแรกก็แย่งศพลงจากรถเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ตนขอนำกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านตามที่เตรียมการไว้หมดแล้วก่อน 3 วัน หลังจากนั้นจึงอนุญาตให้นำศพสามเณรปลื้มมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดวังตะวันตก ตามที่นางกัญญา อดีตภรรยา ต้องการ ส่วนการฌาปนกิจที่ไหนตนไม่ขัดข้อง ที่สำคัญวัดวังตะวันตก เป็นสถานที่ ๆ สามเณรปลื้มถูกฆ่าตาย ร่องรอยหลุมฝังศพก็ยังปรากฏอยู่ชัดเจน จึงไม่น่าจะเหมาะสมใครมางานศพเห็นหลุมศพที่ฝังสามเณรปลื้มก็คงสะเทือนใจ

ด้านนางกัญญา มินกระโทก อดีตภรรยา กล่าวว่า ไม่อยากให้พาไปมา ตนและญาติ ๆ พร้อมเพื่อน ๆ ทั้งที่เป็นพระภิกษุ- สามเณร และฆราวาสก็อยากให้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดวังตะวันตกก่อน 3 วัน หลังจากนั้นนายชวน ก็นำกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อที่วัดปากเหมือง หมู่ 3 ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร กี่วันก็ได้และจะฌาปนกิจศพที่วัดปากเหมืองเลยก็ได้

ทั้งนี้ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะพยายามเจรจาไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่าย เพื่อเห็นแก่สามเณรปลื้ม ซึ่งเป็นลูกและจากไปแล้วไม่ควรให้เรื่องราวและภาพความขัดแย้งระหว่างพ่อกับแม่เกิดขึ้นและกระทบกับความรู้สึกของคนในสังคม ทั้งพ่อและแม่ของสามเณรปลื้ม ยังยืนกรานเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเชิญทั้งสองคนไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อเจรจาตกลงกันที่โรงพัก และหากไม่สามารถตกลงกันได้ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนและส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาตัดสิน ซึ่งจะต้องใช้เวลานาน โดยทางพระครูพรหมเขตคณารักษ์ ได้สั่งให้พระภิกษุ – สามเณรย้ายโลงศพ เข้าไปตั้งในศาลาโรงธรรม และสวดพระอภิธรรม ก่อนเป็นคืนแรก ท่ามกลางญาติทั้งสองฝ่าย และชาวบ้านที่ทราบข่าว มานั่งร่วมสวดอภิธรรมศพสามเณรปลื้ม เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จนเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง ( 21.30 น.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช สามารถไกล่เกลี่ยระหว่างพ่อและแม่ของสามเณรปลื้ม และสามารถตกลงกันได้ว่าจะนำศพสามเณรปลื้ม ไปบำเพ็ญกุศลศพที่วัดปากเหมือง หมู่ 3 ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร โดยกำหนดบำเพ็ญกุศลศพเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.ส่วนวันฌาปนกิจศพในยังไม่ระบุต้องหารือกันในญาติๆก่อน อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ จะนำศพสามเณรปลื้ม ไปบำเพ็ญกุศลศพที่วัดปากเหมืองพระภิกษุสงฆ์ พ่อ แม่ ญาติพี่น้องสามเณรปลื้มทั้งสองฝ่าย รวมทั้งชาวบ้านร่วมประกอบพิธีอัญเชิญหีบศพสามเณรปลื้มอีกครั้ง ก่อนจะเดินทางไปยังวัดปากเหมือง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ขับรถ 191 นำรถบรรทุกศพสามเณรปลื้ม

ประชาชนยังคงทยอย เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ประชาชนทยอยเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ ขณะสำนักพระราชวังสรุปยอด 213 วัน มีประชาชนเดินทางมาแล้ว 7,429,961 คน

วันนี้(4 มิ.ย.) บรรยากาศที่พระบรมมหาราชวัง ในช่วงเช้าประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดยังคงเดินทางผ่านจุดคัดกรองเพื่อรอคิวเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กันอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจยังคงมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากกรณีเกิดเหตุระเบิดที่โรงละครแห่งชาติ ทั้งการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ การตรวจสแกนร่างกาย เพื่อไม่ให้มีการนำอาวุธ หรือสิ่งของต้องห้าม เข้ามาในพื้นที่

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ ในเวลา 21.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 29,615 คน รวม 213 วัน มี 7,429,961 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินรวม 213 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 582,769,581.76 บาท

ระทึก! คนร้ายไล่แทง-ขับรถชน ในกรุงลอนดอน เจ็บอื้อ

อังกฤษระทึก! เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดไล่แทงผู้คน-ขับรถชนในกรุงลอนดอน บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย

วันนี้(4 มิ.ย.) เอพีรายงานว่า เกิดเหตุสยองซ้ำกรุงลอนดอนอย่างน้อย 3 จุดในเวลาใกล้เคียงกัน เมื่อคนร้ายขับรถไล่ชนคนที่ลอนดอนบริดจ์ จากนั้นยังมีทีมมือมีด 3 คน ใช้มีดเล่มยาวไล่แทงผู้คน ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 2 ราย ขณะเดียวกันอีกกรณีมีคนร้ายขับรถแวนสีขาวพุ่งชนผู้คนบนสะพานลอย บาดเจ็บนับ 10 ราย

นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงอย่างเร่งด่วน และระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นไปได้ที่เป็นการก่อการร้าย นางเมย์กล่าวด้วยว่า ห่วงใยอย่างยิ่งกับผู้ตกอยู่ในเหตุการณ์เลวร้ายนี้ เช่นเดียวกับนายเจเรมี คอร์บีน ผู้นำฝ่ายค้าน ที่กล่าวแสดงความห่วงใยต่อเหยื่อและครอบครัว เหตุเกิดขึ้นในช่วงดึกที่ผู้คนจำนวนมากไปสังสรรค์ตามผับบาร์ เพื่อชมการถ่ายทอดสดแข่งขันฟุตบอลยูฟา แชมเปียนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่จัดขึ้นในสนามแคว้นเวลส์ ของสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ทีมข่าวบีบีซีรายงานว่า มีข้อความผู้สนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส กล่าวยินดีกันในโซเชียลมีเดีย ขณะตำรวจอังกฤษยิงผู้ก่อเหตุจำนวนหนึ่ง ขณะที่พยานระบุ ผู้ก่อเหตุ 3 คนตะโกนว่าทำเพื่อพระผู้เป็นเจ้า ในเวลาเดียวกัน สถานทูตสหรัฐในกรุงลอนดอน เตือนพลเมืองสหรัฐเลี่ยงเดินทางไปในที่เกิดเหตุรุนแรง และให้ติดตามข่าวสารจากสื่ออย่างใกล้ชิด ส่วนสื่ออังกฤษได้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 7 ราย จากเหตุก่อการร้ายที่ สะพานลอนดอน และ ตลาดโบโรห์