ตร. ยันส่งระเบิดทางไปรษณีย์ ไม่ได้จ้องป่วน คาดลักลอบนำมาขายออนไลน์

ผกก.บางเขน ยันเหตุส่งระเบิดทางไปรษณีย์ ไม่ได้เตรียมไปก่อเหตุ เป็นการสั่งซื้อของกันทางออนไลน์ ขณะที่ทหารคุมตัวสิบโทสอบสวน คาดลักลอบนำอาวุธจากหน่วยงานราชการมาขาย

พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางเขน เปิดเผยกรณีที่มีการพบระเบิด ถูกส่งทางไปรษณีย์ ภายในศูนย์ส่งสินค้า สาขาบางเขน ว่า จากการตรวจสอบทางการข่าวเบื้องต้นไม่พบว่าจะมีการก่อเหตุในพื้นที่ และการส่งพัสดุเป็นระเบิดดังกล่าวนั้น ทางร้านพบเป็นครั้งแรก และก็น่าจะไม่ได้เตรียมไปก่อเหตุ แต่เป็นเพียงการสั่งของ ประเภทเดียวกับสั่งและส่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่มักพบว่ามีการสั่งซื้อของกันทางออนไลน์

โดยตั้งข้อสังเกตว่าหากต้องการก่อเหตุจริง คงเป็นการนัดรับตามจุดต่างๆ แทน เพราะหากส่งเป็นพัสดุเสี่ยงจะถูกตรวจสอบและจับกุมไว้ได้มากกว่า เพราะมีชื่อ ที่อยู่ผู้รับ และส่งอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างติดตามตัวชื่อผู้ส่งพัสดุดังกล่าว

ทั้งนี้ฝ่ายสืบสวน เปิดเผยว่า หลังจากพบกล่องพัสดุดังกล่าว และตรวจสอบชื่อผู้ส่ง พบว่าเป็นทหารยศสิบโท จึงประสานไปยังต้นสังกัดให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบ จนพบว่าชื่อบุคคลดังกล่าวเป็นทหารจริง และเป็นผู้ส่งระเบิดดังกล่าว ต้นสังกัดจึงควบคุมตัวไปสอบสวน โดยตามขั้นตอนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน แต่ยังไม่ทราบวันเวลาชัดเจน เพื่อสอบปากคำตามขั้นตอน ซึ่งต้องสอบสวนว่านำระเบิดมาจากไหน และมีใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หลังจากนั้นจะส่งฝากขังศาลทหารให้ดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ เชื่อว่า สิบโทเป็นผู้จัดส่งวัตถุระเบิด เนื่องจากมีพยานหลักฐานชัดเจน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายๆ เหตุการณ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีการส่งวัตถุระเบิดเนื่องจากสาเหตุใด แต่สงสัยได้ว่าอาจจะมีการลักลอบนำอาวุธจากหน่วยงานราชการมาขาย เนื่องจากมีร่องรอยการขูดลบเลขบนวัตถุระเบิด

สาวโวย! เเท็กซี่เชียงใหม่นับ10 พุ่งล้อมรถ คิดว่าเป็น ‘อูเบอร์’

สาวเชียงใหม่โวย! รับลูกค้าเช่าคอนโดฯ ถูกแท็กซี่นับสิบล้อมรถหาว่าเป็นอูเบอร์ ขนส่งบอกล้อมกันหนีเพราะเข้าใจผิด

เฟซบุ๊กแฟนเพจจังหวัดเชียงใหม่ CM108.com ได้รับเเจ้งจากสมาชิกว่า เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 มิถุนายน สมาชิกเพจซึ่งเป็นหญิงสาวไปรับลูกค้าที่ติดต่อเช่าคอนโดฯ ซึ่งลูกค้าเป็นชาวจีนภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง เนื่องด้วยลูกค้ามาก่อนเวลา 30 นาที จึงบอกให้หาอะไรรับประทานก่อน เเล้วจึงรีบเดินทางออกไปรับ ขณะที่โทรติดต่อกับลูกค้ามีคนไทยรับสายเเทนเเละมีการสอบถาม โดยตอนเเรกคิดว่าเจอคนดีมีน้ำใจช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เเต่ปลายสายกลับถามว่าใช่อูเบอร์หรือไม่ ได้ตอบไปว่า ไม่ใช่เเต่มารับลูกค้าที่ติดต่อมาเช่าคอนโดฯ

สมาชิกเพจระบุอีกว่า เมื่อมาถึงปรากฏว่ากลุ่มเเท็กซี่ได้ตะโกน ออกมาว่า มันมาแล้ว อูเบอร์ มาล้อมมันไว้เร็ ตนตกใจอย่างมาก เเละรอขนส่งมา ระหว่างนั้นได้มีการนำโทรศัพท์ของลูกค้าชาวจีนให้ดูว่า ไม่มีเเอพพลิเคชั่นเเละรายการเรียกรถ พอเจ้าหน้าที่ขนส่งมา ตนจึงถามด้วยความโมโหมาก ว่ามาล้อมกันเป็นสิบผู้หญิงคนเดียวแบบนี้คืออะไร ขนส่งก็อธิบายว่า ล้อมกันหนี ตนบอกแล้วว่า ไม่ใช่อูเบอร์ ขนส่งตอบว่า เข้าใจผิด

ทั้งนี้ สมาชิกเพจบอกว่า ที่ต้องมารับลูกค้าเพราะอำนวยความสะดวก หรือเดี๋ยวนี้คนธรรมดามารับเพื่อน รับใครไม่ได้ ต้องไปกับแท็กซี่เท่านั้นเหรอ แล้วราคานักท่องเที่ยวก็แพงมากด้วย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีแม้แต่คำว่า ขอโทษจากปากแท็กซี่ที่มาล้อมรถ ยอมรับว่า อาย โมโห โกรธมาก นึกว่าเจอคนดีมีน้ำใจช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เเล้วอธิบายให้ฟังไม่มีใครสนใจฟัง วิ่งมาถ่ายรูป กรูกันมาเป็นสิบ พอรู้ว่าไม่ใช่ ทุกคนเฉยๆ และไม่ขอโทษสักคำ เดี๋ยวนี้จะล้อมใครก็ได้ ทุกวันนี้ใครไปรับใคร โปรดระวังนะ มาเฟีย มีจริงๆ โดนมาแล้ว

โพลล์มอง 4 คำถาม นายกฯ มีนัยให้ประเทศสงบก่อนเลือกตั้ง

กรุงเทพโพลล์ เผยประชาชน เชื่อ 4 คำถาม นายกฯ ส่งสัญญาณให้ตระหนักว่าบ้านเมืองสงบพร้อมเลือกตั้งหรือยัง ร้อยละ 40.08 กังวลการสร้างสถานการณ์ ไม่เชื่อ รธน.ใหม่สกัดโกงได้

กรุงเทพโพลล์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “4 ข้อคำถามจากนายกฯ สู่ โรดแมปการเลือกตั้ง” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ  จำนวน 1,227 คน พบว่า ประชาชน ร้อยละ 30.2 เชื่อว่า นายกรัฐมนตรี มีนัยเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์บ้านเมืองก่อนการเลือกตั้งว่ามั่นคงหรือยัง

รองลงมาร้อยละ 29.4 มีนัยว่าหากบ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อยอาจจะไม่ได้จัดการเลือกตั้งตามโรดแมป , ร้อยละ 26.6 มีนัยว่า หากไม่มีความสุจริตเที่ยงธรรมในการเมืองก็จะไม่มีการเลือกตั้ง , ร้อยละ 13.8 มีนัยเพื่อส่งสัญญาณถึงนักการเมืองว่าได้จัดการปฏิรูปพรรคการเมืองและตนเองแล้วหรือยัง

โดยที่ประชาชน ร้อยละ 69.6 ระบุ ควรจัดเลือกตั้งเมื่อสถานการณ์ประเทศอยู่ในภาวะเหมาะสม ขณะที่ร้อยละ 30.4 ควรจัดเลือกตั้งตามเวลาที่กำหนดไว้ในโรดแมป

ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ 61.1 มีความมั่นใจค่อนข้างน้อย ถึงน้อยที่สุด ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงว่าจะทำให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ขณะที่ร้อยละ 38.9 มีความมั่นใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 40.08 กังวลเรื่องการสร้างสถานการณ์ต่างๆ เพื่อสั่นคลอนบ้านเมือง เช่นวางระเบิดก่อกวนสร้างความไม่สงบ ฯลฯ รองลงมาร้อยละ 38.7 กังวลเรื่องการระดมหัวคะแนนเพื่อเร่งหาฐานเสียงให้กับนักการเมืองด้วยวิธีที่ไม่ชอบธรรม และร้อยละ 20.5 กังวลว่าจะมีแต่นักการเมืองหน้าเดิมๆ ไม่มีหน้าใหม่ๆ เข้ามาลงสนามในการเลือกตั้ง